ตอนที่ 421
บทที่ 421
September 17, 2026
การที่ฝ่าบาททรงมาเยือนจวนตระกูลเฟิ่งด้วยพระองค์เองนี้ เกิดขึ้นเป็นครั้งแรก
ตระกูลเฟิ่งทุกคนตั้งแต่ระดับบนไปจนถึงระดับล่างต่างตื่นตระหนก
“ถวายบังคมฝ่าบาทและฮองเฮา!”
นายท่านเฟิ่งยืนอยู่ด้านหน้าสุด ด้านหลังคือฮูหยินเฟิ่ง อี๋เหนียงหลินที่เป็นอนุ ยังมีลูกสะใภ้สกุลโจว ไปจนถึงน้องชายต่างมารดาผู้ไม่เอาไหน เฟิ่งหมิงเซวียน
เฟิ่งหมิงเซวียนกลัวฮ่องเต้อย่างที่สุด
เขาทำตัวราวกับเต่าหัวหดที่ไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้า
ยามนั้นเขากระทำความผิดค้าขายตำแหน่งขุนนาง ได้รับลงโทษหนัก
จนถึงยามนี้เขายังคงจำได้ว่า ยามนั้นที่ขอร้องฝ่าบาทให้ยกโทษให้เขา ตอนที่เขาตะโกนเรียกฝ่าบาทว่าพี่เขย สายตาของฝ่าบาทเต็มไปด้วยรังสีอาฆาตและความเกลียดชัง
นี่เป็นครั้งแรกที่อี๋เหนียงหลินได้พบโอรสสวรรค์ จึงเกิดความรู้สึกหวาดกลัวอยู่ในใจ
แม้วันนี้เซียวอวี้จะไม่ได้สวมชุดมังกร ทว่าก็ยังน่าเกรงขามจนผู้คนไม่กล้าที่จะสบตา
“ลุกขึ้น”
“ฝ่าบาททรงมาเยือน นับเป็นเกียรติของจวนกระหม่อมยิ่งนัก!” นายท่านเฟิ่งเองก็เป็นผู้มีความสามารถโดดเด่นทางด้านวรรณกรรมเช่นกัน ทว่าด้วยสถานการณ์เบื้องหน้าเขานึกคำไม่ออกแล้วจริง ๆ
เซียวอวี้ตอบอย่างเคร่งขรึม
“เรากับฮองเฮามาตรวจสอบอาวุธยุทโธปกรณ์ที่อยู่ไม่ไกล จึงถือโอกาสมาเยือนที่นี่ด้วย พวกเจ้าไม่ต้องมากพิธี ถือเสียว่าเรากลับมาเยี่ยมญาติเป็นเพื่อนฮองเฮาก็พอ”
ทุกครั้งที่เอ่ยปากคำว่า ’เรา’ ของเขา ทำให้คนไม่อาจมองเขาเป็นเพียงลูกเขยที่พาบุตรสาวกลับมาเยี่ยมบ้านแม่ได้
เมื่อมองสีหน้าแดงปลั่งของทางบ้านใหญ่ อี๋เหนียงหลินก็คับแค้นใจ
ไหนว่าฮองเฮาไม่ได้รับความโปรดปรานไม่ใช่หรือ?
เหตุใดฝ่าบาทจึงได้ลดตัวกลับมาเยี่ยมญาติเป็นเพื่อนฮองเฮาได้เล่า?
ทุกคนพากันเดินเข้าไปในโถงหลัก โดยนั่งแยกชายหญิง
เฟิ่งเหยียนเฉินเป็นพลทหารจึงยุ่งมาก จนตอนนี้ก็ยังไม่กลับบ้าน จึงให้เฟิ่งหมิงเซวียนมารับรองฝ่าบาทร่วมกับนายท่านเฟิ่ง
บุรุษสามคนนั่งนิ่งเฉย ๆ ราวกับถูกทรมานก็ไม่ปาน
สายตาของเซียวอวี้ตกไปอยู่ที่เฟิ่งหมิงเซวียน
“เจ้าผอมลง”
นายท่านเฟิ่งรีบต่อบทสนทนาทันที “ช่วงนี้เจ้าลูกสุนัขตั้งใจเรียน ขยันหมั่นเพียรแสวงหาความก้าวหน้า จึงย่อมผอมลงบ้างพ่ะย่ะค่ะ”
เฟิ่งหมิงเซวียนอดกลั้นไม่อยู่ จึงบ่นพึมพำออกมาเสียงเบา
“มีประโยชน์อะไรกัน ยังไงก็สอบขุนนางไม่ได้อยู่ดี”
รอยยิ้มบนใบหน้าของนายท่านเฟิ่งแข็งค้างไปชั่วขณะ
เจ้าลูกเนรคุณ! อยู่ต่อหน้าฝ่าบาท พูดเช่นนี้ได้อย่างไรกัน!
นายท่านเฟิ่งมองไปยังบุรุษผู้สูงศักดิ์เบื้องหน้าด้วยความหวาดกลัว
คำพูดทั้งหมดของเฟิ่งหมิงเซวียนเมื่อครู่ เซียวอวี้ได้ยินหมดแล้ว
เขาเองก็จำได้ว่าผู้มีความผิดไม่อาจเข้าร่วมการสอบขุนนางได้เป็นเวลาสามปี และไม่อาจรับตำแหน่งขุนนางได้เป็นเวลาห้าปี
“ไม่ถือว่าไร้ประโยชน์ อ่านหนังสือหมื่นเล่ม ย่อมมีความสามารถพอที่จะตั้งตัวได้”
นายท่านเฟิ่งรู้สึกประหลาดใจอยู่บ้าง
ฝ่าบาทไม่โกรธหรือนี่?
เซียวอวี้ถามเขาอีกครั้งว่า “เชิญอาจารย์ท่านใดมาสอน?”
นายท่านเฟิ่งตอบ “ทูลฝ่าบาท ไม่ได้เชิญอาจารย์พ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมให้เขาลองศึกษาด้วยตนเอง บางครั้งบุตรคนโตก็จะตั้งคำถามทดสอบเขาบ้างพ่ะย่ะค่ะ”
เซียวอวี้ยกถ้วยชาขึ้นด้วยมือข้างเดียว แล้วพูดเสียงต่ำ
“ควรจะเชิญอาจารย์มา”
รอยยิ้มบนใบหน้านายท่านเฟิ่งแข็งค้าง จากนั้นจึงกล่าวว่าพ่ะย่ะค่ะติด ๆ กัน
เดิมคิดว่าฝ่าบาทคงจะแค่กล่าวถึงไปส่ง ๆ ทว่ากลับได้ยินฝ่าบาททรงตรัสอีกว่า
“ที่สำนักฮั่นหลินมีอาจารณ์เกษียณหลายท่านถูกใจท่านไหน เราจะให้เขามาสอนหนังสือที่จวนตระกูลเฟิ่ง”
เมื่อนายท่านเฟิ่งได้ยินก็ตกตะลึง
นั่นล้วนเป็นถึงผู้ทรงภูมิทั้งนั้นเลยนะ!
จะให้เขาเลือกตามใจได้อย่างไรกัน?