ตอนที่ 445
บทที่ 445
September 17, 2026
เซียวจั๋วที่ขาดแคลนเงินทอง แต่ก็ยังคงพาเฟิ่งจิ่วเหยียนมาที่ร้านอาหาร
เฟิ่งจิ่วเหยียนนึกสงสัยยิ่งนัก เขามิคิดจะมีท่าทีระวังตัวจากผู้อื่นเลยหรือ?
“อาหารพวกนี้พอหรือไม่?” เซียวจั๋วแสดงท่าทีเป็นมิตรต่อนาง ราวกับว่าเขาหาได้มีท่าทีสงสัยที่นางพยายามจะบุกรุกเข้าไปในบ้านของชาวบ้านไม่ ทั้งยังเห็นนางราวกับเป็นสหายที่พามากินข้าวก็ไม่ปาน
ทั้งยังมิคิดเอ่ยถามนามของนางอีก
เฟิ่งจิ่วเหยียนกวาดสายตามองเขา
เซียวจั๋วแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าธรรมดา ทั้งยังมีรอยปะชุนอยู่บนเสื้อผ้าอีก
หากใครได้พบะเจอคนผู้นี้ละก็ คงคิดไม่ถึงแน่ ๆ ว่าครั้งหนึ่งเขาจักเคยเป็นองค์รัชทายาทแห่งแคว้นหนานฉีมาก่อน
เซียวจั๋วและเซียวอวี้มีความคล้ายกันยิ่งนัก หากแต่ลักษณะนิสัยของพวกเขากลับแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง
เซียวอวี้มีท่าทีโหดเหี้ยวอำมหิต ทั้งยังเต็มไปด้วยพละกำลังที่แข็งแกร่งและทรงอำนาจ
เซียวจั๋วกลับมีท่าทีคล้ายกับบัณฑิตที่มีความอ่อนโยนสง่างาม ทำให้ผู้คนอยากจะเข้าใกล้เขา
ลักษณะเด่นตรงจุดนี้คล้ายกับรุ่ยอ๋องยิ่งนัก
เฟิ่งจิ่วเหยียนจึงเอ่ยเข้าประเด็นในทันที
“เมื่อครู่ คุณชายรู้จักคนในครอบครัวนั้นงั้นหรือ?”
เซียวจั๋วหาได้ตอบนางไม่ พลางเทสุราให้นาง
ทว่า ในเมื่อเขามิได้ปฏิเสธเช่นนี้ บางทีอาจะมีเบาะแสอะไรก็เป็นได้
จู่ ๆ เฟิ่งจิ่วเหยียนพลันนึกขึ้นมาได้ว่า ยามที่เหลียนซวงถูกขายเข้าไปในวังในปีนั้น นางเป็นนางกำนัลรับใช้ของเซียวจั๋ว
ไม่แน่ว่า เซียวจั๋วอาจจะรู้จักภูมิหลังของเหลียนชวงก็เป็นได้
นางจึงหยิบภาพวาดเสมือนของเหลียนซวงออกมา
“ท่านรู้จักคนนี้หรือไม่?”
เฟิ่งจิ่วเหยียนแสร้งทำเป็นมิรู้จักตัวตนของเขา
หลังจากที่เซียวจั๋วรินสุราเสร็จแล้วนั้น พลางยื่นจอกสุราเข้ามาที่ด้านหน้าของเฟิ่งจิ่วเหยียน ก่อนจะปรายตาไปมองภาพเสมือนที่วางอยู่บนโต๊ะ
เซียวจั๋วเอ่ยถามออกมาตามตรงว่า
“เหตุใดคุณชายซูถึงตามหานางกัน?”
เขาเรียกนางว่า “คุณชายซู”
ดวงตาทั้งสองข้างของเฟิ่งจิ่วเหยียนพลันเผยความเย็นชาออกมาจากด้านหลังหน้ากากในทันที
เซียวจั๋วยกมือทำความเคารพเล็กน้อย “ชื่อเสียงของคุณชายซูโด่งดังไปทั่วเช่นนี้ ข้านึกชื่นชมท่านมานานแล้ว ฉะนั้น เพียงแค่ได้เห็นท่าน ข้าย่อมจำได้”
เฟิ่งจิ่วเหยียนได้แต่ขบเม้มริมฝีปากของตนเอง
เมื่อเห็นว่าเซียวจั๋วหยิบภาพเสมือนไป ก่อนจะฉีกภาพวาดนั้นต่อหน้านาง
“ผู้คนล้วนกล่าวว่าคุณชายซูเป็นบุรุษรักในความยุติธรรม ในเมื่อเป็นธุระของท่านแล้ว เช่นนั้นข้าย่อมยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือ”
เฟิ่งจิ่วเหยียนจึงเอ่ยถามออกมาด้วยท่าทีเฉยเมย
“เช่นนั้นช่วยเล่าถึงความเป็นมาของสตรีผู้นี้หน่อยสิ”
เพียงแค่เซียวจั๋วแย้มยิ้มออกมานั้น ใบหน้าของเขาอบอุ่นราวกับพระอาทิตย์
“หากคุณชายซูมีความอดทนมากพอละก็ เช่นนั้นก็ฟังข้าเล่านิทานให้ฟังสักเรื่องหนึ่งเถิด”
เฟิ่งจิ่วเหยียนจึงผายมือออกมา “เชิญกล่าว”
……
ในขณะเดียวกัน
ภายในตำหนัก
หลังจากที่ฝ่าบาทก้าวเท้าออกจากตำหนักซินฮุ่ยนั้น พลันมีนางกำนัลผู้หนึ่งรีบเข้าไปด้านในตำหนักในทันที
นางคือคนสนิทของไทฮองไทเฮา ทั้งยังตั้งใจมาที่นี่เพื่อมาตามดูเรื่องราวว่าสำเร็จแล้วหรือไม่
ทว่า ยามที่นางกำนัลผู้นั้นกำลังจะเปิดม่านเข้ามา พลันได้ยินน้ำเสียงที่พยายามอดกลั้นความโกรธเกรี้ยวของตัวเองเอาไว้ดังออกมาว่า “อย่าเข้ามา!”
พร้อมทั้ง มือข้างหนึ่งที่ยื่นผ้าเปื้อนเลือดพรหมจรรย์ส่งไปให้นางกำนัลผู้นั้น
นางกำนัลจึงใช้สองมือรับมา พลางเอ่ยถามอย่างระมัดระวังว่า
“กุ้ยเหรินได้ร่วมบรรทมจริง ๆ ใช่หรือไม่เพคะ?”
น้ำเสียงของมู่หรงชานที่แหบแห้งพลางปนไปด้วยความขมขื่นเล็กน้อย
“หากมิเชื่อ ไปเรียกหมัวมัวมาพิสูจน์ดูได้”
“ขออภัยเพคะกุ้ยเหริน” นางกำนัลจึงเดินเข้ามาภายในมุ้ง…
ผ่านไปชั่วครู่ นางกำนัลจึงเดินออกมาจากมุ้งในทันที ก่อนจะโค้งกายคำนับผู้ที่อยู่ด้านใน