ตอนที่ 598
บทที่ 598
September 17, 2026
ทั่วร่างของเซียวอวี้ราวกับถูกฟ้าผ่าไปในทันที
นางกำลังทำอันใดกัน!
ทั่วร่างของเซียวอวี้พลันแข็งทื่อ คิ้วที่ขมวดเป็นปมเมื่อครู่นั้น พลันผ่อนคลายลงราวกับภูเขาหิมะที่ถูกความอบอุ่นของแสงอาทิตย์สาดส่องลงมาในทันที
เสมือนกับแผ่นดินที่แห้งแล้งได้มาพบเจอกับความชุ่มฉ่ำของน้ำฝน ราวกับขอนไม้ที่แห้งตายได้ฟื้นคืนชีพกลับมายามวสันตฤดู
จิตใจของเขาที่แห้งเหือดมาเนิ่นนาน ราวกับมีบุปผาผลิดอกออกบานขึ้นมาในชั่วพริบตา ยามที่ดอกไม้สั่นไหวเบา ๆ นั้น ความรู้สึกหอมหวานปมซาบซ่านพลันแผ่ซ่านไปทั่วหน้าอก จนหลอมรวมมาเป็นเปลวเพลิงอันร้อนแรง
ในครานี้ เป็นนางที่ยอมถอดหน้ากากของตนเองออกมา
นางยอมออกมาเพื่อเผชิญหน้ากับเขาแล้วงั้นหรือ!
เซียวอวี้คว้าด้านหลังคอของนางเอาไว้ ก่อนจะพรมจูบตอบกลับไป
เฟิ่งจิ่วเหยียนมิได้ผลักเขาออกไป ยิ่งทำให้เซียวอวี้ได้ใจมากกว่าเดิม
หัวใจที่ราวกับมีเพลิงไฟร้อนรุ่มอยู่ในนั้น เซียวอวี้พลันใช้แขนข้างหนึ่งโอบเอวของนางเอาไว้ ก่อนจะยกตัวนางขึ้นวางบนโต๊ะทรงงานของตัวเอง อ้อมแขนอันแข็งแกร่งกักขังเฟิ่งจิ่วเหยียนเอาไว้ ก่อนจะพรมจูบต่อไปมิยอมปล่อยให้นางได้หนีหายจากไปอีก
สิ่งที่เซียวอวี้นึกไม่ถึงก็คือ นางกลับยกมือขึ้นมาคล้องคอเขาเอาไว้
เซียวอวี้ถือว่าจูบอันเร่าร้อนในครานี้ ถือเป็นจูบครั้งสุดท้าย
ทว่า เพียงแค่ได้ถลำลึกลงไปแล้วก็ยากที่จะห้ามใจตนเองกลับมาได้
เขาในยามนี้รู้สึกว่าตนเองกำลังจะกลายเป็นบ้า
เดิมทีนางเป็นฮองเฮาของเขา เหตุใดเขาต้องยินยอมยกนางให้กับผู้อื่นด้วยเล่า!
คนที่มาทีหลัง เหตุใดจักมาช่วงชิงไปก่อนคนที่มาก่อนไม่ได้!
ทุกอย่างล้วนแต่ขึ้นอยู่กับความสามารถของตัวเอง
รสจูบของเซียวอวี้ ทั้งรุนแรงและเอาแต่ใจ ในที่สุด เขาก็ไม่อาจอดทนต่อไปได้อีก ก่อนจะอุ้มเฟิ่งจิ่วเหยียนขึ้นและเดินเข้าไปภายในห้องบรรทมในทันที
ผ้าม่านภายในห้องบรรทมถึงกับหล่นลงพื้น กลิ่นหอมจาง ๆ ที่ลอยออกมา พร้อมด้วยความอบอุ่นภายในห้องที่เพิ่มขึ้นมาเรื่อย ๆ
เซียวอวี้กดร่างของคนตัวเล็กลงบนเตียง ดวงตาที่เต็มไปด้วยความเย็นชาที่เขามักจะแสดงออกมานั้น ในยามนี้ ดวงตาทั้งสองข้างกลับร้อนแรงราวกับมีเพลิงลุกไหม้
เขามองดูใบหน้าของเฟิ่งจิ่วเหยียนที่อยู่ตรงหน้า ทั้งแพขนตาของนาง สันจมูกโด่งดั่งคันสร ริมฝีปากสีแดงระเรื่อยของนาง
เซียวอวี้พลันก้มลงไปจูบที่ริมฝีปากของนางอย่างไม่ลังเลเลย
เรียวลิ้นที่พันกัน เซียวอวี้จึงพรมจูบไล่จากริมฝีปากล่างของนาง มือไม้พลางค่อย ๆ ปลดเปลื้องอาภรณ์ของนางไปด้วย ก่อนจะไล่พรมจูบตั้งแต่ลำคอระหงส์จงเลื่อนลงไปที่ทรวงอก...
เฟิ่งจิ่วเหยียนที่วางมือไว้บนไหล่ของเขานั้น ยามที่คิดจะผลักเขาออกไป หากแต่นัยน์ตาที่พร่ามัว ทำให้นางยั้งเรี่ยวแรงเอาไว้ ก่อนจะปล่อยแขนของตัวเองให้วางเอาไว้บนไหล่ตามเดิม
ดวงตาของเซียวอวี้คล้ายกับมีเปลวเพลิงกำลังร่ายรำไปในทันที เขาในยามนี้มิต่างกับอสูรร้ายที่ถูกขังกรงเอาไว้และพร้อมจะปลดเปลื้องราวจากพันธนาการทั้งหมด
จนกระทั่ง เซียวอวี้ได้ยินเสียงอู้อี้ดังออกมานั้น เขาถึงพอได้สติกลับมา ไรเหงื่อบาง ๆ ผุดขึ้นบนหน้าผากของเขา ราวกับเด็กหนุ่มที่รีบร้อนมองหาหนทางยามที่อยู่บนทางแยก