ตอนที่ 112
บทที่ 339 ใครคือคุณปู่ของพวกเธอ / บทที่ 340 ที่ของเธอ
October 22, 2026
บทที่ 339 ใครคือคุณปู่ของพวกเธอ / บทที่ 340 ที่ของเธอ โดย Ink Stone_Romance บทที่ 339 ใครคือคุณปู่ของพวกเธอ
ห่างไปไกล เยี่ยเส่าถิงที่เงียบไม่พูดมาตลอด คิ้วขมวดเล็กน้อย เห็นเยี่ยหวันหวั่นที่เปลี่ยนไปแบบนี้ ในใจเต็มไปด้วยความสงสัย
ลูกสาวในความทรงจำ ไม่มีทางเชื่อฟังว่านอนสอนง่ายแบบนี้ อีกอย่างเธอเกลียดชังตระกูลเยี่ยรุนแรงมาก…
เยี่ยเส่าถิงได้แต่สงสัย ครั้งนี้จู่ๆ เยี่ยหวันหวั่นมางานเลี้ยงวันเกิดปู่เธอ มาเพื่ออวยพรวันเกิดแค่นั้นจริงหรือ หรือมีจุดประสงค์อื่นแฝง อยากจะทำลายงานวันเกิดนี้ ทำให้ตระกูลเยี่ยอับอายขายหน้า
เยี่ยเส่าถิงไม่ยอมให้ลูกสาวตัวเองคิดทำเรื่องแบบนี้ แต่หลายปีมานี้… เขาเริ่มเหนื่อยแล้วจริงๆ …
ในความบังเอิญ เยี่ยหวันหวั่นก็จับความสงสัยของเยี่ยเส่าถิงพ่อเธอได้ ในใจรู้สึกอ้างว้างขึ้นมา
ชาติที่แล้ว สิ่งที่ตัวเองทำทั้งหมด มันเกินไปจริงๆ ไม่ลงรอยกับตระกูลเยี่ย ไม่เคยให้อภัยพ่อแม่ เต็มไปด้วยความโกรธแค้น
ชาติที่แล้ว งานวันเกิดคุณปู่ เธอมาที่งานจริง แต่กลับก่อความไม่สงบในงานวันเกิดนี้ต่อหน้าแขกเหรื่อทุกคน ทำให้พ่อแม่และทั้งตระกูลเยี่ย อับอายขายหน้ามาก โกรธจนกระทั่งโรคหัวใจของคุณปู่กำเริบ ต้องอยู่โรงพยาบาลถึงครึ่งเดือน
คิดมาถึงตรงนี้ เยี่ยหวันหวั่นถอนสายตากลับมา เข้าไปใกล้เยี่ยหงเหวยอีกครั้ง ขยับใกล้ชิดมากขึ้นไปอีก ส่วนเยี่ยหงเหวยก็ไม่ได้ปฏิเสธการเข้าใกล้ของเยี่ยหวันหวั่น ความเยือกเย็นบนใบหน้าก็จางลงไปเล็กน้อย
เวลานี้ งานเลี้ยงวันเกิดก็ผ่านไปหลายชั่วโมงแล้ว แขกเหรื่อต่างทยอยกันมาอวยพรที่ตำแหน่งประธาน อีกทั้งยังมอบของขวัญด้วย
ของขวัญของแขก ส่วนใหญ่จะอยู่แค่เปลือกนอก ในสายตาของผู้อาวุโสที่อยู่มาทั้งชีวิต ไม่ได้มีมูลค่าอะไร แค่มองผ่านๆ ก็ไม่ได้รู้สึกว่ามีอะไรแปลกใหม่
ผ่านไปนาน เหลียงเจียหาวและฟางซิ่วหมิ่นทั้งครอบครัวเดินเข้ามา ในมือเหลียงซือหานถือแท่นฝนหมึกราคาแพงชิ้นหนึ่ง เดินมาตรงหน้าเยี่ยหงเหวย พูดจาน่าเอ็นดูที่สุด “คุณปู่ คุณปู่ชอบเขียนอักษรวาดภาพ นี่เป็นแท่นฝนหมึกที่พ่อแม่หนูเตรียมมาให้นานมาก หวังว่าคุณปู่จะชอบนะคะ”
แท่นฝนหมึกนี้ ฟางซิ่วหมิ่นลงแรงไปมากกว่าจะได้มา เพื่อเตรียมจะมอบให้เยี่ยหงเหวยในงานเลี้ยงวันเกิดทำให้เยี่ยหงเหวยพอใจ เมื่อกี้เพราะเรื่องของเยี่ยหวันหวั่น ทำให้ฟางซิ่วหมิ่นเสียหน้ามาก ตอนนี้ก็ได้แต่หวังว่าจะได้รับความชื่นชมแท่นฝนหมึกนี้จากผู้อาวุโส
สายตาเยี่ยหงเหวยมองผ่านแท่นฝนหมึกนี้ไป พยักหน้าเล็กน้อย แล้วให้คนเอาแท่นฝนหมึกไปวางข้างๆ
ถึงแม้เยี่ยหงเหวยจะไม่ได้แสดงออกอะไรเป็นพิเศษ แต่การพยักหน้าเล็กน้อย ก็ถือว่าเป็นการยอมรับแล้ว นี่ทำให้ฟางซิ่วหมิ่นและเหลียงซือหานแอบโล่งใจ
ไม่นาน สายตาเหลียงซือหานก็มองไปทางสองมือที่ว่างเปล่าของเยี่ยหวันหวั่น “ทำไม วันเกิดคุณปู่ มีบางคน แม้แต่ของขวัญวันเกิดยังไม่มีเลยหรือไง?”
“หึ… ซือหาน คราวหลังอย่าได้เลียนแบบคนบางคนนะ รู้จักแต่เสแสร้งทำ วันเกิดคุณปู่ เหลือแค่ปากอย่างเดียวเท่านั้น” เมื่อกี้ฟางซิ่วหมิ่นเพิ่งขายหน้าต่อหน้าเยี่ยหวันหวั่นไปเอง ถึงตอนนี้ยังไม่ยอมที่จะเสียโอกาสเหน็บแนมเยี่ยหวันหวั่นอีกครั้ง
“คุณปู่?”
เยี่ยหวันหวั่นมองฟางซิ่วหมิ่นและเหลียงซือหานเล่นละครผสมโรงกันอยู่ มุมปากฉีกยกขึ้นเล็กน้อย ฉีกรอยยิ้มที่เย็นชาขึ้นมา “ใครคือคุณปู่ของพวกเธอ?”
สิ้นสุดเสียงของเยี่ยหวันหวั่น แขกบางคนที่มีปฏิกิริยารวดเร็วก็หัวเราะออกมาทันที
รอยยิ้มบนใบหน้าเหลียงซือหาน วินาทีนี้มุมปากนิ่งแข็งทันที
ความหมายคำพูดของเยี่ยหวันหวั่นชัดเจนมาก ครอบครัวฟางซิ่วหมิ่น ไม่มีใครสักคนแซ่เยี่ย แต่ทุกคำพูดของเหลียงซือหานที่เรียกคุณปู่ กลับเรียกอย่างสนิทสนม พอมาคิดดีๆ ก็ทำให้คนรู้สึกหมั่นไส้จริงๆ
“เธอ…!” ฟางซิ่วหมิ่นจ้องเยี่ยหวันหวั่น สีหน้าย่ำแย่มาก
“ทั้งสองคน ทางที่ดีอย่าพาลูกสาวตัวเองมาสานสัมพันธ์มั่วๆ กับคนอื่นดีกว่า พวกเราตระกูลเยี่ย ไม่มีธรรมเนียมยอมรับญาติมั่วๆ” พูดจบ เยี่ยหวันหวั่นก็หันหลังกลับ ไม่สนใจทั้งสองคนอีกเลย
…………………………………………………