ตอนที่ 194
บทที่ 503 พบผู้ชายหรือผู้หญิง / บทที่ 504 จับตอนแล้วโยนให้เป็ดกิน
October 22, 2026
บทที่ 503 พบผู้ชายหรือผู้หญิง
เยี่ยหวันหวั่นพิงเบาะหลังหลับตาลงพักสมอง หลิวอิ่งหน้าเคร่งขรึมนั่งอยู่เบาะข้างคนขับ คนที่กำลังขับรถก็คือซ่งจิ้งลูกน้องในทีมของหลิวอิ่ง
เบาะด้านหน้า ซ่งจิ้งแอบชำเลืองมองข้างหลังผ่านกระจกมองหลัง แล้วกระซิบเสียงเบากล่าวว่า “เฮ้ หัวหน้า คุณอย่าโมโหไปเลย BOSS ชอบเธอ พวกเราจะทำอะไรได้?”
“หุบปาก!” หลิวอิ่งเวลานี้อารมณ์ไม่ดีอย่างเห็นได้ชัด
ตกต่ำถึงขนาดต้องมาคอยปกป้องรับส่งผู้หญิงคนนี้ สำหรับเขาแล้วช่างเป็นเรื่องน่าอัปยศจริงๆ
“อ้อ…” ซ่งจิ้งเงียบลงไปทันที
ขับรถไปได้สักพักหนึ่ง ซ่งจิ้งก็เอ่ยขึ้นเหมือนไม่อยากเหงา “ความจริงนะหัวหน้า แม้ว่าผมก็รู้สึกว่านางฟ้ารั่วซีมีคุณสมบัติเป็นนายหญิงของตระกูลของพวกเรามากที่สุด แต่ความจริงเยี่ยหวันหวั่นก็ไม่ได้แย่อย่างที่คุณจินตนาการไว้ขนาดนั้นไหม?
เรื่องหน้าตาขอไม่พูดถึงแล้วกัน ผู้หญิงไง จะออดอ้อนก็เป็นเรื่องปกติไม่ใช่เหรอ? เรื่องนี้ก็ไม่มีอะไรให้พูดเหมือนกัน! อีกอย่าง ดูจากเรื่องที่เกิดขึ้นที่ประเทศ B ถึงจะเป็นวิธีการที่สายลับสอนเธอ แต่เธอแสดงได้เหมือนจริงขนาดนั้น ก็ถือว่ามีความสามารถนะ! ตอนนั้นขนาดพวกเรายังถูกเธอหลอกกันหมดเลย!”
ไม่ว่าจะอย่างไร โชคดีที่ครั้งนั้นได้เยี่ยหวันหวั่นยื่นมือเข้ามาช่วยชีวิตตนไว้ ซ่งจิ้งรู้สึกซาบซึ้งจริงๆ
ตอนนั้นหากไม่ใช่เพราะเธอส่งเสียงขึ้นกะทันหันบอกจุดอ่อนของยูจีนริปเปอร์ เขาคงตายแน่
หลิวอิ่งแค่นเสียงหัวเราะเย็นชา ไม่เก็บเสียงเลยสักนิด ตั้งใจเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เยี่ยหวันหวั่นสามารถได้ยิน “เฮอะ แสดงเก่ง ก็ไปเป็นนักแสดงเลยเลยสิ”
ที่เบาะหลัง เยี่ยหวันหวั่นกำลังคิดเรื่องของเจียงเยียนหรานกับฉู่เฟิง ได้ยินคำเสียดสีของหลิวอิ่ง ก็ไม่ได้สนใจอะไร
ผ่านไปครึ่งชั่วโมง ในที่สุดรถได้จอดลงที่หน้าประตูสการ์เล็ตบาร์
เยี่ยหวันหวั่นรีบผลักประตูเปิดแล้วลงจากรถ เดินฉับไวตรงเข้าไปข้างในบาร์
“คุณหนูเยี่ยดึกขนาดนี้แล้วไปบาร์ทำไม? ไปเจอผู้ชายหรือผู้หญิง?” ซ่งจิ้งพึมพำพลางจอดรถเข้าที่ไปพลาง
หลิวอิ่งสองแขนกอดอก สีหน้าไม่อยากจะสนใจ
ข้างในบาร์ แสงไฟสลัวน่าหลงใหล เสียงเพลงดังกระหึ่ม
เยี่ยหวันหวั่นแหวกทางจากฝูงชนที่เบียดเสียด ไม่ง่ายเลยที่ในที่สุดก็หาเจียงเยียนหรานที่ฟุบอยู่กับโต๊ะตัวหนึ่งในนั้นจนพบ
“เยียนหราน!”
ในที่สุดก็หาตัวพบแล้ว เยี่ยหวันหวั่นพลันโล่งอก
เจียงเยียนหรานได้ยินเสียงอันคุ้นเคย ค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมา มองคนที่มาอย่างงุนงง
แทบจะวินาทีที่ได้เห็นคนที่มา หญิงสาวขอบตาแดงก่ำ เอ่ยแย้มยิ้ม “หวันหวั่น เธอมาแล้ว…”
ได้เห็นท่าทางฝืนยิ้มเป็นแข็งแกร่ง เยี่ยหวันหวั่นขมวดคิ้วย่น เดินตรงเข้าไปหาหญิงสาว
เยี่ยหวันหวั่นไม่พูดอะไรทั้งนั้น สวมกอดเธอแล้วตบแผ่นหลังของเธอเบาๆ
เจียงเยียนหรานกับน้ำตาที่เก็บกลั้นพลันไหลรินลงมา ร่างกายสั่นเทาอยู่เล็กน้อย
เวลานี้ ซ่งจิ้งและหลิวอิ่งก็ตามมานั่งอยู่ที่โต๊ะห่างไปไม่ไกล
“ที่แท้ก็มาพบผู้หญิงนี่เอง…ถึงว่า…” ซ่งจิ้งพึมพำ
รอกระทั่งเจียงเยียนหรานอารมณ์ผ่อนคลายลงไปบ้างแล้ว เยี่ยหวันหวั่นจึงเอ่ยถาม “เกิดอะไรขึ้นกันแน่?”
เจียงเยียนหรานกุมหน้าผากพลางตอบ “ก็อย่างที่ฉันบอกนั่นแหละ…”
เยี่ยหวันหวั่น “ผู้หญิงคนนั้นไม่ใช่ญาติของฉู่เฟิงจริงเหรอ? แบบเป็นลูกพี่ลูกน้องทำนองนี้?”
เจียงเยียนหรานส่ายหน้า “ยืนยันมาแล้ว ไม่ใช่…”
“มีรูปของผู้หญิงคนนั้นไหม?” เยี่ยหวันหวั่นถามหยั่งเชิง
เจียงเยียนหรานหยิบโทรศัพท์ให้ “วันนั้นตอนที่เห็นพวกเขา ฉันแอบถ่ายมาได้รูปหนึ่ง…”
พูดจบก็ไถหน้าจอโทรศัพท์ กดเลือกภาพหนึ่งในอัลบั้มรูป
เยี่ยหวันหวั่นรีบรับโทรศัพท์ของเจียงเยียนหรานมาดู เห็นเพียงภาพพื้นหลังในรูปคือห้างสรรพสินค้า
วัยรุ่นสาวคนหนึ่งกำลังช้อปปิ้ง ส่วนฉู่เฟิงหอบหิ้วถุงเล็กถุงใหญ่ตามอยู่ข้างหลัง…
………………………………………………………..