ตอนที่ 1
1.1 | คนเถื่อนมารับตัวเจ้าสาว
September 18, 2026
หม่อมราชวงศ์ฟ้าพราว ดุษฎีรังสรรค์ยืนมองเงาสะท้อนของตัวเองผ่านกระจกเงาแบบตั้งพื้นบานใหญ่อยู่ในห้องแต่งตัวเจ้าสาวซึ่งก็คือห้องนอนของเธอภายในวังดุษฎีรังสรรค์นั่นเอง
ภาพที่เห็นคือ หญิงสาวรูปร่างบอบบางอยู่ในชุดไทยจักพรรดิประยุกต์สีแดงเลือดนกปักดิ้นทองซึ่งขับให้ผิวขาวนวลของเธอดูผุดผาดน่ามองยิ่งขึ้น ผมดำขลับนุ่มสลวยดุจเส้นไหมที่ยาวถึงกลางหลังถูกเกล้าขึ้นเป็นมวยต่ำอย่างเรียบง่ายไว้บริเวณเหนือท้ายทอยส่งให้ใบหน้ารีรูปไข่ที่ถูกแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางอย่างปรานีตสมกับที่วันนี้เป็นวันพิเศษโดดเด่นชวนมอง ฟ้าพราวจัดว่าเป็นหญิงสาวที่สวยมากเครื่องหน้าทุกส่วนสอดรับกันอย่างลดตัว วันนี้ควรเป็นวันที่เธอมีความสุขที่สุดในชีวิต ทว่าดวงตากลมโตสีคาราเมลกลับฉายแววเศร้าสร้อยอย่างปิดไม่มิด
“ทำหน้าให้มันดีๆ หน่อยสิคุณหญิง นี่งานแต่งงานนะไม่ใช่งานศพ ทำหน้าอย่างกับมีใครตาย”
น้ำเสียงแดกดันของหม่อมมาลินีที่ดังขึ้นด้านหลังทำให้ราชนิกุลสาวต้องหลับตานิ่งแล้วสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อข่มอารมณ์ก่อนที่จะหันไปเผชิญหน้ากับแม่เลี้ยง
หม่อมเจ้าดนัยเทพ ดุษฎีรังสรรค์ ท่านพ่อของเธอเสกสมรสกับหม่อมมาลินีหลังจากหม่อมแม่ของเธอเสียชีวิตไปเมื่อสิบปีก่อน ตอนนั้นเธอเพิ่งอายุย่างเข้าสิบสองปี หม่อมมาลินีมีลูกติดหนึ่งคน อายุเท่าเธอแต่ไม่ค่อยลงรอยกัน ขนาดวันนี้ที่วังมีงานสำคัญ วาสิตาก็ยังหนีไปล่องเรือยอชต์ฉลองวันเกิดกับเพื่อนๆ ในแวดวงไฮโซ
“หม่อมมีอะไรกับ ‘ฉัน’ เหรอ” ฟ้าพราวไม่เคยแทนตัวเองว่า ‘หญิง’ กับหม่อมมาลินีเหมือนเวลาที่พูดกับท่านพ่อหรือญาติผู้ใหญ่ท่านอื่นเลย อีกทั้งไม่เคยลงหางเสียงอย่างให้ความเคารพสักครั้งด้วย
แน่ละ...ใครจะให้ความเคารพแม่เลี้ยงที่ทำตัวเป็นแม่มด!
“ใกล้ถึงเวลาฤกษ์แล้ว ท่านชายดนัยให้มาตามคุณหญิงลงไปข้างล่าง” มาลินีเชิดหน้าบอกอย่างจงเกลียดจงชังลูกเลี้ยงที่ทำตัวกระด้างกระเดื่องมาตั้งแต่เล็กจนโต “แต่จะเป็นม่ายขันหมากหรือเปล่าก็ไม่รู้นะ เพราะป่านนี้เจ้าบ่าวชาวไร่ของคุณหญิงยังไม่โผล่หัวมาเลย ก็อย่างว่า คนชั้นต่ำแบบนั้นจะไปรู้ธรรมเนียมอะไร โดยเฉพาะธรรมเนียมชาววัง”
ฟ้าพราวที่หน้าตึงอยู่แล้วยิ่งตึงมากขึ้นเป็นสองเท่า ถึงแม้ว่าเธอจะยังไม่รู้จักกับว่าที่เจ้าบ่าว แต่เพราะมีนิสัยที่ไม่ชอบคนดูถูกคนอยู่แล้วจึงทำให้อดที่จะตอกกลับอย่างเจ็บแสบไม่ได้ “แต่คนชั้นต่ำที่หม่อมกำลังพูดถึง เขาช่วยรักษาเกียรติยศของดุษฎีรังสรรค์เอาไว้นะ แล้วที่หม่อมยังเชิดหน้าชูคออยู่ได้อย่างทุกวันนี้ก็เพราะเงินของเขา เพราะฉะนั้นหม่อมไม่มีสิทธิ์พูดจาดูถูกเขาแบบนี้”
“ยังไม่ทันไรก็ออกหน้าปกป้องผัว เอ๊ย ว่าที่สามีแล้วเหรอ” หม่อมมาลินียิ้มเยาะ “เป็นแค่ชาวไร่กระจอกๆ จะมีเงินสักเท่าไหร่กันเชียว”
“อย่างน้อยก็ห้าสิบล้านที่เขาให้ท่านพ่อมาไถ่วังนี้คืนจากเจ้าหนี้ ทำให้หม่อมยังมีที่ซุกหัวนอนอยู่นั่นแหละ”
“ก็คงเทหมดหน้าตัก เพราะหวังจะได้เมียเจ้ามายกระดับตัวเอง แต่คนชั้นต่ำยังไงก็เป็นคนชั้นต่ำอยู่วันยันค่ำ” มาลินียังไม่เลิกเหยียดหยาม “ต่อไปคุณหญิงก็คงต้องไปเป็นคุณนายบ้านไร่ ตื่นมาเก็บใบชาตั้งแต่พระอาทิตย์ยังไม่ขึ้น นางฟ้าตกสวรรค์ชัดๆ น่าสงสารจริงจริ๊งงง”