ตอนที่ 9
3.2 | หยุดหื่นสักนาทีได้มั้ย
September 18, 2026
คนที่ทำเป็นใจกล้าเดินแก้ผ้ายั่วสามีพอเข้ามาถึงในห้องน้ำก็เข่าแทบทรุดต้องเกาะขอบเคาน์เตอร์อ่างล้างหน้าเอาไว้เป็นหลักยึด ราชนิกุลสาวผู้สูงศักดิ์ที่ถูกอบรมเรื่องกิริยามารยาทในวังมาตั้งแต่จำความได้ ไม่เคยทำตัวว้าวซ่าขนาดนี้มาก่อนเลย ถ้าหม่อมแม่ยังมีชีวิตอยู่เธอต้องโดนก้านมะยมจนน่องลายแน่นอน
ฟ้าพราวทิ้งเวลาครู่หนึ่งให้ขาหายสั่นแล้วเงยหน้าขึ้นมองสภาพตัวเองในกระจกเงาบานใหญ่ เธอเห็นรอยแดงระเรื่อเป็นจ้ำกระจายตัวอยู่ตามเนินอกและซอกคอหลายรอย พลันนั้น ใบหน้าก็ร้อนผ่าวขึ้นมาทันที
คนหื่น!
คิดแล้วก็เริ่มกังวล ภูริดลหื่นมากขนาดนี้ การใช้แผนยั่วให้อยากแล้วปล่อยให้ค้างไม่น่าจะเป็นผลดีกับตัวเธอสักเท่าไหร่ และยังไม่ทันไร ประตูห้องน้ำก็ถูกเปิดเข้ามา
“คุณ! เข้ามาทำไม” หญิงสาวถอยกรูดไปชิดผนังห้องน้ำ กวาดตามองหาผ้าขนหนูเพื่อจะเอามาปกปิดร่างกาย ทว่าไม่มีสักผืนจึงรีบหันหลังให้เขาซึ่งคิดว่าจะน่าอายน้อยกว่าให้เขาเห็นข้างหน้าทั้งหมด
“เมื่อกี้ยัง ‘หน้าด้าน’ เดินแก้ผ้ายั่วผัวอยู่เลย แล้วตอนนี้จะมาอายอะไร” พูดพลางเดินเข้ามาลูบไล้บั้นท้ายเปลือยเปล่าเนียนนุ่มก่อนจะขยำเข้าเต็มมือ
“หยุดหื่นกับฉันสักทีได้มั้ย ฮือ...” ตอนนี้คนปากกล้าเสียงสั่นจนแทบจะร้องไห้แล้ว
“คุณหญิงอยากยั่วผมเอง แล้วคนเถื่อนอย่างผมมันก็ยั่วขึ้นซะด้วย” เขาโน้มใบหน้าลงมากระซิบที่ข้างหูพลางจับมือเล็กข้างหนึ่งมาลูบที่กึ่งกลางกายที่เริ่มเหยียดขยายผ่านผ้าเนื้อหนาของกางเกงยีนขึ้นมาจนเป็นเนินนูนเป่ง “นี่ไงผลงานของคุณหญิง มันแข็งขนาดนี้ก็เพราะคุณหญิงแก้ผ้ายั่วมันไง คุณหญิงต้องรับผิดชอบมันด้วยนะ”
“จะให้ฉันรับผิดชอบยังไง”
“ยังจะต้องให้ผมพูดตรงๆ อีกเหรอ” ชายหนุ่มโน้มใบหน้าลงมากระซิบที่ข้างหูคนตัวเล็กแล้วฉวยโอกาสฝากรอยจูบไว้ที่ต้นคอขาวนวลหนึ่งครั้งพร้อมกันนั้นเขาก็จับมือเล็กที่กอบกุมเป้ากางเกงของเขาอยู่ให้ขยับขึ้นลงช้าๆ “คุณหญิงไม่น่าจะอินโนเซนส์ถึงขนาดไม่รู้หรอกนะว่าผัวกำลังต้องการอะไร”
ฟ้าพราวแทบอยากจะร้องไห้ ความร้อนวาบทะลุผ่านเนื้อผ้ามาถึงมือและลามไปทั่วทั้งร่าง แต่บอกแล้วว่าเธอจะไม่ร้องไห้เพราะเขาอีกแล้ว หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าลึกแล้วออกแรงบีบสิ่งที่ใหญ่จนล้นมืออย่างแรง “นี่แน่ะ!!! อยากให้ฉันรับผิดชอบนักใช่มั้ย”
“อู้ย!” ภูริดลส่งเสียงครวญครางด้วยความเจ็บ สองมือกุมเป้าแล้วทรุดตัวลงนั่งหน้าเขียวตัวงออยู่กับพื้นกระเบื้องเย็นเฉียบ “คิดจะฆ่าผัวหรือไง”
“ผัวป่าเถื่อนอย่างคุณตายไปซะได้ก็ดี”
“ถ้าผมตายคุณหญิงก็เป็นหม้ายนะ” เขาสวนกลับเสียงอ่อย ความเจ็บหน่วงยังไม่คลายลงเลยแม้แต่น้อย
“เป็นหม้ายก็ดีกว่ามีสามีจอมเถื่อนอย่างคุณ”
“อยากให้ผมตาย จะได้ไปหาไอ้ ‘ที่รัก’ ของคุณหญิงใช่มั้ย!” คนเจ็บถามด้วยน้ำเสียงกดต่ำอย่างไม่พอใจ
“หึงเหรอ” ฟ้าพราวแกล้งถามเพื่อยั่วโมโห
“ผมไม่ได้รักคุณหญิง จะมาใช้คำว่าหึงกับผมไม่ได้” ชายหนุ่มยันตัวลุกขึ้นยืนได้ในที่สุดแล้วเน้นย้ำ “จำไว้ว่าไม่ได้รักและจะไม่มีวันรัก”
“ฉันก็ไม่ได้อยากให้คุณรักฉันเหมือนกัน” เธอสวนกลับอย่างไม่ยอมแพ้เหมือนกัน “ออกไปได้แล้ว ฉันจะอาบน้ำ”
“ก็อาบไปสิ ผมจะยืนเฝ้าอยู่ตรงนี้” คนที่ยังหน้าเขียวอยู่ขยับตัวไปยืนพิงขอบเคาน์เตอร์อ่างล้างหน้าแล้วยกมือขึ้นกอดอก สายตาจับจ้องอยู่ที่เรือนร่างเปลือยเปล่าเย้ายวนตรงหน้า
“จะเล่นสงครามประสาทกับฉันใช่มั้ย”
“เปล่าเลย แค่อยากดูเมียแก้ผ้าอาบน้ำ”
“โรคจิต!”
“ผมไม่มีอะไรดีในสายตาคุณหญิงเลยใช่มั้ย คำก็เถื่อน สองคำก็หยาบคาย หื่นบ้างละ แล้วนี่ก็หาว่าโรคจิตอีก”
“ก็คุณมันไม่มีดีเลยจริงๆ นี่นา”
“เอวผมดีนะ ลองมั้ย” ถามพลางควงเอวให้ดูอย่างพลิ้ว
“ลามก” ฟ้าพราวค้อนขวับแล้วหันไปจับผมที่ยาวถึงกลางหลังรวบขึ้นแล้วขมวดเป็นมวยแบบลวกๆ ไว้ที่กลางศีรษะ ตอนนี้เธอไม่สนใจแล้วว่าจะแก้ผ้าต่อหน้าเขา เต็มที่ก็ได้แค่มองแต่ทำอะไรไม่ได้ ก็เหมือนหมามองเครื่องบินนั่นแหละ