ตอนที่ 4.2
4.3 | ลองใจเมีย
November 3, 2026
รถเอสยูวีสีดำแล่นมาตามถนนคุณเส้นเล็กที่ราบเรียบผ่านประตูไร่ ‘ภูสรวง’ ออกไป สองข้างทางมองเห็นไร่ชากว้างใหญ่
“ไร่คุณชื่อภูสรวงเหรอ” ฟ้าพราวถามพลางหันหลังกลับไปมองป้ายชื่อไร่ขนาดใหญ่ให้ชัดๆ อีกที “คุณตั้งเองหรือเปล่า”
“ใช่ ถามทำไม” เจ้าของไร่ที่ขับรถอยู่ถามเสียงกระด้าง
“ชื่อเพราะ ความหมายก็ดี”
“รู้เหรอว่าแปลว่าอะไร”
“ภูแปลว่า ‘ดิน’ ส่วนสรวงก็แปลว่า ‘ฟ้า’ ตรงกับชื่อของเราสองคนพอดีเลย ดินกับฟ้า”
“สองคำนี้แปลได้หลายความหาย” ภูริดลแย้งหน้าตึง ไม่ชอบใจที่เธอทึกทักแปลความหมายเข้าข้างตัวเอง
“ไม่รู้แหละ ฉันชอบความหมายนี้ เหมาะแล้วที่เป็นชื่อไร่ของเรา”
“ของเรา” ชายหนุ่มกระตุกหัวคิ้วเข้าหากันอย่างข้องใจ
“ก็คุณบอกเองว่าสามีภรรยาก็เหมือนคนคนเดียวกัน เพราะฉะนั้นไร่ของคุณ ก็ต้องเป็นไร่ของฉันด้วยสิ”
“กะจะมาฮุบสมบัติผมหรือไง”
“ถ้าจะฮุบ ฉันไม่เอาแค่ไร่ชานี่หรอก ฉันจะเอาโรงแรมของคุณด้วย โรงแรมหรูระดับหกดาว ใหญ่ที่สุดในประเทศอีกต่างหาก” ฟ้าพราวแกล้งพูดเล่นไปอย่างนั้นเอง แต่ดูเหมือนคนฟังจะแยกแยะไม่ออก เพราะเขาของขึ้นอีกแล้ว
“ฝันไปเถอะ อย่างคุณหญิงเป็นแค่คุณนายไร่ชากระจอกๆ ก็ดีถมไปแล้ว”
ฟ้าพราวเริ่มปรับตัวเข้ากับคนอารมณ์ฉุนเฉียวได้บ้างแล้วจึงไม่สะทกสะท้าน เธอรู้แล้วว่า ต่อให้เขาอาละวาดฟาดงวงฟาดงามากแค่ไหน เขาก็ไม่ทำร้ายเธอ อย่างมากก็แค่พูดจาหยาบคายกวนโมโหเท่านั้นเอง
หญิงสาวเบื่อจะเถียงกับเขาแล้ว เธอเลิกชวนคุยแล้วมองทิวทัศน์สองข้างทางไปเรื่อยเปื่อย แล้วเอะใจเพราะถนนเส้นนี้ราบเรียบ ไม่เป็นหลุมเป็นบ่อเหมือนถนนเส้นที่เขาพาเธอมาเมื่อคืนนี้เลยสักนิด “นี่ไม่ใช่ทางที่เรามาเมื่อคืนนี้นี่”
“เมื่อคืนเราเข้าทางหลังไร่ เส้นนี้เป็นถนนหน้าไร่”
“เมื่อคืนคุณแกล้งพาฉันไปทางที่มันลำบากเหรอ” เธอทำเสียงกระเง้ากระงอดทว่าน่ารักน่าเอ็นดูเหลือเกินในความรู้สึกของคนมอง
“ผมไม่ทำเรื่องไร้สาระแบบนั้นหรอก” เมื่อวานเขาขับรถไปกลับ กรุงเทพ-เชียงราย เหนื่อยจะตาย ไม่มีเวลาไปคิดแกล้งใครหรอก “เข้าทางหลังไร่มันเร็วกว่า”
“อ๋อเหรอ” ฟ้าพราวพยักหน้ารับแล้วนั่งเงียบไปพักใหญ่เพราะไม่รู้จะชวนเขาคุยเรื่องอะไรแล้ว เธอเอนหลังพิงเบาะแล้วมองท้องฟ้าสีน้ำเงินสดใสที่มีก้อนเมฆรูปทรงแปลกตากระจายตัวอยู่ประปรายเบื้องหน้าอย่างสบายใจ “ฟ้าสวยจัง”
ภูริดลหันมามองหญิงสาวข้างตัวที่กำลังจ้องมองท้องฟ้าด้วยรอยยิ้มน่ารักแล้วเผลอพูดกับตัวเองเบาๆ “สวยมาก”
ภรรยาของเขาสวยมากจริงๆ ยิ่งมองก็ยิ่งสวย
ภูริดลพาฟ้าพราวมาซื้อของให้ ‘ที่รัก’ ที่ห้างสรรพสินค้าในตัวเมืองเชียงรายซึ่งมีร้านขายของใช้สำหรับแมวโดยเฉพาะ หญิงสาวเลือกซื้อของอย่างเพลิดเพลินจนลืมระวังตัว เดินสะดุดเกือบหกล้มหน้าคะมำ โชคดีที่สามีซึ่งคอยหิ้วตะกร้าใส่ของเดินตามหลังคว้าเอวไว้ได้ทันก่อนเจ็บตัว
“ระวังหน่อยสิ” คนเป็นสามีดุเสียงเข้ม
ฟ้าพราวก้มมองเท้าตัวเอง เห็นว่าเชือกรองเท้าผ้าใบหลุดจึงก้มลงจะผูกเชือกรองเท้าใหม่แต่ภูริดลจบไหล่เธอให้เงยหน้าขึ้นมาแล้วย่อตัวลงผูกเชือกรองเท้าให้พลางส่งสายตาดุดันไปยังชายแก่หัวล้านลงพุงที่แอบมองภรรยาของเขาอยู่ที่มุมหนึ่ง ชายแก่ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้แล้วเดินหลบออกไป
ภูริดลยืดตัวขึ้นแล้วถอดเสื้อแจ็คเก็ตยีนของตัวเองออกมาคลุมไหล่ให้ฟ้าพราวแล้วดึงสาบเสื้อเข้ามาชิดกัน ปกปิดเนื้อหนังเธอไว้ทั้งตัว “วันหลังห้ามใส่แล้วนะชุดสายเดี่ยวเปิดหน้าเปิดหลังแบบนี้ คอเสื้อก็กว้าง จะก้มก็ระวังด้วย หรือว่าเป็นพวกชอบโชว์”
“จะบ้าเหรอ” เธอทำหน้าง้ำใส่เขา “เรื่องแค่นี้ไม่เห็นต้องดุเลย แล้วชุดนี้ก็ไม่ได้โป๊ะสักหน่อย ปกติฉันก็แต่งตัวแบบนี้อยู่แล้ว ท่านพ่อไม่เห็นว่าอะไรเลย”
“พ่อไม่ว่า แต่ผัวไม่ชอบ” เขาดุเสียงแข็งจนพนักงานในร้านแอบทำหน้าสงสารฟ้าพราว “แล้วนี่ได้ของครบหรือยัง”
“ครบแล้ว คุณไปหาที่นั่งรอข้างนอกก็ได้ ฉันจ่ายเงินเสร็จแล้วจะตามออกไป” ฟ้าพราวหยิบตะกร้าที่วางอยู่ที่พื้นขึ้นมาแล้วเดินไปที่เคาน์เตอร์คิดเงิน รอจนพนักงานสแกนบาร์โค้ดครบทุกชิ้นแล้วแจ้งยอดเงินที่ต้องชำระ จากนั้นก็ยื่นบัตรเครดิตให้
“บัตรถูกระงับนะคะ รูดไม่ได้” พนักงานส่งบัตรเครดิตคืนให้
“งั้นลองใบนี้นะคะ” ฟ้าพราวส่งบัตรเครดิตอีกใบให้