ตอนที่ 193
บทที่ 194 ความสามารถของหลี่หยิน
October 22, 2026
บทที่ 194 ความสามารถของหลี่หยิน“ใช่ ข้ามาผิดทาง” ลั่วอู๋พยักหน้าอย่างจริงจัง “ข้าควรจะเข้าร่วมการทดสอบผู้ใช้พลังวิญญาณ แต่ข้าบังเอิญมาผิดที่เป็นส่วนของการทดสอบคุณสมบัติผู้ปรับแต่งพลังวิญญาณได้ซะนี่” ฝูงชนต่างพูดไม่ออกไปตาม ๆ กัน จะมีคนประมาทเช่นนี้ได้อย่างไร แม้แต่ในการทดสอบคุณสมบัติอันแสนสำคัญแบบนี้เขาก็ยังพลาดได้“ไป ไปเถอะ อย่ามาสร้างความวุ่นวายที่นี่” ชายชราผู้รับผิดชอบการทดสอบคุณสมบัติโบกมืออย่างไม่พอใจ ลั่วอู๋ยิ้มอย่างเชื่องช้าและหันหน้าหนี ไม่มีใครให้ความสนใจกับลั่วอู๋มากนัก เพราะเดิมทีลั่วอู๋มีบทบาทโด่งดังในเขตหวงชา ไม่ใช่ในเขตเมืองหมิงหนานเว้นแต่หยีเทียนเฉิน หยีเทียนเฉินจ้องมองไล่หลังของไปลั่วอู๋ เขาได้ตระหนักถึงบางสิ่งบางอย่างหรือไม่? ไม่สิมันเป็นไปไม่ได้ แมลงกินวิญญาณสามารถดูดซับพลังวิญญาณจากอีกฝ่ายและเปลี่ยนแปลงคุณสมบัติพลังวิญญาณของตัวเองได้ เรียกได้ว่าเป็นสัตว์วิญญาณที่มีการปกปิดตัวตนอันยอดเยี่ยมที่สุด แต่แล้วทำไมจู่ ๆ เขาถึงล้มเลิกการทดสอบ?หยีเทียนเฉินไม่สามารถทำความเข้าใจได้ หยีเทียนเฉินไม่คิดว่าอีกฝ่ายมาผิดทางจริง ๆมู่เฉิงให้โควตากับตัวเองเพื่อจัดการกับลั่วอู๋ มู่เฉิงจำผิดไปอย่างนั้นเหรอว่าลั่วอู๋เป็นผู้ปรับแต่งพลังวิญญาณ? ลั่วอู๋เดินออกจากพื้นที่ทดสอบของผู้ปรับแต่งวิญญาณพร้อมเกาหัวตัวเองอย่างเชื่องช้า การที่เขาปล่อยให้ตัวเองลืมไปว่าแต้มเซียนได้ถูกใช้จนหมดแล้วเป็นเรื่องที่พลาดไปจริง ๆ และตอนนี้มันก็สายเกินไปแล้วที่จะแก้ไขได้ ถ้าอย่างนั้นทางเดียวที่เขาจะเข้าสำนักเฉียนหลงได้ก็คือเข้าร่วมการทดสอบในส่วนของผู้ใช้พลังวิญญาณแทนเท่านั้น “หลี่หยินไปอยู่ที่ไหนกันนะ” ลั่วอู๋มองไปรอบ ๆ “แปลกชะมัด หลี่หยินไม่ใช่คนที่จะเดินเล่นไปไหนมาไหนได้นี่นา”ลองไปหาฉูจงฉวนดีกว่า บางทีเขาอาจจะรู้อะไรบ้าง ลั่วอู๋คิดได้ดังนั้นก็เดินเข้าไปในพื้นที่ทดสอบคุณสมบัติของผู้ใช้พลังวิญญาณ เบื้องหน้าของเขาแสงไฟที่พุ่งออกมาเป็นเสาไฟหลากสีกำลังส่องสว่าง“นางมีคุณสมบัติ” ผู้ตรวจสอบส่งเสียงร้องต่ำ ลั่วอู๋จับจ้องไปทางเขาและก็ได้เห็นว่าเด็กผู้หญิงที่เป็นต้นเหตุของเสาไฟหลากสีนั้นไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นหลี่หยินนั่นเองทำไมนางถึงมาอยู่ที่นี่ได้ ?หลี่หยินพยายามปรับตัวให้เข้ากับแสงจากนั้นนางก็สังเกตเห็นถึงลั่วอู๋ที่อยู่ท่ามกลางฝูงชนภายนอก ได้อย่างแม่นยำและแสดงรอยยิ้มขึ้นมาในทันทีนางเอามือของนางกลับออกมาจากแท่นจากนั้นแสงก็มาบรรจบกัน“อย่าเพิ่งไปสิ การทดสอบยังไม่เสร็จสิ้น นี่เป็นเพียงแค่การทดสอบในขั้นแรก” ผู้ตรวจสอบอุทานอย่างเร่งรีบนางมีคุณสมบัติในแต่ละมณฑลมีไม่กี่คน ที่จะมีคุณสมบัติแบบนี้แต่หลี่หยินนั้นไม่ได้สนใจเรื่องการทดสอบหรือผู้คุมสอบเลยแม้แต่น้อยนางเดินเข้ามาด้านข้างของลั่วอู๋ ด้วยท่าทางที่ผ่อนคลายและยิ้มอย่างง่าย ๆ “นายน้อย”“ทำไมเจ้าถึงมาอยู่ที่นี่?” ลั่วอู๋ลูบหัวของหลี่หยินหลี่หยินอธิบายทันใดนั้นลั่วอู๋ก็ตระหนักว่าเป็นทูตของเฉียนหลงนี่เองที่ให้นางเข้าทดสอบเขาคือเจ้านายของผู้หญิงคนนี้ใช่รึเปล่า? สายตาของทุกคนจับจ้องไปที่ลั่วอู๋ พวกเขาไม่คิดว่าบุคคลเช่นนี้จะคู่ควรกับสาวใช้ที่มีคุณสมบัติขั้นสูงสุด?“ เจ้ามาที่นี่ทำไมล่ะเนี่ย เจ้าไม่ได้จะไปรับการสอบในส่วนของผู้ปรับแต่งหรอกเหรอ” ฉูจงฉวนกล่าวอย่างสงสัยลั่วอู๋ครุ่นคิดอยู่พักหนึ่งและตอบว่า “จู่ๆข้าก็รู้สึกว่าความแข็งแกร่งในการต่อสู้เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด ดังนั้นข้าอยากจะเข้าร่วมการทดสอบในฐานะผู้ใช้พลังวิญญาณมากกว่า”ฉูจงฉวนกลอกตาหลังจากฟังหากเขาได้เข้าร่วมในการทดสอบรับรองผู้ปรับแต่งพลังวิญญาณล่ะก็ เขาคงจะผ่านไปได้อย่างง่ายดายไม่จำเป็นต้องตรวจสอบพลังวิญญาณด้วยซ้ำอย่างไรก็ตามเนื่องจากลั่วอู๋ได้เลือกทางเลือกนี้แล้ว เขาคงมีเหตุผลของเขา และฉูจงฉวนก็ไม่ได้ขัดหรือพูดอะไรมากเมื่อมู่เฉิงเห็นลั่วอู๋ใบหน้าของเขาก็มืดมนนี่มันเกิดขึ้นได้อย่างไร? เขาจะเข้ามามีส่วนร่วมในการทดสอบผู้ใช้พลังวิญญาณได้อย่างไรกัน? เขาเป็นผู้ปรับแต่งพลังวิญญาณไม่ใช่เหรอ! แล้วแบบนี้เขาจะขอให้หยีเทียนเฉินย้ายไปทดสอบในฐานะผู้ปรับแต่งพลังวิญญาณไปทำไมกันล่ะ?“ผู้หญิงคนนั้นอย่าเสียเวลา รีบไปขึ้นเวทีและเข้าร่วมการทดสอบต่อไปได้แล้ว” ผู้ตรวจสอบรู้สึกกระวนกระวายหลี่หยินส่ายหัว “ไม่ ข้าจะไม่เข้าร่วมเจ้าค่ะ”นางมาตามหานายน้อย และตอนนี้นางได้พบนายน้อยแล้ว นางไม่มีความจำเป็นจะต้องเข้าร่วมการทดสอบแต่อย่างใด“เจ้าจะปฏิเสธได้อย่างไร” ผู้ตรวจสอบลูบหนวดเคราของเขาและจ้องไปที่ดวงตาของนาง “เจ้ามีคุณสมบัติที่ดีมาก เจ้ากำลังจะได้รับโอกาสเข้าร่วมการทดสอบเฉียนหลงเลยนะ นี่เป็นสิ่งที่ใคร ๆ ต่างก็แย่งชิงกัน”