ตอนที่ 198
บทที่ 199 การค้นพบ
October 22, 2026
บทที่ 199 การค้นพบในความเป็นจริงหากหนานกงหยิงเอ๋อคิดที่จะวิ่งหนีไปตั้งหลักก่อนหรือฮึดสู้กลับไป นางก็มีโอกาสสูงที่จะโค่นลั่วอู๋ลงได้ แต่นางกลัวเกินไป นางจึงแพ้ในที่สุดทุกคนไม่คาดคิดว่าผลลัพธ์จะออกมาเป็นแบบนี้ ว่าลั่วอู๋จะมีวิธีการเช่นนี้ในการรับมือกับนาง พวกเขาไม่ได้คาดคิดว่าต้าหวงจะมีรูปแบบอื่นและผีเสื้อ “กลายพันธุ์” นั้นจะมีความสามารถในการควบคุมปั่นป่วนสถานการณ์ในการต่อสู้ที่ทรงพลังมากถึงขนาดนี้ มันไม่ได้ปรากฏให้เห็นในตอนที่เขาได้รับการทดสอบ ในขณะนี้ผู้คนต่างก็พากันเลิกดูถูกเหยียดหยามลั่วอู๋“ตอนนี้ใครมีคุณสมบัติที่จะเป็นเจ้านายของหลี่หยินมากกว่ากันล่ะ ?” ลั่วอู๋ถามด้วยเสียงต่ำ ใบหน้าของหนานกงหยิงเอ๋อแสดงร่องรอยของความไม่เต็มใจ ถ้านางไม่ได้ดูถูกเขาตั้งแต่แรกละก็ นางคงจะใช้ท่าไม้ตายทุกรูปแบบโดยไม่ยั้งมือและก็คงจะไม่แพ้แบบนี้อย่างแน่นอน “ฮึ่ม”ลั่วอู๋หยุดดาบระบำแห่งความตายในมือของเขาลง แน่นอนว่าเขาไม่ได้คิดจะสู้กันให้ถึงตาย อีกฝ่ายเองก็ไม่ใช่คนชั่วร้ายอะไร อีกทั้งยังเป็นลูกหลานจากพระราชวังหยู่หวัง เขาไม่จำเป็นที่จะต้องไปมีเรื่องกับกองกำลังขนาดใหญ่ ด้วยเหตุผลไร้สาระ ทุกคนต่างมองดูไปที่ลั่วอู๋ด้วยสายตาระมัดระวัง แม้ว่าหนานกงหยิงเอ๋อจะไม่มีสัตว์วิญญาณตัวที่สาม แต่นางก็เป็นถึงผู้ใช้พลังวิญญาณระดับสูง การที่ความสามารถของลั่วอู๋เหนือกว่านางนั้นจึงแสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของเขา เขาเป็นคนที่ไม่สามารถประมาทได้ หลี่หยินเดินมาหาหนานกงหยิงเอ๋อ และพูดอย่างจริงจังว่า“ท่านหญิงหนานกงหยิงเอ๋อ ข้ามีบางอย่างจะบอกกับท่าน ที่จริงแล้วนายน้อยของข้าได้มอบเอกสารสัญญาทาสให้กับข้า ซึ่งข้าก็ได้ฉีกมันทิ้งไปแล้ว ตอนนี้ข้าจึงเป็นอิสระเจ้าค่ะ” “แล้วทำไมเจ้าถึงไม่ออกไปใช้ชีวิตด้วยตัวเองล่ะ เจ้าอยากที่จะเป็นสาวใช้ของผู้อื่นอย่างนั้นเหรอ ?” ดวงตาของหนานกงหยิงเอ๋อเบิกกว้าง นางไม่สามารถทำความเข้าใจในความคิดของหลี่หยินได้ หลี่หยินส่ายหัว “นายน้อยคือครอบครัวของข้าเจ้าค่ะ ข้าจะไปที่ไหนได้ เมื่อไม่มีเขา” “แต่เจ้ามีอิสระแล้วนี่นา เจ้าจะไปที่ไหนก็ได้ ทุกที่ที่เจ้าต้องการไม่มีใครสามารถบังคับเจ้าได้อีกต่อไป” หนานกงหยิงเอ๋อ กล่าว “ข้าแค่อยากอยู่กับนายน้อยเจ้าค่ะ” หลี่หยินพูด หนานกงหยิงเอ๋อตกอยู่ในความเงียบ“แต่ข้าพร้อมจะทำเพื่อเจ้านะ” เป็นเวลานานก่อนที่นางจะพูดคำนี้ออกมาแต่นางก็พูดในที่สุด“ข้าไม่ต้องการให้ท่านทำอะไร แบบนี้มันดีแล้วสำหรับข้าเจ้าค่ะ”คำพูดจากหลี่หยินทำให้นางเงียบอีกครั้ง“ดังนั้นโปรดอย่าตัดสินใจแทนคนอื่นเจ้าค่ะ ในอนาคตมันจะก่อความรำคาญให้กับผู้อื่น” หลี่หยินกล่าวออกมาอย่างสุภาพนางเริ่มโกรธขึ้นมาแล้วจริง ๆคนพวกนี้ช่างน่ารำคาญ ทำไมพวกเขาถึงกล้ามาพูดว่านายน้อยไม่คู่ควร คำพูดแปลก ๆ แบบนี้ไม่ถูกใจนางมาก“กลับกันเถอะ หลี่หยิน” ลั่วอู๋ตะโกนอย่างเกียจคร้านหลี่หยินพยักหน้าอย่างสนุกสนานและเดินตามลั่วอู๋ไปใบหน้าของหนานกงหยิงเอ๋อดูมืดมัว แต่ในที่สุดนางก็ถอนหายใจแล้วเดินจากไปไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไร แต่จู่ ๆ หยีเทียนเฉิน ก็มาปรากฏที่ด้านข้างของมู่เฉิง “เขาไม่ได้เข้าร่วมในการทดสอบผู้ปรับแต่งพลังวิญญาณ ดังนั้นข้าจึงไม่สามารถทำอะไรเขาได้”“ข้าไม่สนเจ้าต้องรับผิดชอบ หาทางกำจัดเขาออกไปให้ข้า”“ตราบใดที่เขาใช้พลังวิญญาณในการปรับแต่ง ข้าจะรู้สึกได้ในทันที จากนั้นข้าก็จะให้สัตว์วิญญาณของข้าเล่นงาน” แสงเย็นวาบปรากฏขึ้นในดวงตาของหยีเทียนเฉิน “เจ้าเองก็เถอะ เจ้าควรสุภาพกับข้าดีกว่านะ ข้าไม่ใช่คนรับใช้ของเจ้า จำไว้ด้วยล่ะ มู่เฉิง นี่มันเป็นแค่ข้อตกลงระหว่างเรา”“หมายความว่าไง” เสียงของมู่เฉิงจมดิ่งลงหยีเทียนเฉินกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา “ผู้คนในหุบเขามรณะของข้าไม่มีกฏว่าห้ามฆ่าคน”มู่เฉิงกำลังจะโกรธ แต่เขานึกถึงวิชาอันคาดเดาไม่ได้ของอีกฝ่าย เขากลัวอยู่ครู่หนึ่งและก็ไม่ได้พูดอะไรอีกมีร่างหนึ่งปรากฏขึ้นอย่างช้า ๆ ด้านหลังผู้ตรวจสอบ เขาเป็นชายที่มีหน้ากากมังกรดำ“ท่านทูตเฉียนหลง” ผู้ตรวจสอบประหลาดใจและทำความเคารพอย่างเร่งรีบทูตเฉียนหลงโบกมือบอกว่าเขาไม่จำเป็นต้องสุภาพ จากนั้นเขาก็พูดด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา“ คนที่ชื่อลั่วอู๋นั้นน่าสนใจมาก จงปล่อยให้เขาผ่านการทดสอบรอบแรกซะ”“ผมเองก็คิดเช่นนั้นขอรับ” ผู้ตรวจสอบพยักหน้า…………หลังจากที่ลั่วอู๋ออกจากสำนักงานมณฑลได้ไม่นานเขาก็ได้รับข้อความจากสำนักงานมณฑลในทันทีไม่แปลกใจเลยที่มันคือเอกสารแจ้งเตือนว่าพวกเขาผ่านรอบแรกทั้งสามคนนั้นผ่านรอบแรกไปได้“โชคดีที่เจ้าผ่าน ไม่งั้นข้าคงจะเสียดายโควตาแย่” ฉูจงฉวนพูดติดตลก