ตอนที่ 240
บทที่ 241 ทักษะเชิญวิญญาณ
October 22, 2026
บทที่ 241 ทักษะเชิญวิญญาณ
ราวกับมีลมแรงพัดอยู่ด้านนอกบ้านพักของลั่วอู๋
เฉินหมิงหยู่รู้สึกว่าอุณหภูมิอันเหมาะสมในตอนแรกของสำนักเฉียนหลงนั้นเย็นขึ้นมามาก
“ท่านพี่ เขาคนนี้นี่แหละ” หนิงหลิงหลิงชี้ไปที่ลั่วอู๋และพูดด้วยรอยยิ้มราวกับปีศาจตัวน้อย “เจ้าควรยอมรับความผิดพลาดที่ทำไปโดยเร็ว หากเจ้ายอมรับด้วยทัศนคติที่ดี พวกข้าอาจจะพิจารณาปล่อยเจ้าไปก็ได้”
สาว ๆ มองไปที่ลั่วอู๋ ข้าไม่ได้เพิ่งออกมาจากโรงหมอนะ มาทำไมกันเยอะแยะ?ลั่วอู๋ไม่ตอบ แต่กลับโบกมือให้เฉินหมิงหยู่ “มานี่หน่อยสิ” เฉินหมิงหยู่ก้าวย่างอย่างช้า ๆ เดินไปหาลั่วอู๋อย่างไม่เต็มใจสาว ๆ ทุกคนรู้สึกได้ถึงจุดพิรุธบางอย่าง ทำไมความมั่นใจของท่านพี่ถึงได้ดูอ่อนลง? นางดูเหมือนคนอารมณ์ไม่ดี นี่มันเกิดอะไรขึ้น
เฉินหมิงหยู่มองมาที่ลั่วอู๋ด้วยใบหน้าบอกบุญไม่รับ “เรียกข้าดี ๆ สิ” ลั่วอู๋กล่าว เฉินหมิงหยู่หายใจเข้าลึก ๆ ลดศีรษะลงและพูดออกมาด้วยเสียงอันแผ่วเบา “ท่านอาจารย์”เหล่าสาว ๆ เบิกตากว้างไปพร้อม ๆ กัน ในใจของพวกนางต่างกระวนกระวายเป็นอย่างมาก ภาพของท่านพี่ผู้อยู่เหนือสุดได้พังทลายลง
ท่านอาจารย์? นี่ล้อกันเล่นใช่ไหมเนี่ย ? หญิงสาวที่ชั่วร้ายที่สุดในเมืองหลวงของจักรวรรดิ ผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นผู้ปรับแต่งระดับสูงที่มีอายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ ถึงกับต้องยอมก้มหน้า เพื่อกล่าวคำทักทายแก่ชายหนุ่มนิรนามคนนี้“ดีมาก” ลั่วอู๋พยักหน้าด้วยความพึงพอใจ เขาไม่คาดคิดเลยว่า ท่านพี่สาวของหนิงหลิงหลิงแท้จริงแล้วคือเฉินหมิงหยู่ช่างบังเอิญเหลือเกิน โชคดีสุด ๆ “เจ้าควรทำอย่างไร เวลามีคนพูดไม่ดีต่ออาจารย์ของเจ้า”ลั่วอู๋ถามเฉินหมิงหยู่เม้มริมฝีปากของนาง “หนิงหลิงหลิง เดินมาตรงนี้หน่อยสิ”
“ท่านพี่… ” หนิงหลิงหลิงกล่าวด้วยสีหน้าขมขื่น “มานี่สิ!”เฉินหมิงหยู่ตะคอกด้วยน้ำเสียงอันรุนแรงทำให้ หนิงหลิงหลิงรู้สึกไม่สบายใจมาก นางก้าวไปข้างหน้าอย่างระมัดระวัง“ดีมาก ทีนี้จงขอโทษเขาซะ ” เฉินหมิงหยู่ถอนหายใจหนิงหลิงหลิงไม่เต็มใจเท่าไหร่ที่จะขอโทษ แต่เพราะความสง่างามของท่านพี่ของนาง นางจึงทำได้เพียงแค่ก้มหน้าไป “ข้าขอโทษ ข้าผิดไปแล้ว”ลั่วอู๋หัวเราะ “ไม่เป็นไร นางเป็นคนของข้าเอง ยังไงซะตอนนี้ความเข้าใจผิดก็ได้ถูกอธิบายให้ชัดเจนแล้ว”
ดูเหมือนจะมีบางอย่างแตกสลายในใจของเหล่าสาว ๆแบบนี้ท่านพี่สาวจะยังคงเป็นคนเดิมที่ไม่มีใครสามารถเทียบได้อีกอยู่อีกอย่างนั้นเหรอ?ทันใดนั้นเฉินหมิงหยู่ก็เงยหน้าขึ้นและมองตรงไปที่ดวงตาของลั่วอู๋ “อย่าเพิ่งได้ใจไป มันเป็นคำสั่งของท่านปู่ของข้าที่ให้เรียกเจ้าว่าท่านอาจารย์”
“ข้าเองก็ไม่ภูมิใจในเรื่องนี้เท่าไหร่อยู่แล้ว” ลั่วอู๋กล่าวอย่างไร้เดียงสา
“ฮึ่ม” เฉินหมิงหยู่จับมือหนิงหลิงหลิงหันกลับมาและเดินกลับไปหาเหล่าสาว ๆ จากนั้นนางก็มองไปที่ลั่วอู๋และความมั่นใจของนางก็ลุกขึ้นอีกครั้ง ความสับสนอันขุ่นมัวในใจนางถูกกวาดออกไปเช่นเดียวกับดวงจันทร์ที่สว่างไสว “แม้ว่าก่อนหน้านี้ข้าจะเคยแพ้พนันเจ้า แต่ตอนนี้ข้าต้องการที่จะท้าทายเจ้าอีกครั้ง”
ความหวังถูกจุดขึ้นในใจของสาว ๆดูเหมือนว่าที่ท่านพี่ต้องก้มหัวให้เขาคงจะเป็นเพราะแพ้พนันบางอย่าง“เจ้าช่างเป็นผู้ชายน่ารังเกียจยิ่งนัก” หนิงหลิงหลิงยืนขึ้นและตำหนิด้วยคำพูดอันดูชอบธรรม “บัดนี้ความเกลียดชังในปัจจุบันและความเกลียดชังในอดีตจะถูกนับรวมกันเพื่อคิดบัญชีในตอนนี้”
ลั่วอู๋กะพริบตาโอ้ ความภาคภูมิใจของอัจฉริยะอีกแล้วอย่างนั้นเหรอ?“มีปัญหาอะไรงั้นหรอลั่วอู๋ ? เจ้าไม่กล้าตอบรับคำท้าทายของข้างั้นเหรอ?” เฉินหมิงหยู่กล่าวอย่างโอหัง ตอนนี้ความนิยมทั้งหมดของนางได้มาถึงจุดสูงสุดแล้วลั่วอู๋ตอบอย่างเรียบ ๆ “มันไม่สำคัญหรอกว่าเจ้าจะท้าทายอะไรข้า แต่ได้โปรดอย่าเรียกข้าด้วยชื่อของข้า เพราะถึงยังไงข้าก็ยังคงเป็นอาจารย์ของเจ้า”สาว ๆ โกรธมากจนเปลวไฟในดวงตาของพวกนางลุกโชนราวกับจะทำให้ที่พักของลั่วอู๋ทั้งหลังลุกเป็นไฟ
เฉินหมิงหยู่กัดฟันสีเงินของนาง “ท่านอาจารย์โปรดยอมรับการท้าทายของข้าด้วย ถ้าข้าชนะข้าจะขอตัดเดิมพันทั้งหมดของข้า และข้าจะได้ไม่ต้องเรียกท่านว่าท่านอาจารย์อีก”
นางยังคงเรียกเขาว่าท่านอาจารย์เพราะนี่เป็นคำสั่งจากท่านปู่ของนาง ไม่ว่านางจะดื้อรั้นแค่ไหนนางก็ไม่กล้าหรือไม่เชื่อฟังคำสั่งของเขา“ลืมไปซะเถอะ ตอนนี้ข้าคุ้นเคยกับเจ้าดีแล้ว แถมข้าติดหนี้บุญคุณหลงเซี่ยอยู่ ถ้าไม่อยากเรียกข้าว่าท่านอาจารย์เจ้าก็ไม่จำเป็นต้องเรียก” ลั่วอู๋สงสัยเล็กน้อยดวงตาของเฉินหมิงหยู่แสดงถึงความแน่วแน่ “หนี้บุญคุญของลุงหลงไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับข้า ท่านต้องยอมรับคำท้าทายของข้า”ผู้ชนะเท่านั้นที่จะเป็นคนตัดสินและนางต้องมีข้ออ้างไปบอกกับท่านปู่ของนาง