ตอนที่ 247
บทที่ 248 ภูตสงครามกลายพันธุ์
October 22, 2026
บทที่ 248 ภูตสงครามกลายพันธุ์
ลั่วอู๋ฝึกฝนอยู่ในมิติไหอย่างสบายใจ
ตอนนี้เขาได้เข้าใกล้การเป็นผู้ใช้พลังวิญญาณระดับเงิน มิติ 10 มากแล้ว และเมื่อเขาไปถึงระดับเงิน มิติ 10 เขาก็จะได้โอกาสเลื่อนขั้นมิติวิญญาณไปสู้การเป็นผู้ใช้พลังวิญญาณระดับสูงได้
สามวันต่อมาลำแสงพุ่งปริศนาก็ได้พุ่งเข้ามาในที่พักของลั่วอู๋
นั่นทำให้ลั่วอู๋ลืมตาตื่นขึ้น มันเป็นจดหมายที่ส่งมาจากห้องโถงหวันฝา “มีคนอยากจะให้ข้าปรับแต่งสัตว์วิญญาณให้งั้นสินะ? ข้าเข้าใจถูกแล้วใช่ไหม?” ลั่วอู๋คิดถึงเรื่องนี้แล้วรีบออกจากที่พักไป การช่วยให้ไข่ที่เขาครอบครองอยู่ฟักออกมาเป็นสิ่งสำคัญมาก ดังนั้นเขาจึงต้องยอมทำงานหนักเพื่อให้ได้คะแนนมา การทำงานปรับแต่งสัตว์วิญญาณให้เสร็จสมบูรณ์ จะทำให้เขาได้คะแนนมาจำนวนมากเมื่อลั่วอู๋มาถึงที่ห้องโถงหวันฝา เขาได้เจอกับลูกค้าชื่อว่ามู่ฉิง
มู่ฉิงนั้นดูเหมือนจะเพิ่งอายุยี่สิบต้น ๆ นางมีเสน่ห์ของผู้หญิงที่ประสบความสำเร็จ และแรงกดดันวิญญาณของนางก็โดดเด่นมาก จนถึงขึ้นทำให้ผู้คนรู้สึกถึงอำนาจที่เหนือกว่าของนาง
เห็นได้ชัดว่านางไม่ใช่นักเรียน แต่เป็นอาจารย์พิเศษ เมื่อมู่ฉิงเห็นลั่วอู๋นางก็แปลกใจ “เด็กมากเจ้าเป็นนักเรียนใช่รึเปล่าเนี่ย?”“ใช่แล้ว” ลั่วอู๋พยักหน้า มู่ฉิงขมวดคิ้วเล็กน้อย “ว่าแล้วเชียว คิดราคาถูกขนาดนี้ เจ้าไม่ใช่คนของสำนักย่อยการปรับแต่งจริง ๆ ด้วย ข้าน่าจะคิดได้”“เจ้าต้องการให้สัตว์วิญญาณเรียนรู้ทักษะใหม่รึเปล่า?” ลั่วอู๋ถาม
“ไม่เป็นไรแล้ว” มู่ฉิงส่ายหัว “ข้าเกรงว่าเจ้าจะไม่สามารถตอบสนองความต้องการของข้าได้ ระดับการปรับแต่งของเจ้าอย่างน้อยก็ควรจะอยู่ในระดับสูง”
หลังจากนั้นมู่ฉิงก็ดูเหมือนพร้อมที่จะเดินจากไป ลั่วอู๋รีบหยุดนางไว้แล้วพูดอย่างจริงจัง “ทำไมเจ้า ไม่ให้ข้าลองดูก่อนล่ะบางที ข้าอาจช่วยเจ้าแก้ปัญหานั้นได้ ถ้าไม่ข้าทำไม่สำเร็จข้าจะไม่คิดคะแนนเลย”“แต่สัตว์วิญญาณที่ข้าต้องการให้เจ้าปรับแต่งมันอยู่ในระดับเพชรเลยนะ ?” มู่ฉิงลังเล ใบหน้าของลั่วอู๋ยังคงแน่วแน่ไม่เปลี่ยนไป “ให้ข้าได้ลองเถอะ” หัวใจของมู่ฉิงหวั่นไหวเล็กน้อย นางไม่มีคะแนนมากพอที่จะเชิญเหล่าปรมาจารย์จากสำนักย่อยการปรับแต่งมาจัดการกับปัญหานี้ แต่นางก็ยังไม่เต็มใจที่จะขอความช่วยเหลือจากลั่วอู๋เท่าไหร่“ช่วยไม่ได้ ข้าจะให้เจ้าลองดูก็ได้” มู่ฉิงถอนหายใจจากนั้นนางก็พาลั่วอู๋ไปยังคฤหาสน์อันเงียบสงบมู่ฉิงปล่อยแสงสีม่วงออกมาจากแหวนสัตว์วิญญาณศักดิ์สิทธิ์ จากนั้นสัตว์วิญญาณลึกลับก็ปรากฏตัวขึ้น ใบหน้าของสัตว์วิญญาณตัวเล็ก ๆ ตัวนี้นั้นเหมือนกับของมนุษย์ มันมีขนาดเท่ากับเด็กอายุเจ็ดหรือแปดขวบ สวมชุดเกราะสีม่วงและมีปีกนางฟ้าสีม่วงงอกออกมาจากหลังของมันภูตตนนี้ถือดาบพลังวิญญาณแสงไว้ในมือ มันดูสงบและเยือกเย็นราวกับจะตัดสินความอยุติธรรมของทั่วทั้งโลก
“ภูตปีกแสง?” ลั่วอู๋รู้สึกประหลาดใจสัตว์วิญญาณตัวเล็ก ๆ ตัวนี้ค่อนข้างคล้ายกับภูตปีกแสงมู่ฉิงส่ายหัว “มันไม่ใช่ภูตปีกแสง แต่เป็นภูตสงคราม ภูตปีกแสงถือกำเนิดจากแสงเหนือ แต่ภูตสงครามถือกำเนิดขึ้นจากแสงแรกของดวงอาทิตย์ที่ปัดเป่าความมืด ภูตปีกแสงมีพลังในการรักษา แต่ภูตสงครามเป็นตัวตนที่ตรงกันข้ามกับมัน ภูตสงครามนั้นเกิดมาเพื่อการต่อสู้”ลั่วอู๋พยักหน้า แต่เขาก็ยังสงสัย “ข้าคิดว่าภูตสงครามตัวนี้มีอะไรผิดปกตินะ”
“ใช่ เจ้าไม่ได้เข้าใจอะไรผิดไปหรอก” มู่ฉิงกุมหัวแล้วพูดว่า “มันไม่ใช่ ภูตสงครามธรรมดา มันเป็นภูตสงครามกลายพันธุ์”
ทันใดนั้นลั่วอู๋ก็เข้าใจมันไม่น่าแปลกใจเลยที่แสงของมันเป็นสีม่วงภูตสงครามปกตินั้นจะมีแสงเป็นสีขาว แต่นี่มันต่างออกไป“งั้นก็ดีเลยนี่ มันไม่เหมือนใครดี” ลั่วอู๋กล่าวมู่ฉิงดูเหมือนจะไม่อยากทำร้ายจิตใจของมัน นางจึงพูดด้วยเสียงเบา “ภูตสงครามควรจะเปล่งแสงศักดิ์สิทธิ์ มันไม่ควรเปล่งแสงสีม่วง”เห็นได้ชัดว่านางไม่ต้องการให้ภูตสงครามกลายพันธุ์เป็นแบบนี้
อย่างไรก็ตามมันเป็นเรื่องปกติที่สัตว์วิญญาณจะกลายพันธุ์ไปเป็นรูปร่างที่น่าเกลียดกว่ารูปแบบปกติทั่วไปของเผ่าพันธุ์มัน การกลายพันธุ์นั้นเต็มไปด้วยความไม่แน่นอนเสมอ บางคนก็ชอบบางคนก็ไม่
ซึ่งลั่วอู๋ก็ไม่หักล้างความเป็นจริงที่ว่าแต่ละคนมีรสนิยมของตัวเอง
“เจ้าต้องการให้ข้าทำอะไรล่ะ ?” ลั่วอู๋ถามมู่ฉิงดูรู้สึกไม่สบายใจก่อนจะกล่าวว่า “เพราะการกลายพันธุ์ มันจึงกลายเป็นภูตสงครามที่มีลักษณะพิเศษ อย่างไรก็ตามในด้านความสามารถในการต่อสู้ มันอ่อนแอกว่าภูตสงครามทั่วไปเล็กน้อย”ลั่วอู๋เริ่มเห็นใจพี่สาวคนนี้ขึ้นมานี่มันแย่เกินไปแล้วมันไม่ใช่แค่ว่าการกลายพันธุ์ทำให้มันมีรูปร่างที่ดูไม่ดี แต่การกลายพันธุ์ยังทำให้มันอ่อนแอกว่าภูตสงครามทั่วไปอีกด้วยภูตสงครามได้กลายพันธุ์ทำให้ความสามารถในการต่อสู้อ่อนแอลง มีประโยชน์อะไรจากการกลายพันธุ์บ้างล่ะเนี่ย?