ตอนที่ 248
บทที่ 249 จางฉีฮง
October 22, 2026
บทที่ 249 จางฉีฮงมู่ฉิงกำลังรออย่างใจจดใจจ่ออยู่นอกห้องลับ นางทำงานหนักมากเพื่อภูตสงครามตัวนี้ ถึงขั้นที่ภูตสงครามสามารถเลื่อนขั้นขึ้นเป็นระดับเพชรได้ภายใต้เงื่อนไขของพลังวิญญาณในเลือดที่จำกัดนางได้ทำพันธสัญญาและผูกพันกับภูตสงครามตัวนี้มาก แม้ว่านางจะสามารถยกเลิกพันธสัญญากับภูตสงครามได้ แต่นางก็จะสูญเสียสัตว์วิญญาณตัวนี้ไปตลอดกาล
ดังนั้นไม่ว่าจะด้วยเหตุผลหรือความรู้สึก นางก็ต้องทุ่มเทความพยายามทั้งหมดของนางให้กับภูตสงครามเพื่อช่วยให้มันได้พัฒนา
แต่นางรู้สึกเหนื่อยกับมันจริง ๆ แม้ว่ามันจะพัฒนามาได้ถึงระดับนี้แต่ประสิทธิภาพในการต่อสู้ของมัน ก็ยังคงอยู่ในระดับต่ำสุดในบรรดาสัตว์วิญญาณที่แข็งแกร่งในระดับมิติวิญญาณเดียวกัน“อืม ดีมากจริง ๆ” ประตูด้านนอกคฤหาสน์ถูกเคาะ มู่ฉิงเดินไปเปิดประตู ผู้ที่ยืนอยู่ข้างนอกประตูคือผู้ชายที่ดูเหมือนจะอยู่ในวัยสามสิบ ทั้งสง่างามและมีรอยยิ้มที่อ่อนโยน เขาถือช่อดอกไม้ไว้ในมือ“มู่ฉิง … ” ชายคนนั้นพูดด้วยน้ำเสียงที่ประจบสอพลอเล็กน้อย
มู่ฉิงตอบกลับด้วยความเย็นชา “จางฉีฮง ข้าบอกเจ้าแล้วใช่ไหมว่าเราขาดกันแล้ว โปรดอย่ามาหาข้าอีก”
จากนั้นนางก็ปิดประตูดัง ปัง จางฉีฮงรีบเอาตัวไปขัดประตูไว้ “มู่ฉิง เป็นความผิดของข้าเอง ข้าจะไม่ทำให้เจ้าโกรธอีก ได้โปรดให้ข้าเข้าไปเถอะ” “ผิดงั้นเหรอ เจ้าทำผิดอะไร?” มู่ฉิงเย้ยหยัน จางฉีฮงหน้าซีดเซียวลง ทันใดนั้นมีเหงื่อเย็นไหลลงที่หน้าผากของเขา มู่ฉิงทำหน้าบึ้งตึง “ เจ้ามันก็เป็นแบบนี้ตลอดแหละ เห็นการปรับแต่งสำคัญกว่าข้าเสมอ เจ้าเก็บตัวศึกษามาตั้งหลายเดือนโดยไม่สนใจข้าสักนิด เจ้าไม่รู้ด้วยซ้ำว่าข้าถูกสายฟ้าแผดเผาจนบาดเจ็บสาหัสไปหลายเดือน เพื่อช่วยภูตสงครามตามหาขนนกแห่งแสงในการยกระดับมิติวิญญาณของมัน”จางฉีฮงตกตะลึง “เจ้าพบขนนกแห่งแสงแล้วงั้นเหรอ ? เจ้าช่วยให้ภูตสงครามยกระดับมิติวิญญาณสำเร็จรึเปล่า?”
“ออกไปจากที่นี่ซะ!” มือของมู่ฉิงสั่นทั้งที่นางเกือบจะเสียชีวิต แต่อีกฝ่ายกลับไม่สนใจเขากลับสนใจเกี่ยวกับขนนกแห่งแสง“เดี๋ยว ฟังข้าก่อน ไม่ใช่ว่าข้าไม่สนใจเจ้านะ” จางฉีฮงยืนพิงประตูอย่างน่าสมเพชและพยายามไม่ให้ตัวเองถูกกีดกันออกไปด้านนอก เขาร้องออกมา “ข้าขอโทษ! ข้าเพิ่งค้นพบวิธีที่จะช่วยยกระดับมิติวิญญาณให้ภูตสงคราม ดังนั้นข้าจึงรู้สึกสับสนเล็กน้อยเมื่อข้าได้ยินว่าภูตสงครามได้รับการยกระดับมิติวิญญาณ”มู่ฉิงหยุดมือของนางแล้วถามอย่างสงสัย “ถ้าข้าจำไม่ผิด เจ้าบอกว่าการจะทำให้ภูตสงครามยกระดับวิญญาณได้มีเพียงแค่อาศัยขนนกแห่งแสงเท่านั้นไม่ใช่เหรอ?”
“นั้นมันก็จริงอยู่” จางฉีฮงกล่าวอย่างรีบร้อน “แต่ข้าได้ใช้เวลาศึกษามาร่วมหลายเดือน เพื่อคิดอีกวิธีขึ้นมา ทำให้เจ้าประหลาดใจ”
มู่ฉิงตกตะลึง “เจ้ากำลังหาทางช่วยภูตสงครามยกระดับวิญญาณให้ข้าและไปศึกษาค้นคว้าหาวิธียกระดับมา แต่ด้วยที่อยากให้ข้าประหลาดใจ เจ้าจึงปิดปากเงียบมานานขนาดนั้นเลยงั้นเหรอ?”
“แน่นอนสิ” จางฉีฮงรีบเข้ามาจากช่องที่เปิดอยู่ของประตู “เพราะภูตสงครามนั้นเป็นดั่งพยานในความรักของสองเรา”
ภูตสงครามเป็นของขวัญจากจางฉีฮงถึงมู่ฉิงเพราะเขารู้ว่ามู่ฉิงชอบภูตสงคราม จางฉีฮงจึงพยายามอย่างเต็มที่เพื่อตามหาภูตสงครามและใช้มันเป็นสัญลักษณ์แห่งความรักใบหน้าของมู่ฉิงแดงและถ่มน้ำลายด้วยความโกรธ “ถ้าไม่ใช่เพราะเจ้า ข้าคงไม่ทำพันธสัญญากับมัน มันเปล่งแสงสีม่วงและดูไม่ดีเอาซะเลย”
“สีม่วงนั่นมันออกจะสวย มันเป็นเอกลักษณ์จะตายไป” จางฉีฮงพึมพำ
เขาไม่ได้คิดว่ามันเป็นข้อเสียทันทีที่เขาพูดแบบนั้นออกมา มู่ฉิงก็โกรธมากมู่ฉิงใช้กำปั้นทุบไปที่หน้าอกของจางฉีฮงอย่างรุนแรง “เจ้าโง่ เจ้ารู้ไหมว่าข้าทุกข์ยากเพียงใดเพราะการกลายพันธุ์นี้ คะแนนเกือบทั้งหมดของข้าล้วนใช้ไปกับการปรับแต่งและยกระดับภูตสงคราม”จางฉีฮงยิ้มอย่างขมขื่นและเอามือปิดที่หน้าอกของเขาแน่นอนว่าเขารู้เรื่องนี้ดี“มู่ฉิงเชื่อข้าเถอะ ว่าสักวันข้าจะหาทางปลดปล่อยพลังวิญญาณในเลือดของมันออกมาให้ได้” จางฉีฮงจับมือของมู่ฉิงและพูดด้วยความรักมู่ฉิงสบถ “อย่ามาทำเป็นโอ้อวด ให้ข้าไขว้เขว ข้าบอกเจ้าแล้วว่าข้ายังโกรธอยู่ มันยังไม่จบง่าย ๆ หรอกนะ”
“ข้ารู้ ข้ารู้” จางฉีฮงพยักหน้าอย่างรวดเร็ว