ตอนที่ 249
บทที่ 250 พบกับหนิงฮัวอีกครั้ง
October 22, 2026
บทที่ 250 พบกับหนิงฮัวอีกครั้ง
จางฉีฮงจ้องมองไปที่ภูตสงครามตรงหน้าเขา
เขาเป็นผู้ปรับแต่งพลังวิญญาณระดับสูง ดังนั้นในใจของเขาจึงมีความสงสัยมากกว่าความตกใจหรือความประหลาดใจ
การกลายพันธุ์ของสัตว์วิญญาณนั้นไม่เพียงแต่เป็นการเปลี่ยนแปลงในด้านรูปลักษณ์หรือแบบเท่านั้น แต่ยังเป็นการเปลี่ยนแปลงไปถึงแก่นวิญญาณ มันจึงแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่จะย้อนกลับ
การที่สัตว์วิญญาณกลายพันธุ์สามารถถูกเปลี่ยนกลับไปเป็นสัตว์วิญญาณธรรมดา นั้นเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ แต่แล้วมันกลับเกิดขึ้นได้อย่างไร
การที่ภูตสงครามกลายเป็นสภาพธรรมดาได้มันเกินสามัญสำนึกไปไกลแล้ว
นี่ก็เป็นครั้งแรกของลั่วอู๋ที่เจอกับเหตุการณ์แบบนี้เช่นกัน มันเกิดขึ้นโดยที่เขาไม่ได้คาดคิด ใครจะไปคิดว่าความสามารถการแก้ไขคุณสมบัติ จะไม่เพียงแต่ช่วยแก้ไขทักษะของภูตสงครามเท่านั้น แต่ยังแก้ไขสถานะการกลายพันธุ์ของมันได้อีกด้วยโชคดีที่มู่ฉิงไม่ชอบการกลายพันธุ์ของมัน มิฉะนั้น ลั่วอู๋คงไม่มีปัญญาจ่ายค่าชดใช้ให้ภูตสงครามกลายพันธุ์ได้แน่“ดูเหมือนว่าการแก้ไขคุณสมบัติจะไม่ใช่ความสามารถที่มีหลักการง่าย ๆ ซะแล้วสิ” ลั่วอู๋คิด
หากเขาสามารถแก้ไขสถานะการกลายพันธุ์ได้ ไม่แน่ว่าเขาก็อาจจะสามารถแก้ไขสัตว์วิญญาณธรรมดา ให้เป็นสัตว์วิญญาณกลายพันธุ์ได้ด้วยรึเปล่า?ลั่วอู๋คิดว่ามันมีโอกาสที่จะเป็นแบบนั้นอยู่มาก คงต้องลองดูสักตั้ง เมื่อเขาเสร็จธุระ แม้ว่าภูตสงครามจะเปลี่ยนไปมากราวกับเป็นคนละตัว แต่มันก็ยังคงใกล้ชิดกับผู้เป็นนายของมันมาก มันลอยลงมาบนพื้นแล้วพิงไหล่ของมู่ฉิงผ่านพลังของสะพานพันธสัญญา มู่ฉิงรู้สึกได้ถึงพลังวิญญาณในเลือดที่เดือดพล่านของมัน
มู่ฉิงมองไปที่ลั่วอู๋ด้วยความตื้นตันใจ “ขอบคุณเจ้ามาก เจ้าช่วยมันปลดปล่อยพลังวิญญาณที่ถูกจำกัดในเลือดของมันออกมา ขอบคุณมากจริง ๆ”
“ไม่เป็นไร ๆ อย่าปรับค่า ที่ทำให้มันสูญเสียสถานะการกลายพันธุ์ก็พอ” ลั่วอู๋กล่าว
แน่นอนว่าตอนนี้ เขาคงจะไม่โดนกล่าวโทษจากเรื่องนั้นแน่ ๆจางฉีฮงท้วงด้วยเสียงเบา “แต่ข้าคิดว่าแสงสีม่วงของมันสวยมากนะ”“ภูตสงครามที่เปล่งแสงสีม่วงมันดียังไง มีแต่พวกโง่เท่านั้นแหละที่คิดแบบนั้น หุบปากของเจ้าไปซะ!” มู่ฉิงตะคอกด้วยความโกรธนั่นทำให้จางฉีฮงไม่กล้าพูดอะไรอีกไปในทันทีลั่วอู๋เองก็รู้สึกอายเล็กน้อย เพราะเขาเองคิดว่าสีม่วงมันก็ดูดีไปอีกแบบ“นอกจากนี้ ข้ายังได้ปรับปรุงทักษะของมันด้วยนะ” ลั่วอู๋เตือนนี่คือจุดประสงค์หลัก ในการปรับแต่งของเขาเพื่อช่วยในภูตสงครามได้ทักษะที่ดี ลั่วอู๋จึงได้แก้ไขคุณสมบัติไปหลายสิบครั้งมู่ฉิงเหมือนตื่นขึ้นมาจากความฝัน นางรับรู้ได้อย่างรวดเร็วถึงทักษะที่ภูตสงครามมี แต่ผลลัพธ์ที่นางได้นั้นทำให้นางรู้สึกตื่นเต้นจนหายใจไม่ออกไปชั่วคราว
มันมีถึงแปดทักษะ!โอ้พระเจ้าแสงแห่งวันพิพากษา (ระดับS) ดาบแห่งการลงทัณฑ์ (ระดับS) ดาบแห่งการทำลายล้าง (ระดับS) ชำระล้าง(ระดับ A) การล่าถอยแห่งความมืด (ระดับ A) รวมพลเทวดา (ระดับ SS) การจุติ (ระดับ A) อมรณา(ระดับ A)ทักษะระดับ SS รวมพลเทวดาทักษะที่สามารถเรียกเหล่าภูตศักดิ์สิทธิ์ระดับมิติวิญญาณเดียวกันมาต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กันได้นี่เป็นทักษะที่น่ากลัวที่สุดของสัตว์วิญญาณเผ่าภูตเหล่าภูตที่ถูกอัญเชิญมาจะมีความแข็งแกร่งเทียบเท่ากับตัวที่ใช้ทักษะ 100% และยังสามารถเรียกภูตประเภทต่าง ๆ ได้ตามสถานการณ์ ทำให้ประสิทธิภาพในการต่อสู้ก็พุ่งทะยานขึ้นไปอีกระดับ“มันสมบูรณ์แบบมาก” มู่ฉิงรู้สึกว่าตอนนี้นางเป็นคนที่มีความสุขที่สุดในโลก นางหยิบเหรียญประจำตัวของนางออกมาและมอบคะแนนให้กับลั่วอู๋ไป 37000 คะแนน
ลั่วอู๋ประหลาดใจ “ถ้าเจ้าพอใจกับมัน ข้าก็ไม่ต้องการอะไรมากหรอก แต่ 30000 ก็เพียงพอแล้ว”
“ไม่พอหรอก ไม่พอ” มู่ฉิงจ้องมองไปที่จางฉีหง “ส่งเหรียญของเจ้ามา”
จางฉีฮงหยิบเหรียญประจำตัวของเขาออกมาออกมามู่ฉิงยังโอนแต้มคะแนนให้ลั่วอู๋อีก 63000 คะแนน รวมกันเป็น 100000 คะแนน “เจ้าไม่รู้ว่าสัตว์วิญญาณตัวนี้สำคัญสำหรับข้าแค่ไหน เจ้าต้องยอมรับ 100000 คะแนนนี้ไปนะ”จางฉีฮงรู้สึกเสียใจ100000 แต้ม แม้กระทั่งสำหรับเขาเองก็ไม่ใช่จำนวนน้อย ๆ“งั้นข้าจะรับมันไว้ก็แล้วกัน ช่วงนี้ข้าเองก็ค่อนข้างจะขัดสนในเรื่องคะแนน” ลั่วอู๋กล่าว
หลังจากได้รับคะแนนแล้ว ลั่วอู๋ก็เลือกที่จะเดินจากไป