ตอนที่ 7
ตอนที่ 7 แผนการอันแยบยลของตระกูลลู่
September 21, 2026
รถม้าเคลื่อนตัวไปอย่างเชื่องช้า ภายในรถม้าปูพรมขนแกะเนื้อดี บนโต๊ะเล็กมีขนมหวานวางอยู่ ทำเอามู่เหยารู้สึกฉงน
ตอนอยู่เมืองหลวงนางเคยได้ยินว่า เยี่ยนสวินไม่โปรดของหวาน
หรือว่าขนมหวานนี้ เตรียมไว้ให้คุณหนูตระกูลใดเป็นพิเศษกัน?
ขณะที่นางกำลังครุ่นคิด เสียงทุ้มเฉยชาของบุรุษก็ดังมาจากด้านนอก
“คุณหนูมู่ บัดนี้ได้ถอนหมั้นแล้ว ในใจมีผู้ใดที่เหมาะสมอยู่บ้างหรือไม่?”
ใจของมู่เหยาวูบไหวเล็กน้อย “ยังเจ้าค่ะ แต่เวลาก็ยังอีกยาวไกล ข้าน้อยมิได้กังวล”
“คุณหนูมู่มีชื่อเสียงเลื่องลือด้านความงาม คงมีคนมาสู่ขอไม่ขาดสายเป็นแน่”
มู่เหยาเม้มริมฝีปาก นางรู้สึกอยู่เสมอว่าวาจาเหล่านี้เมื่อออกจากปากของเยี่ยนสวินแล้ว ฟังดูไม่ใช่เรื่องดีเอาเสียเลย
หลังจากบทสนทนานั้น ก็ตกอยู่ในความเงียบชั่วขณะ
มู่เหยานั่งอยู่ในรถม้ารู้สึกง่วงงุนอยู่บ้าง ดูเหมือนจะเป็นเพราะกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของใบไผ่ที่อบอวลอยู่ภายในรถม้า
ทำให้ความเหนื่อยล้าของนางทุเลาลงไปได้บ้าง
มู่เหยาชอบกลิ่นนี้มากเหลือเกิน หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่ใหญ่จึงเอ่ยถาม “ไม่ทราบว่าในรถม้าของฉู่อ๋องใช้ธูปหอมของที่ใดหรือเจ้าคะ?”
“หากคุณหนูมู่ชอบ พรุ่งนี้ข้าจะให้คนส่งไปให้ที่จวนมู่สักหน่อย”
จากความหมายของคำพูดนี้ เกรงว่าธูปหอมนี้คงไม่ได้มีขายในเมืองหลวง
“หากว่าหาได้ยากลำบากนัก ก็ไม่ขอรบกวนให้ฉู่อ๋องต้องลำบากเจ้าค่ะ”
นอกรถม้าเงียบไปครู่ใหญ่ ก่อนจะมีเสียงทุ้มไม่ใส่ใจนักของบุรุษดังขึ้น “ไม่เป็นไร มิได้เป็นสิ่งสำคัญอันใด หากคุณหนูมู่อยากได้ ข้าให้เจ้าแล้วจะเป็นไรไป”
น้ำเสียงเกียจคร้านของบุรุษ ทำให้มือที่ซ่อนอยู่ในแขนเสื้อของมู่เหยาบีบแน่นขึ้น หัวใจเต้นแรงขึ้นเล็กน้อย
คนผู้นี้...เหตุใดจึงพูดจาชวนให้คนคิดไปไกลเช่นนี้
ต่อไปคงต้องอยู่ให้ห่างเข้าไว้
คนข้างนอกราวกับรู้ความคิดในใจนาง น้ำเสียงเฉยเมยนั้นดังขึ้นอีกครั้ง เพียงแต่คราวนี้ดูจริงจังขึ้นเล็กน้อย
“คุณหนูมู่มิต้องเกรงใจข้าถึงเพียงนี้ เมื่อเยาว์วัย ข้าเคยได้รับความเมตตาจากท่านจงซู่กงอยู่บ้าง คุณหนูมู่เป็นบุตรีของเขา ไม่ว่าด้วยเหตุผลใด ข้าก็สมควรที่จะดูแลเจ้าให้มาก”
ในใจของมู่เหยาบังเกิดความสงสัยขึ้นมาหลายส่วน
นางจำไม่ได้เลยว่าครั้งเมื่อบิดายังมีชีวิตอยู่ จะเคยคบค้าสมาคมกับเยี่ยนสวิน
หรือว่าจะเป็นเพียงการช่วยเหลือโดยมิได้ตั้งใจ?
แต่ไม่ว่าอย่างไร ในเมื่อวันนี้เขาช่วยเหลือนางแล้ว ต่อไปนางก็จะจดจำไว้เพื่อตอบแทนบุญคุณ
“แม้ว่าจะเป็นบุญคุณของท่านพ่อ แต่สิ่งที่ท่านอ๋องกระทำในวันนี้ ข้าน้อยก็จะจดจำไว้ในใจด้วยความซาบซึ้งเจ้าค่ะ”
เยี่ยนสวินที่ขี่ม้าอยู่นอกรถม้า แววตาเป็นประกายเล็กน้อย “ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ข้าย่อมจำคำของคุณหนูมู่ได้ หากวันหน้าข้ามีสิ่งใดที่ต้องการให้คุณหนูมู่ช่วยเหลือ คุณหนูมู่จงอย่าได้ปฏิเสธ”
“ตราบใดที่ไม่ใช่เรื่องฆ่าคนวางเพลิง มู่เหยาย่อมมิอาจปฏิเสธ”
รถม้าแล่นไปอย่างรวดเร็ว เพียงครู่เดียวก็มาถึงหน้าจวนตระกูลมู่
เรื่องราวการกระทำของมู่เหยาได้แพร่สะพัดไปทั่วเมืองหลวงแล้ว ดังนั้น หน้าประตูจวนมู่จึงมีผู้คนจำนวนไม่น้อยที่พากันมารอดูความครึกครื้นจากระยะไกล
ผู้คนที่คิดว่ามู่เหยาจะกลับมาในสภาพอับอายขายหน้า เมื่อได้เห็นว่าฉู่อ๋องมาส่งนางด้วยตนเอง รอยยิ้มเยาะหยันบนใบหน้าก็จางหายไปครึ่งหนึ่ง
“ตระกูลมู่ไปมาหาสู่กับฉู่อ๋องตั้งแต่เมื่อใดกัน?”