ตอนที่ 170
บทที่ 170 ความลับที่เป่าลี่ว์นำกลับมา
October 21, 2026
ดวงตาของไป๋ชงเซิงเบิกกว้างในทันที เขาตะโกนเสียงดัง"เป่าลี่ว์ คือเป่าลี่ว์"
ไปชิงหลิงวางมันลงพื้น ไป๋ชงเซิงจึงรีบวิ่งไปหาเป่าลู่
คนและแมววิ่งเข้าหากัน
เป่าลี่ว์กระโดดขึ้นในขณะที่ตัวมันยังอยู่ไกลและมันก็ตกลงไปในอ้อมแขนของไป๋ชงเซิง เป่าลี่ว์ถูหัวของมันกับไป๋ชงเซิงและส่งเสียงเมี๊ยวไม่หยุด
ดูเหมือนว่ามันมีเรื่องจะพูดกับไป๋ชงเซิงมากมายไม่รู้จบ
"ซังจวี๋ ชิงจู๋ เจ้าสองคนไปเฝ้าอยู่ข้างนอกและอย่าให้ใครเข้ามา"
"ครับ"
ทั้งสองคนหันหลังกลับล็อคประตูอย่างรวดเร็วและเฝ้าอยู่หน้าประตู
ไป๋ชิงหลิงหันหลังเดินไปหาไป๋ชงเซิง วางมือลงบนหลังของไป๋ชงเซิงแล้วผลักเบาๆ"เซิงเอ๋อร์ รีบถามเป่าลี่ว์เร็วว่าเจอเรื่องอะไรในค่ายทหารหรือเปล่าเหตุใดสองสามวันนี้ไม่กลับมา หรือเจออะไรผิดปกติหรือเปล่า"
ไป๋ชงเซิงก้มหัวลงเอาหูแนบกับใบหน้าของเป่าลี่ว์และฟังเสียงแมวที่เป่าลี่ว์ร้อง
"เมี๊ยว"หลังจากที่มันส่งเสียงหลายครั้งสีหน้าของไป๋ชงเซิงก็เปลี่ยนไปทันทีและแววตาของเขามีความกลัว
เมื่อเห็นว่าท่าทางของเซิงเอ๋อร์ผิดปกติไป๋ชิงหลิงก็คุกเข่าลงกอดนางไว้ในอ้อมแขนแล้วบอกว่า"เซิงเอ๋อร ์เจ้าค่อยๆพูด"
ไป๋ชงเซิงขมวดคิ้วแน่น หายใจสั้นๆ"ท่านแม่ เป่าลี่ว์บอกว่ามันเห็นผู้หญิงหลายคนในค่ายทหารของท่านอ๋องฮุ่ย"
"ผู้หญิง?"ไป๋ชิงหลิงตกตะลึงเล็กน้อย
นั่นน่าจะเป็นนางบำเรอในกองทัพ
"ผู้หญิงพวกนั้นส่วนใหญ่กำลังตั้งครรภ์ มีผู้หญิงคนหนึ่งกำลังจะคลอดแต่นางคลอดไม่ออกท่านอ๋องฮุ่ยเลยชักดาบของเขาฟันไปที่ท้องของผู้หญิงคนนั้นแล้วเอาเด็กออกมาจากท้อง"ในขณะที่ไป๋ชงเซิงพูดถึงตรงนี้ ใบหน้าของนางซีดจนไม่เห็นสีเลือดฝาน
นี่เป็นวิธีที่โหดร้ายเป็นอย่างมาก
นางรู้สึกสงสารผู้หญิงคนนั้น
นางนึกถึงท่านแม่ของนางที่ต้องผ่าคลอดเพราะคลอดเองไม่ได้
นางปล่อยแมวไปโดยไม่รู้ตัวและกอดไป๋ชิงหลิง"ท่านแม่ ท่านอ๋องฮุ่ยน่ากลัวมาก พวกเราออกไปจากจวนของท่านอ๋องฮุ่ยกันเถอะ"
สิ่งที่เป่าลี่ว์พูดทำให้นางรู้สึกกลัว
นางกลัวว่าท่านอ๋องฮุ่ยจะทำแบบนั้นกับแม่ของนาง นางไม่มีพ่อหากไม่มีแม่อีกคนคงจะน่าสงสารจริงๆ
ไป๋ชิงหลิงกอดนางและนั่งอยู่บนเตียงพร้อมกับเกลี้ยกล่อมนางเบาๆ"เซิงเอ๋อร์ เด็กดี เป่าลี่ว์เสี่ยงอันตรายเข้าไปในค่ายทหารก็เพื่อให้เจ้ากับข้าปลอดภัย ฝ่าบาทต้องการให้พวกเราหาหลักฐาน ถ้าหากเราหาจุดอ่อนของท่านอ๋องฮุ่ยไม่เจอแม่ก็จะต้องอยู่ในจวนของท่านอ๋องฮุ่ยตลอดไป"
เมื่อได้ยินเช่นนี้ ไป๋ชงเซิงก็สงบลง
นางแอบกำมือแน่นๆและพูดต่อในสิ่งที่นางยังพูดไม่จบ"หลังจากที่ท่านอ๋องฮุ่ยได้เด็กมาเขาก็เอาเด็กออกไปโดนที่ไม่สนว่าผู้หญิงคนนั้นจะเป็นหรือตาย ใช่แล้วผู้หญิงพวกนั้นในค่ายของเขาต่างก็ตั้งครรภ์ เป่าลี่ว์เคยแอบตามปรมาจารย์หลูที่เป็นคนสนิทของท่านอ๋องฮุ่ยเข้าไปในค่ายทหาร ข้างในมีวังที่อยู่ใต้ดิน ตอนที่มันเข้าไปมันถูกกลไกของประตูขังอยู่ในห้องลับทำให้ไม่สามารถออกไปได้"
"ในช่วงเวลานั้น เป่าลี่ว์ได้ยินเสียงของเด็กหลายคนร้องไห้จากห้องลับ และทุกๆวันจะมีคนจับเด็กไปเป็นกลุ่ม"
"เด็ก! ! !"ไป๋ชิงหลิงตกใจ
ทำให้นางนึกถึงคดีลักเด็กที่หรงเยี่ยสืบสวนอยู่
ไม่ใช่เรื่องปกติแน่ที่ค่ายทหารของท่านอ๋องฮุ่ยจะสร้างวังใต้ดิน และเรื่องที่เป่าลี่ว์ได้ยินเสียงเด็กร้องไห้ เช่นนั้นก็พิสูจน์แล้วว่าสิ่งที่จักรพรรดิเหยาพูดนั้นเป็นความจริง
โรคระบาดในหลายหมู่บ้านเป็นแผนการของท่านอ๋องฮุ่ย
"ใช่แล้ว แต่เป่าลี่ว์เข้าไปไม่ได้ ประตูกลไกนั้นมีเพียงท่านอ๋องฮุ่ยและปรมาจารย์คนสนิทของเขาเท่านั้นที่สามารถเปิดได้ ทุกครั้งเวลาที่จะเปิดประตูต้องหยดเลือดลงไปที่ปากประตู ดังนั้นเป่าลี่ว์จึงเข้าไปไม่ได้"ไป๋ชงเซิงลูบขนเป่าลี่ว์อย่างอ่อนโยน
เป่าลี่ว์ก็ถูไปเรื่อยๆจากนั้นก็ร้อง"เมี๊ยว"สองสามครั้ง
ไป๋ชิงหลิงถาม"มันพูดว่าอะไร?"
"ปรมาจารย์หลูบอกกับท่านอ๋องฮุ่ยว่าท่านแม่คือดาวหงส์ ได้ท่านแม่ก็เหมือนได้ครองโลก..."
ไป๋ชิงหลิงกลืนไม่เข้าคายไม่ออก ทันใดนั้นนางก็เข้าใจว่าทำไมทัศนคติของท่านอ๋องฮุ่ยที่มีต่อนางจึงแตกต่างออกไป