ตอนที่ 437
บทที่ 438 ความหงุดหงิดของจักรพรรดิเหยา
October 21, 2026
เมื่อหลวนอี๋มาถึง ทำให้ความคิดและสติของจักรพรรดิเหยากลับคืนมา
เขาเงยหน้าขึ้น ใบหน้าของเขาเย็นชาและน่ากลัว พูดกับหลวนอี๋ด้วยความอดทนที่มีน้อยกว่าปกติ “ใครอนุญาตให้เจ้าพูดกับข้าเช่นนี้”
หลวนอี๋ยืนอยู่ในห้องโถงใหญ่ ร้องไห้จนดวงตาทั้งสองข้างแดงก่ำ “เสด็จแม่ไม่อยากใช้ชีวิตหลังความตายอยู่ในโลงน้ำแข็ง ทุกครั้งที่นางไปกราบไหว้เสด็จแม่ฉุ๋ย นางมักจะกระซิบข้างหูข้า เสด็จแม่ฉุ๋ยจะหนาวหรือไม่ เสด็จแม่กล่าวว่า นางกลัวหนาว หากวันหนึ่งนางจากไปแล้ว ก็ให้เผาร่างของนางเสีย นางชอบที่จะออกไปดูโลกภายนอกมากกว่า”
“หุบปาก!” จักรพรรดิเหยาตะคอกออกมา หลังจากนั้นก็หยิบถ้วยชาซึ่งอยู่ด้านข้างขว้างปาลงพื้นอย่างแรง
หลวนอี๋ตกใจเป็นอย่างมาก ถอยไปด้านหลังสองสามก้าว น้ำตาของนางยังคงไหลออกมา มองถ้วยชาที่แตกสลายเหล่านั้นด้วยความเจ็บปวดพร้อมกับกล่าวว่า “นั่นคือสิ่งที่เสด็จแม่ใช้อยู่เป็นประจำ”
ร่างกายของจักรพรรดิเหยาแข็งทื่อ ก้มลงไปมองเศษซากที่แตกสลายอยู่บนพื้น จากนั้นก็หยิบถ้วยที่อยู่ด้านข้างอีกใบหนึ่งขึ้นมา
นั่นคือถ้วยที่เขาใช้เป็นประจำในตอนที่มายังตำหนักเฟิ่งหลวน
ในตอนที่เขายกถ้วยนี้ขึ้นมา ฝ่ามือของเขาสั่นไหวเล็กน้อย
หานยู่......
“เจ้าออกไปก่อน ข้าอยากอยู่คนเดียว” เสียงของจักรพรรดิเหยาไม่มีแม้แต่เศษเสี้ยวของความอบอุ่น
จู่ ๆ หลวนอี๋ก็คุกเข่าลง
จักรพรรดิเหยาเงยหน้ามองนางด้วยอารมณ์ที่หงุดหงิดจนแสนจะทน “หลวนอี๋ ข้าไม่มีอารมณ์”
“เวลานี้ข้าเข้าใจอารมณ์ของพี่เจ็ดในตอนนั้นแล้ว” จู่ ๆ หลวนอี๋ก็เยือกเย็นขึ้นมาในทันใด ดวงตาที่แดงก่ำทั้งสองข้างของนางเบิกกว้าง จ้องมองมาที่จักรพรรดิเหยา
หลังจากเสด็จแม่ของนางจากไป นางก็ไร้ครอบครัว
เหมือนกับพี่เจ็ดในตอนนั้น......
นางกลายเป็นคนที่ไม่มีใครสนใจ ไม่มีใครรัก เสด็จพ่อเป็นเพียงแค่คำเรียกเท่านั้น ชายที่นั่งอยู่ตรงนั้น เป็นแค่จักรพรรดิที่โหดเหี้ยมและเย็นชา
จักรพรรดิเหยาขมวดคิ้ว จ้องมองไปยังคนที่คุกเข่าอยู่ในห้องโถง ในใจของเขาไร้ซึ่งความรู้สึก......
หลวนอี๋เห็นการแสดงออกบนใบหน้าของเขา รู้สึกผิดหวังเป็นอย่างมาก
น้ำตาไหลออกมาเต็มใบหน้าของนาง แต่นางยังคงฝืนยิ้มออกมา “เสด็จแม่ฉุ๋ยจากไปเพราะเสด็จพ่อ หรือพูดอีกอย่างก็คือ เสด็จพ่อเป็นคนสังหารนาง และในวันที่เสด็จแม่อยู่ในสุสานจักรพรรดิ นางไม่จำเป็นต้องตาย แต่เพื่อปกป้องร่างของเสด็จแม่ฉุ๋ย เสด็จพ่อสังหารเสด็จแม่อย่างไร้ความปรานี เวลานี้เสด็จพ่อนั่งอยู่บนบัลลังก์และกำลังตำหนิลูกอยู่ ท่านเคยคิดถึงเรื่องที่ท่านปฏิบัติกับพี่เจ็ดในปีนั้นหรือไม่......”
“หลวนอี๋!” จักรพรรดิเหยากำถ้วยในมือของเขาไว้แน่น
จากนั้นก็ได้ยินเสียง “แกร๊ก” ถ้วยชาในมือของเขากลายเป็นผุยผง
เขาตวาดออกมาอย่างเยือกเย็น “ออกไป!”
“ข้าจะไม่ไปไหน หากวันนี้เสด็จพ่อไม่ยอมฝังร่างของเสด็จแม่ ข้าก็จะนั่งอยู่ตรงนี้ไม่ลุกไปไหน ข้าไม่อยากให้เสด็จแม่เป็นเหมือนเสด็จแม่ฉุ๋ย ด้วยเหตุผลบางอย่าง หลังจากตายไปแล้วกลับถูกผู้อื่นขโมยร่างของนางออกไป”
“เข้ามา!” จักรพรรดิเหยาโกรธขึ้นมาทันที เขายืนขึ้นและตะคอกออกมาด้วยความโกรธ