ตอนที่ 659
บทที่ 660 หลิวหานเยียนออกตัวปกป้องไป๋ชิงหลิง
October 21, 2026
ไป๋ชิงหลิงก้มหน้ามองชุดมงคลที่อยู่ในมือ เมื่อสักครู่ก่อนเข้ามานางก็ได้ยินเสียงขัดแย้งของพระชายาอันจวินกับนางจงเรื่องชุดนี้แล้ว
ตอนนี้เห็นสายตาของพระชายาอันจวินมองผ้าด้วยสายตาที่ร้อนผ่าว เข้าใจทันที
" เพค่ะ ชุดมงคลนี้ข้าออกแบบกับมือตัวเองเพื่อเป็นชุดสมรสของท่านแม่ของข้า"
พระชายาอันจวินอ้ำอึ้งไป ตามเหตุผลแล้วนางไม่ควรไปแย่งชุดสมรสของใคร แต่เมื่อคิดถึงลูกชายที่นอนติดเตียง แม้แต่คู่ครองนางก็ต้องไปเชิญมา ทำให้นางรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจ
แล้วนางก็เอาความรู้สึกทั้งหมดมาลงบนตัวไป๋ชิงหลิง
เพราะนางบอกว่าจะรักษาลูกชายนาง
" ลูกชายข้าก็ต้องแต่งงาน และข้ามาร้านอาภรณ์ตระกูลจงก็เพื่อหาชุดให้เจ้าสาว เจ้าก็รู้ไม่ใช่หรือว่า ตอนนี้ลูกชายข้านอนติดเตียง ต้องมีคนคอยดูแล สิ่งที่ข้าทำให้เจ้าสาวได้ก็มีเพียงงานแต่งงานที่ตามจารีตและสมบูรณ์เท่านั้น"
เพราะอย่างนี้ ที่พูดมาทั้งหมดก็เพื่อจะบอกว่าต้องการชุดมงคลจากมือนางหรือ
ไป๋ชิงหลิงนั้นรู้อยู่แก่ใจ แต่ก็ไม่ได้เปิดโปง
แต่พระชายาอันจวินก็หน้าด้านมาก เอ่ยถาม " ข้าชื่นชอบชุดมงคลในมือเจ้า ต้องการเงินเท่าไหร่ ข้าก็จะซื้อมัน อีกอย่าง..."
พระชายาอันจวินส่งสายตาอันแหลมคม " พระชายารับปากว่าจะรักษาลูกชายข้า แต่ตอนนี้ลูกชายข้ายังนอนติดเตียง ขยับไปไหนมาไหนไม่ได้"
" ในเรื่องนี้เจ้าต้องให้คำอธิบายกับข้า เจ้าซ่อนอยู่แต่ในจวน ไม่ยอมก้าวออกจากประตูจวน เจ้าไม่อยากจะทำการผ่าตัดให้ลูกชายข้าใช่หรือไม่ หรือว่าเจ้าไม่มั่นใจว่าจะรักษาได้ เจ้ากำลังเพ้อเจ้อวิชาการรักษาของตัวเองใช่หรือไม่"
" เจ้าอาศัยคนอย่างพวกข้าเพื่อเลื่องลือชื่อเสียงของโรงหมอฮุยหมิง เมื่อมีชื่อเสียงแล้ว ได้กำไรมากมาย ก็ไม่สนใจว่าลูกข้าจะเป็นหรือตาย ใช่หรือไม่ "
พระชายาอันจวินระบายความในใจอย่างไม่ยอมหยุด
เมื่อนางคิดถึงสภาพของจวิ้นอ๋องน้อย ก็เกิดเป็นห่วงลูกตัวเอง อีกด้านหนึ่งยังคงโกรธเคืองไป๋ชิงหลิง
นางไปหาไป๋ชิงหลิงที่โรงหมอฮุยหมิงหลายครั้ง พบว่าโรงหมอฮุยหมิงนั้นยิ่งอยู่ยิ่งรุ่งเรือง แต่ว่าไป๋ชิงหลิงกลับโผล่หน้าออกมาน้อยลงทุกที"
นางคิดว่า ไป๋ชิงหลิงนั้นเมื่อเห็นว่าการค้าขายไปได้ดี ก็เป็นเจ้าของโรงหมอที่เสพสุข รอนับเงินอย่างเดียว
ไป๋ชิงหลิงในฐานะคนเป็นแม่ก็เข้าใจความรู้สึกของพระชายาอันจวิน แต่ว่า หลิวหานเยียนที่เดินออกมาจากห้องลองผ้านั้นกลับรับไม่ได้ที่เห็นลูกสาวของตัวเองถูกคนอื่นว่าร้ายแบบนี้
นางเดินก้าวมาอย่างรวดเร็ว แล้วก็เอื้อมมือออกไปผลักพระชายาอันจวินถอยหลังไปหลายก้าว ตัวเองก็โน้มไปตามพระชายาสองก้าว
นางเค้นเสียงใส่พระชายาอันจวินหน้าต่อหน้า " จะขอหมอก็ต้องมีท่าทีที่เหมาะสมด้วย ในฐานะคนเป็นแม่ ลูกชายเจ้าเป็นของล้ำค่าของเจ้า ลูกสาวข้าก็เป็นแก้วตาดวงใจข้าเช่นกัน เจ้าด่าทอลูกสาวข้าต่อหน้าต่อตาข้าแบบนี้ ถ้าข้าจะว่าลูกชายเจ้าว่าเป็นพวกสวะ ต่อหน้าต่อตาเจ้า เจ้าจะรับได้ไหม"
" นี่เจ้า..." พระชายาอันจวินถูกหลิวหานเยียนดุจนหน้าแดงก่ำ " เจ้าว่าใครเป็นพวกสวะ"
"ก็ว่าลูกของเจ้าว่าเป็นพวกสวะแล้วจะทำไม"
" เจ้า เจ้า..."
อ๋องอันจวินเดินมาแล้วคว้ามือพระชายาอันจวินเอ่ย " หยุดได้แล้ว ถ้าเจ้าชอบนักก็ให้แม่นางจงทำอีกชุดก็ได้"
" เจ้าไม่ได้ยินหรือ นางคนนี้ด่าลูกเจ้าว่าเป็นพวกสวะ"
อ๋องอันจวินหันหน้าไปมองหลิวหานเยียน เขาไม่ได้ดุดันเหมือนพระชายาอันจวิน แต่ตรงกันข้าม สายตาที่เขามองหลิวหานเยียนนั้นแฝงด้วยความเสียดายและความไม่ยินยอม
" วันหลังข้าจะไปจวนหรงแล้วขอพระชายาหรงรักษาหยวนเอ๋อร์ วันนี้พอแค่นี้เถิด เจ้าอย่าได้ดื้อด้านอีกเลย"
"เจ้ว่าข้าดื้อด้าน ข้าดื้อด้านหรือ เป็นข้าที่ดื้อด้านหรือ" พระชายาอันจวินชี้หลิวหานเยียนด้วยความรู้สึกว่าไม่ยุติธรรม " นางหาว่าลูกของเจ้าเป็นพวกสวะ นี้คือผู้หญิงที่เจ้าเฝ้าตารอมาตลอดหรือ"
อ๋องอันจวินมองไปหาหลิวหานเยียนอีกครั้ง ตอนที่นางเดินออกจากห้องลองผ้านั้น นางสวมชุดมงคลพอดี
แม้ว่าผมนางจะขาวไปทั้งหัว แต่ก็สามารถเห็นได้ว่าตอนสาวนั้นนางงดงามได้ถึงเพียงใด
เขาไม่อยากให้เรื่องมันบานปลายไปมากกว่านี้
" หานเยียน เรื่องในวันนี้ข้าต้องขอโทษด้วย"
"คำพูดเมื่อครู่เป็นแค่คำพูดระบายอารมณ์เท่านั้น ข้าก็แค่รับไม่ได้กับการที่ลูกสาวตัวเองถูกคนอื่นว่าร้าย ลูกของใครใครก็รักดุจแก้วตา ลูกของพระชายาอันจวินเป็นของล้ำค่า ในสายตาข้า ลูกข้าก็เป็นของล้ำค่าเช่นกัน " หลิวหานเยียนปฏิบัติต่อเขาด้วยความเย็นชา