ตอนที่ 535
บทที่ 535 ยั่วยุความใคร่
October 31, 2026
เพราะอย่างนี้ ซวนหยวนอี้ที่รักใคร่นางอย่างลึกซึ้งจะบอกนางได้อย่างไรว่า ที่จริงเจ้าตายแล้ว? ตายมานานมากแล้ว? ตอนนี้ก็ไม่มีชีพจรและหัวใจเต้นด้วยเนี่ยนะ?
ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง เขากลัวเฉินเซียงรับไม่ได้ที่ตนกลายเป็นซากศพหนึ่ง เป็นซากศพที่ยังสามารถมีชีวิตอยู่อย่างน่าประหลาด ดังนั้นเขาเลยหลอกนางว่า นางได้รับบาดเจ็บสาหัสครั้งนั้น เลยยังไม่ได้หายขาด และให้นางกินยาทุกวัน อันที่จริงยาเหล่านั้นเป็นแค่ยาบำรุงร่างกายเท่านั้น เฉินเซียงเชื่อมาตลอดไม่สงสัยเลย เพราะร่างกายของนางอ่อนแอมาก ต้องกินยาตลอด ตนเองก็เลยไม่ได้สังเกตอะไร
"หลังจากท่านพ่อเขียนจดหมายบอกข้า ข้าคิดแล้วรู้สึกว่าไม่อาจพูดความจริงกับพวกเจ้าได้" ซวนหยวนฉงโจวยิ้มเศร้าบอก "ตอนนั้นข้าไม่แน่ใจว่าพวกเจ้าจะรับเรื่องนี้ได้ไหม และไม่อยากให้พวกเจ้าใช้สายตามองท่านแม่ข้าราวตัวประหลาด กลัวนางจะจับสังเกตได้ แต่อาจเพราะตอนนี้นางทนต่อไปไม่ไหวแล้วกระมัง..."
เฉินซ่าขมวดคิ้วบีบฝ่ามือโหลชีเล่น "ไปดูให้ละเอียด"
เขาไม่กล้าเชื่อว่าคนตายแล้วยังสามารถกินนอนพูดได้เหมือนคนยังมีชีวิต ครั้งก่อนเฉินเซียงเคยกอดเขา นั่นเป็นครั้งแรกที่เขากอดกับคนที่ได้ชื่อว่าครอบครัว ความอบอุ่นเยี่ยงนั้นยังชัดเจนสำหรับเขาอยู่เลย คนแบบนี้มีหรือจะเป็นคนตาย?
โหลชีคิดเหมือนกันกับเขา แต่ตอนนี้นางเจอคำสาปวิชามนต์อะไรพวกนี้มากเกินไปแล้ว เลยคิดไปไกลกว่าโหลชีหน่อย "หรือจะเป็นวิชามนต์ชนิดหนึ่ง?"
สองพ่อลูกซวนหยวนหันมองนางพร้อมกัน
"ข้าจะตรวจอาสะใภ้รองให้ละเอียดสักหน่อยก่อน บางทีอาจต้องถอดเสื้อผ้าตรวจ พวกท่านออกไปก่อน อารอง ท่านอยู่ช่วยข้า"
เฉินซ่าลุกหมุนตัวออกไปคนแรก ซวนหยวนฉงโจวอยู่กับนางมานานแล้ว เข้าใจฝีมือนางในระดับหนึ่ง พอได้ยินอย่างนั้นก็มีประกายความหวังวาบผ่านมาในแววตา แต่ไม่ได้พูดอะไร เดินตามเฉินซ่าออกไป
"เสี่ยวชี เจ้าจะช่วยอาสะใภ้รองได้จริงรึ?" ในกระโจมเหลือแค่โหลชีกับซวนหยวนอี้ เขามองโหลชีอย่างตื่นเต้น
โหลชีส่ายหัว "เปล่า ตอนนี้ข้าไม่อาจพูดได้ ลองตรวจดูก่อนละกัน"
ตรวจครั้งนี้ใช้เวลาถึงหนึ่งชั่วยามเต็ม
เฉินซ่าเปลี่ยนไปดื่มเหล้ากับซวนหยวนฉงโจวอีกกระโจมหนึ่ง เอ้อร์หลิงและเสี่ยวโฉวคอยอุ่นเหล้ารับใช้อยู่ข้างๆ โหลชีออกจากกระโจม หลงเอี๋ยนก็ปรากฏออกมาข้างกายนาง
"ประมุขเสี่ยวชี ได้รับจดหมายแล้ว คุณชายมิเป็นอะไรชั่วคราว และรู้ข่าวเรื่องพวกเราเร่งรีบเดินทางแล้ว คุณชายบอกให้ประมุขเสี่ยวชีระวังโหลเหล่าไท่จวินไว้"
โหลชีรู้สึกผ่อนคลายลง ยิ้มมุมปากออกมา นางรู้ดีว่าพี่ใหญ่ของนางไม่ได้อ่อนแอขนาดนั้น ขนาดถูกขังอยู่ในศาลบรรพชนของตระกูลโหลยังสามารถส่งจดหมายออกมาได้! แบบนี้ก็เชื่อว่าเขาคงสามารถปกป้องตัวเองได้แน่
โหลเหล่าไท่จวินหรอ....
สายตานางวูบวาบขึ้นเล็กน้อย
"เขียนจดหมายบอกพี่ชายข้า ให้เขาไม่ต้องกังวล อย่ารีบร้อน หน้าที่ของเขาคือคุ้มครองตัวเองซะ"
"ขอรับ"
หลงเอี๋ยนรู้สึกซาบซึ้งในใจ คุณชายทำทุกอย่างโดยไร้เงื่อนไขต่อประมุขเสี่ยวชีนับว่าคุ้มค่านัก เพราะประมุขเสี่ยวชีเองก็ทำทุกอย่างเพื่อช่วยคุณชายเช่นกัน!
โหลชีเปิดผ้าหน้ากระโจมเดินเข้ามา ได้กลิ่นเหล้าเข้มข้น เลิกคิ้วทันที ซวนหยวนฉงโจวมองนางตาเยิ้มอย่างเมามาย "ช่วยได้ไหม?"
"ตอนนี้ยังไม่ตาย"
เสียงปึ้งดังขึ้น ซวนหยวนฉงโจวเมาล้มลงไป
"เทียนยีตี้เอ้อร์ พาเขาออกไป" เฉินซ่าปรายตามองเขาอย่างรังเกียจ เทียนยีตี้เอ้อร์รีบปราดร่างเข้าไปซ้ายขวาพยุงซวนหยวนฉงโจวออกไป
เสี่ยวโฉวกับเอ้อร์หลิงเก็บกวาดขวดเหล้า และวางที่นอนหนาบนพื้นที่อุ่นร้อนแล้ว ก่อนยอบตัวคารวะออกไป
เฉินซ่าลุกขึ้นยืน กางสองแขนมองนาง "เปลี่ยนเสื้อให้ข้า"
เลว!
โหลชีเหลือบตามองบน แต่ก็ยังเดินเข้าไป ปลดสายรัดเอวและถอดเสื้อนอกให้เขา จะว่าไป ก็มีแต่จักรพรรดิอย่างเขานี่แหละที่ไม่มีนางกำนัลขันทีคอยรับใช้เข้าบรรทม บางครั้งนางก็ทำให้ตามข้อเรียกร้องเล็กๆน้อยๆนี่ของเขาด้วยความเต็มใจล่ะ นางวางเสื้อนอกเขาไว้อีกด้าน เขาก็แนบชิดเข้ามาจากด้านหลัง ยื่นมือเข้ามาหาที่สายรัดเอวนาง
เขาก้มหน้าแนบหูเขากระซิบว่า "รับใช้จักรพรรดินีเปลี่ยนเสื้อผ้า..."
แกะสายรัดเอวทั้งสองสายของนางออก และถอดเสื้อนอกนางออกอีก โหลชีใจกระตุก นั่นไง สองมือเขาดึงเสื้อตัวกลางนางอย่างรวดเร็ว ลูบเข้ามา จับต้องความอ่อนนุ่มของนางอย่างคุ้นชินเส้นทาง
แต่ในตอนที่นางคิดว่าเขาคิดจะเล้าโลมอะไรตนอีก เขากลับโอบนางล้มลงนอนใต้ผ้าห่ม และเอาผ้าห่มหนาๆคลุมทั้งสองคนให้ดี กอดนางเข้าอ้อมอกแน่น
ก่อนหน้านี้คือยืมกระโจมของตระกูลจิน และยังโดนไล่ฆ่าสองครั้ง พวกเขาเลยไม่หลับลึก นอนไม่ค่อยสบาย คืนนี้คนของตนเองมาแล้ว มีกองราชาอสูรเทพแบ่งกลุ่มโดยรอบมากมายขนาดนั้น ในที่สุดพวกเขาก็สามารถผ่อนคลายลงได้หน่อย
"เรื่องดูจะยิ่งซับซ้อนกว่าที่เจ้าคิดไว้มากใช่ไหม?" เสียงเฉินซ่าดังทุ้มนุ่มข้างหูนาง พูดจบเขาก็จูบลงที่ท้ายทอยนางหนึ่งที ริมฝีปากเย็นเล็กน้อย โหลชีสะท้านเบาๆ เฉินซ่ากอดรัดนางแน่นขึ้น หลังนางแนบชิดหน้าอกเขา
"อาสะใภ้รองนาง...โดนวิชามนต์ที่ซับซ้อนมาก ยังมีพิษ พิษเป็นตัวช่วยวิชามนต์ ส่วนผสมซับซ้อนมาก ข้าไม่มีเบาะแสเลยตอนนี้..." โหลชีจัดการความคิดตนเองอย่างยากลำบาก "ก็ไม่ใช่ว่าตายจริงๆ ก่อนหน้านี้น่าจะเป็นเพราะพิษนั่นทำให้นางตกอยู่ในสภาวะแกล้งตายชนิดหนึ่ง"
"มันดีกว่าตายจริงๆมากนักแล้ว"
ถึงเฉินซ่าจะยังคงขมวดคิ้วมุ่น แต่เวลานี้อย่างน้อยเขาก็รู้ว่าควรทำอย่างไรให้โหลชีสบายใจขึ้นหน่อย นั่นไง พอโหลชีได้ยินอย่างนั้นก็รู้สึกดีขึ้นเยอะเลย
"อืม ก็จริง ถ้าเป็นคนตายฟื้นคืนชีพจริงๆ งั้นข้าคงไม่รู้จะทำยังไงดีแล้ว"
"ก่อนที่เจ้าจะคิดค้นยาถอนพิษออกมาได้ นางยังยืนหยัดอยู่ไหวไหม?"
โหลชีบิดตัวออกจากอ้อมกอดเขา หมุนตัวมาเผชิญหน้ากับเขา ท่ามกลางแสงสลัวๆ เขาสามารถเห็นความเชื่อมั่นในตัวเองจากหว่างคิ้วนาง "อืม ข้าเป็นใครล่ะ? ถึงตอนนี้ยังช่วยไม่ได้ แต่ให้นางทนยืนหยัดต่อไปนี่ยังทำได้อยู่นะ!"
ไม่อย่างนั้นนางมีหรือจะอึ้งอยู่ตรงนั้นนานขนาดนี้