ตอนที่ 14
บทที่ 14
September 18, 2026
เทรย์ซิสละสายตาจากคนเป็นแม่แล้วเดินเข้าไปข้างใน น้ำตาลที่ตอนแรกตั้งใจมาเข้าห้องน้ำ สับเท้าเดินตามลูกชายเข้าไปข้างใน
“มีผู้ร้ายเดินหนี”
เขาหยุดนิ่งกับที่ ก่อนจะหมุนตัวกลับไปมองแม่ที่ยืมอมยิ้มกริ่ม รู้ว่าแม่จะแซวเรื่องนั้น และเขาไม่มีข้อแก้ตัวอื่นเพราะหลักฐานชัดเจน
“อธิบายมาซิ”
“ผมจูบสายขิม” ยอมรับตรงๆ แก้ตัวไปก็ฟังไม่ขึ้น
“นั่นแหละ แม่อยากรู้ว่าทำไมถึงจูบ”
“ผมเมา” แก้ตัวแบบนี้ยังเข้าท่ากว่า พูดจบเขาเดินหนีแม่ทันที ตอนจูบสายขิมคิดน้อยเกินไป ตอนนั้นแค่ไม่พอใจคำพูดของเธอเลยทำเรื่องไม่คาดคิดลงไป
คงคิดน้อยเกินไป….
“แม่ชอบหนูขิมนะ ถ้าลูกจะจีบแม่เชียร์เต็มที่” น้ำตาลเดินลูกชายไปแล้วพูดต่อ
“ผมไม่ได้ชอบหนูขิมของแม่”
“ไม่ชอบแต่ไปจูบเขา?”
“ผมเมา”
“อ่า เป็นคำแก้ตัวที่ฟังไม่ขึ้นมากเลย ถ้าไม่ได้ชอบก็อย่าไปจูบใครเล่นมั่วซั่วสิลูก บอกแล้วไงอย่าทำตัวเจ้าชู้”
ไม่ดูหนูขิมของแม่เลยจริงๆ เข้ามาขอผู้ชายจูบก่อนด้วยซ้ำ เขาคิดในใจแล้วได้แต่ส่ายหัวไปมาเบาๆ
“อีกหน่อยผมจะกลับแล้วนะ พรุ่งนี้เรียนเช้า”
“ชิ! หาเรื่องหนีเก่งจริงๆ ลูกคนนี้”
เขาไม่พูดอะไร เพียงแค่เดินไปคว้าแก้วแชมเปญมาดื่มเงียบๆ สายตาเหลือบเห็นสายขิมเดินมายืนข้างป้าหยกพอดี และเธอหลบหน้าเขาแทบจะทันที
“หึ…” เขายกแก้วแชมเปญในมือขึ้นดื่ม ตอนนี้ดึกมากแล้วอีกหน่อยเขาคงหนีกลับ ที่บอกว่าพรุ่งนี้มีเรียนเช้าไม่ใช่ข้ออ้าง
ทางด้านของสายขิม เธอรู้สึกไม่เป็นตัวเองหลังจากจูบกับเทรย์ซิสเมื่อครู่ ริมฝีปากยังมีความรู้สึกของการถูกจูบตอกย้ำความจริงว่าเพิ่ง ‘โดนจูบ’
เธอไม่กล้าแม้กระทั่งมองหน้าเขา มีเพียงเขาที่ยืนจ้องเธอราวกับสัตว์ป่าดุร้ายจ้องเหยื่อจนรู้สึกทำตัวไม่ถูก
“สักหน่อยขิมจะกลับแล้วนะป้า พรุ่งนี้มีเรียนเช้า”
“ฉันน่าจะรอกลับพร้อมคุณๆ เลย”
“จ้ะ” เธอน่าจะเรียกรถกลับเอง คงไม่รบกวนเขา อีกอย่างเป็นเพราะเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ที่ทำให้เธอไม่กล้าอยู่กับเขาสองต่อสอง
เวลาผ่านไปราวสิบนาที สายขิมฝากป้าบอกแม่เทรย์ซิสว่าเธอกลับแล้ว เพราะอีกคนกำลังสนุก เธอจึงไม่อยากรบกวน
สายขิมเดินออกมาหน้าโรงแรม นิ้วเล็กกดเรียกรถตั้งแต่ขึ้นลิฟต์มา พอมีคนรับก็ถูกยกเลิก เธอกดเรียกใหม่อีกครั้ง คราวนี้มีคนรับแล้วแต่อยู่ไกลมาก เธอถอนหายใจออกมาเบาๆ เดินคอตกมานั่งรอคนขับที่ม้านั่งข้างหน้าโรงแรม
เปาะแปะ เปาะแปะ
“ฝนบ้า….” เธอบ่นอุบ เมื่อฝนเทลงมาแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย โชคดีที่นั่งอยู่ในร่ม เลยเปียกแค่ปลายเท้า เธอรีบชักเท้ากลับขึ้นมา ก่อนจะก้มมองหน้าจอโทรศัพท์ในมือ
แบตขึ้นขีดสีแดงใกล้หมด เหลือเพียงแค่สิบเปอร์เซ็นต์ แถมคนขับยังอยู่ตั้งไกล เธอถอนหายใจออกมาแผ่วเบา อะไรจะซวยขนาดนี้
“บ้าจริง! ยกเลิกทำไมเนี่ยลุง” เธอจิ๊ปากด้วยความหงุดหงิด เมื่อโดนลุงคนขับยกเลิก เข้าใจได้เพราะตอนนี้ฝนตกหนักคงไม่มีใครอยากรับผู้โดยสาร “อยากกลับแล้ว…”
เธอกดเข้าแชตเขต จำได้ว่าคอนโดเพื่อนอยู่แถวนี้ นิ้วเรียวกำลังแตะไอคอนโทร แต่ทว่า….
“แม่ฉันให้พาเธอกลับด้วย”
เธอละสายตาจากโทรศัพท์ไปมองเจ้าของเสียงเมื่อครู่ พบว่าเป็นเทรย์ซิสยืนกอดอกพิงผนังกำแพงข้างๆ ม้านั่ง ปรายสายตาลงมามองเธอนิ่งๆ
“จะกลับไหม”
“ขิม…ไม่อยากรบกวน”
“โดนยกเลิกไปกี่คันแล้วล่ะ” เขาพูดแล้วมองไปยังโทรศัพท์ของสายขิม
“หลายคันแล้วค่ะ”
“ฝนตกหนักหาคนขับยาก จะนั่งตรงนี้ก็ตามใจ แต่แบตใกล้หมดแล้วนิ”
“ขิมเกรงใจ”
“ตามใจ” เขาไม่เคยง้้อใครอยู่แล้ว ที่ตามสายขิมมาเพราะแม่ขอ
สายขิมครุ่นคิดครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจลุกขึ้นแล้วเดินตามเทรย์ซิสไปอย่างไม่มีทางเลือก
“ระ….รอด้วยค่ะ” เขาพูดถูก ฝนตกทำให้หาคนขับยากพวกกับแบตโทรศัพท์ใกล้หมด และตอนนี้เป้าหมายเดียวของเธอคือกลับคอนโดให้ได้
ซึ่งเขา…คือทางเลือกเดียวที่เหลืออยู่
สุดท้ายสายขิมก็ต้องกลับกับเทรย์ซิสอยู่ดี ภายในรถปกคลุมไปด้วยความเงียบ มีเพียงเสียงเครื่องยนต์ดังคำรามปนเสียงฝนข้างนอก
สายขิมชำเลืองมองเทรย์ซิสขณะกำลังขับรถ เห็นเพียงแค่ลำแขนและรอยสักบนหลังมือ
มองกี่ครั้งก็ยังใจสั่น
ฝนตกหนักจนมองไม่เห็นถนน ทำให้เทรย์ซิสตรงตบไฟเลี้ยวเข้าข้างทาง เพื่อรอให้ฝนซาแล้วค่อยขับกลับต่อ