ตอนที่ 2
บทที่ 2
September 18, 2026
1
ต้อนรับชีวิตมหาลัย
1-2 สองสัปดาห์ก่อนเปิดเรียน
“ขอให้วันนี้เป็นวันที่เริ่มต้นชีวิตมหาลัยที่ดีนะ” เสียงหวานพูดกับตนเองและคลี่ยิ้มออกมาด้วยความตื่นเต้น วันนี้เป็นวันแรกของการเข้าเรียนในรั้วมหาลัยของเธอ กอหญ้าพึ่งจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่หกและเธอก็กำลังจะเข้าปีหนึ่ง โดยคณะที่กอหญ้าเข้าเรียนเป็นคณะวิศวกรรมศาสตร์สาขาเครื่องกล ที่เลือกเข้าคณะ สาขานี้เพราะมันเป็นความฝันของเธอและความตั้งใจมาตลอดและชอบสายงานเกี่ยวกับด้านนี้ Gabriel International University เป็นมหาลัยระดับประเทศและเป็นของเอกชนรวมถึงเป็นมหาลัยที่มีนักเรียนนานาชาติเข้ามาเรียนเกือบทุกคณะ หรือเรียกง่าย ๆ ก็เป็นมหาลัยนานาชาติ ครอบครัวของกอหญ้าไม่ได้มีเงินทองมากมายอะไรขนาดนั้นแต่เธอแค่ใช้สิทธิ์ในการสอบของโรงเรียนเดิมแบบชิงทุนเลยได้เข้ามาเรียนที่นี้..
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
ในขณะที่คนตัวเล็กกำลังมองสำรวจตนเองผ่านหน้ากระจกภายในห้องพักเล็ก ๆ ของตนเองเสียงเคาะประตูห้องก็ดังขึ้น กอหญ้าไม่สงสัยเลยว่าเวลานี้เป็นใครที่มาเคาะ ร่างเล็กในชุดของมหาลัยรีบเดินไปหยิบกระเป๋าเป้ใบสีชมพูมาสะพายบนหลังพร้อมกับสวมรองเท้าแล้วเปิดประตูห้องทันที พอเปิดออกมาก็เจอเข้ากับร่างคุ้นตาของแฟนหนุ่ม
“มาเร็วตลอดเลยนะเต รีบไปกันเถอะ เดี๋ยวเราจะสายเอา” กอหญ้าเอ่ยบอกแฟนหนุ่มของตนเองที่มารับไปเรียนพร้อมกันด้วยรอยยิ้ม ‘เต’ เป็นแฟนของเธอมาหนึ่งปีแล้วทั้งสองคนสอบติดมหาลัยเดียวกันโดยสอบชิงทุนเอาทั้งคู่ แต่คนละคณะ เตเรียนอยู่คณะสถาปัตเพราะชอบด้านนี้มากกว่า
“เอาของครบแล้วใช่ไหม เดี๋ยวก็ลืมอีก กอหญ้ายิ่งขี้ลืม”
“ครั้งนี้ไม่ลืมแน่นอน” เธอตอบแล้วยิ้มตาหยีให้คนตรงหน้า
“โอเค…งั้นก็ไปกัน วันนี้คณะวิศวะเริ่มกิจกรรมรับน้องแล้วไม่ใช่หรอ” เตถามในขณะที่กอหญ้ากำลังล็อกห้องของตนเอง โดยเธอเลือกที่จะพักหอนอกเพราะความสะดวกสบายหลาย ๆ อย่าง หอนอกที่เธอพักราคาก็ไม่ได้แพงอะไรมาก กอหญ้าเลือกหอพักที่ตนเองพอมีงบถึง
“ใช่ แล้วรับน้องตั้งสี่รอบนู้นแน่ะ” กอหญ้าบ่นออกมาพลางถอนหายใจ ประกาศแจ้งจากคณะออกมาแล้วส่วนรายละเอียดเพิ่มเติมต้องรอรุ่นพี่แจ้งอีกทีในแต่ละรอบว่าต้องทำยังไงบ้าง
“เอาหน่า แฟนเตเก่งอยู่แล้ว” เตพูดให้กำลังใจกอหญ้าก่อนจะยื่นมือมายีผมเธอเบา ๆ
“เตก็สู้ ๆ นะ…เราจะได้เรียนจบพร้อมกัน”
“ครับ” สองหนุ่มสาวคุยกันด้วยความตื่นเต้นกับการได้เริ่มใช้ชีวิตในมหาลัย เหมือนออกมาจากกรอบของรั้วโรงเรียน เข้าปีหนึ่งใหม่ทุกคนก็คงจะอดตื่นเต้นไม่ได้แต่มันก็ยังไม่เชิงเปิดเรียนอย่างเป็นทางการเพราะต้องมีกิจกรรมเชียร์กลางก่อนรับน้องเข้ามออีก ซึ่งแต่ละคณะก็ต้องแยกกันฝึกซ้อมเพื่อรอวันจริง
กอหญ้าและเตขึ้นรถจักรยานยนต์มาที่มหาลัยพร้อมกันโดยใช้เวลาเดินทางไม่กี่นาทีก็มาถึงก็มาถึง ที่เตได้มารับเธอก็เพราะว่ากอหญ้าและเตพักคนละที่ ด้วยความที่ทั้งสองอยากให้อิสระกันในเรื่องนี้และอีกอย่างต่างคนต่างก็มีเหตุผลของตนเองแต่ทั้งสองก็เข้าใจกันเป็นอย่างดีเลยไม่ได้เลือกที่จะอาศัยอยู่ด้วยกัน พอเตขับรถมาจอดที่หน้าคณะวิศวะที่มีแต่รถ Supercar เขาก็รู้สึกแปลกจากนักศึกษาคนอื่นไม่น้อย แต่ถึงอย่างนั้นกอหญ้าก็ไม่ได้รู้สึกอายเลยที่มีแฟนฐานะไม่ได้รวยเหมือนคนอื่นในมหาลัย
“แล้วเจอกันตอนเลิกนะกอหญ้า อย่าลืมทักมาบอกเตล่ะ เดี๋ยวเตมารับกลับไปกินข้าวเย็นด้วยกัน” เมื่อขับมาถึงคณะวิศวะแล้วเตก็บอกแฟนสาวก่อนที่คนตัวเล็กจะลงจากรถจักรยานยนต์แล้วถอดหมวกกันน็อคคืนเต เธอยกมือขึ้นชูโอเคก่อนจะบ๊ายบายแฟนหนุ่มเพื่อจะเข้าคณะของตนเอง
“แล้วเจอกันนะ~” ว่าแล้วก็รอให้เตขับไปจนลับสายตาก่อนที่ตนเองจะหมุนตัวหันกลับมาแล้วเดินเข้าคณะ กอหญ้าเดินเข้ามาก็กวาดสายตามองบริเวณคณะตนเองไปด้วยเพราะรุ่นพี่นัดไปที่ลานเกียร์แต่เธอไม่รู้เลยว่าลานเกียร์อยู่ตรงไหน สิ่งที่กอหญ้าเจอคือสายตาของเพื่อน ๆ และรุ่นพี่ในคณะที่มองตนเองอยู่เป็นจุดเดียวมากกว่า มองแล้วยิ้มกรุ้มกริ่มไม่รู้ว่าเพราะอะไร หรือเพราะว่าเป็นผู้หญิงส่วนน้อยในคณะกันนะเลยถูกมอง กอหญ้ารู้สึกประหม่าเล็กน้อยแต่ก็ต้องเดินหาลานเกียร์ต่อไป เธอเดินตามป้ายบอกทางของมหาลัยหรูมาเรื่อย ๆ กระทั่งได้ยินเสียงของใครบางคนแว่วมาจากที่ไหนสักที่
“เร็วกันหน่อยครับ ผมนัดพวกคุณกี่โมง”
และเสียงตะโกนน่าเกรงขามนั้นก็ทำให้กอหญ้าดึงสติตนเองกลับมาได้ เธอมองไปยังต้นเสียงก็เห็นลานเกียร์อยู่ไม่ไกลนักตอนนี้นักศึกษาหลายคนรวมตัวกันอยู่ตรงนั้นแล้วและอีกส่วนก็พากันกำลังวิ่งกรู่เข้าไป ตรงหน้ากลุ่มนักศึกษาคณะวิศวะหลายร้อยคนมีเหล่าพี่ว๊ากห้าคนยืนเรียงหน้ากระดานกันอยู่แต่กอหญ้าไม่เห็นหน้า
ฟังจากนํ้าเสียงแล้วคง ‘โหด’ น่าดู
“ผมให้เวลาพวกคุณอีกสิบวิ ใครมาช้า..ผมจะลงโทษพวกคุณทุกคน”
“ซวยแล้ว..” ปากเล็กบ่นกับตนเองแล้วมองเวลาบนหน้าปัดนาฬิกาข้อมือ ใกล้จะถึงเวลานัดของรุ่นพี่ในอีกไม่กี่วิ รู้แบบนั้นคนตัวเล็กเจ้าของความสูงแค่ร้อยหกสิบเซนติเมตรก็รีบวิ่งตรงไปที่ลานเกียร์ทันทีโดยมีความกดดันเป็นการนับถอยหลังของเฮดว๊ากอยู่
เสียงนั้นคุ้นมาก…ยิ่งเข้าไปใกล้ยิ่งคุ้น
ตึก ตึก ตึก…
ท้าวเล็กบนรองเท้าผ้าใบคู่โปรดรีบวิ่งมาที่ลานเกียร์ทันทีเมื่อได้ยินเสียงนั้นและในที่สุดเธอก็มาหยุดตรงท้ายแถวเป็นคนสุดท้ายในวินาทีที่สิบเอ็ดพอดีและกอหญ้าเองก็เป็นเพียงคนเดียวที่มาช้าแค่หนึ่งวิหลังจากที่พี่ว๊ากนับ เธอหวังว่าพวกพี่ว๊ากคงไม่เห็นและคงจะไม่ว่าอะไร เพราะมันก็แค่วิเดียว
“ทีหลังถ้าพวกคุณมาช้าอีก บทลงโทษจะหนักกว่าวันนี้ ก่อนที่ผมจะเรียกคนมาช้ามาลงโทษ ใครที่รู้ตัวว่าเป็นผู้หญิงเดินขึ้นมาข้างหน้าให้เร็ว”