ตอนที่ 5
บทที่ 5
September 18, 2026
4
ไม่ชอบ
คำเตือน : มีเนื้อหาด้านพฤติกรรมที่รุนแรง อาทิ บุหรี่จี้ โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน
( หากรับไม่ไหวให้เลื่อนผ่านตอนนี้ก่อนค่ะ )
———————————————————
17.00 น.
ตกเย็นในวันเดียวกันกอหญ้าก็กลับมารวมตัวกันที่คณะอีกครั้ง คราวนี้พวกรุ่นพี่ก็แนะนำที่พักกัน ซึ่งที่พักก็คือตึกของคณะวิศวะ ห้องหนึ่งสามารถนอนกันได้หลายคนแต่ด้วยความง่ายของการแบ่งสมาชิกในแต่ละห้องเลยเอาตามจำนวนของกลุ่มที่แบ่งกันก่อนหน้า และแน่นอนว่าห้องของกอหญ้าก็มีกันแค่สิบคนเลยทำให้ภายในห้องค่อนข้างกว้างกว่าห้องอื่นและมีพื้นที่มากกว่าเดิม ส่วนพวกห้องนํ้าก็จะเป็นตามตึกที่มีประจำทุกชั้นหรือจะเป็นห้องนํ้าข้างล่างตึกที่ต้องเดินห่างออกไปหน่อย
“กิจกรรมของวันนี้มีอะไรบ้างอ่ะ” นินิวเอ่ยถามในขณะที่เธอกำลังขนของออกจากกระเป๋าเดินทางของตนเองอยู่
“เห็นบอกในไลน์กลุ่มกันมีแค่ทำป้ายแสตนเชียร์กับป้ายชื่อนะ นอกนั้นก็ไม่มีอะไรแล้ว” เมษาพูด
“กำหนดเหลืออีกสิบนาที ทางที่ดีไปรวมตัวก่อนเวลานัดจะดีกว่า” คราวนี้เป็นควีนที่ตอบพลางก้มมองนาฬิกาข้อมือของตนเองไปด้วย ส่วนกอหญ้าก็นิ่งฟังเพราะเธอเอาแต่คิดเรื่องข้อความนั้น ว่าตกลงแล้วใครกันแน่ที่เป็นคนส่งมาใช่คนที่คิดไว้จริง ๆ ไหม
ทุกคนภายในห้องต่างคุยสัพเพเหระกันไปต่าง ๆ นา ๆ จนกระทั่งเวลาผ่านมาพอประมาณก็ออกจากห้องแล้วเดินมายังห้องประชุมของตึกแทน เพราะตกเย็นแล้วการนั่งที่ลานเกียร์ก็คงไม่ค่อยจะสะดวกเท่าไหร่นัก นักศึกษาทุกคนต่างทยอยกันมาและเรียงนั่งเป็นแถวอย่างเป็นระเบียบ โดยมีพวกรุ่นพี่อยู่ตรงหน้าเช่นเดิม บรรยากาศเมื่อตอนกลางวันกลับมาอีกครั้ง กอหญ้ารู้สึกหวั่นขึ้นมาเล็กน้อยเธอจึงเลือกที่จะนั่งอยู่ปลายแถว แล้วไม่นานทุกคนก็มานั่งจับกลุ่มกันครบ
“กิจกรรมวันนี้ของเราไม่มีอะไรมากอย่างที่ผมได้แจ้งเข้าไปในกลุ่ม ช่วยกันเตรียมอุปกรณ์สำหรับซ้อมเชียร์พรุ่งนี้ เสร็จแล้วหยิบข้าวกล่องแล้วกลับที่พักได้ครับ ส่วนพวกผมจะคอยตรวจเช็คงานและทำอย่างอื่นช่วยไปด้วย เข้าใจนะ” โคไรเป็นคนเอ่ยพูด เขาพูดอธิบายด้วยสีหน้าไร้อารมณ์และความรู้สึก ไคโรเป็นหนึ่งในสมาชิกของกลุ่มเพื่อนแบดซ์ ประวัติครอบครัวไคโรเองก็ไม่ธรรมดา คุณพ่อเป็นท่านนายพลที่ดำรงตำแหน่งผู้นำประเทศ คุณแม่เป็นศัลยแพทย์ชื่อดังด้านศัลยกรรมและเป็นเจ้าของคลินิกเสริมความงามอีกหลายแห่ง ไคโรเป็นลูกชายเพียงคนเดียวจึงถูกกดดันเป็นอย่างมากทั้งเรื่องการเรียน การใช้ชีวิตหรือแม้แต่การเลือกคู่ เดิมทีคุณพ่อและคุณแม่อยากให้ไคโรเรียนแพทย์แต่เขาไม่ชอบเลยกลายเป็นว่าไคโรชอบทะเลาะกับครอบครัวเป็นประจำ ภายใต้ใบหน้าอันราบเรียบและไร้ความรู้สึกของเขานั้นซ่อนไปด้วยความยากจะคาดเดา
“พี่ไคโรโคตรจะหล่อเลยอ่า แกว่ามั้ยกอหญ้า” นินิวที่นั่งอยู่ตรงหน้ากอหญ้ากระซิบกระซาบขึ้นมา พร้อมกับยิ้มกรุ้มกริ่ม
“จริง ๆ แก๊งนี้ก็หล่อทุกคนนะ แต่ไม่ขอยุ่งดีกว่า” เมษาที่ได้ยินสองคนกระซิบกระซาบกันแอบมาแจมด้วย
“เราก็เหมือนกัน” กอหญ้าตอบเห็นด้วย
“ไม่ยุ่งหรอกน่า แต่มองคนหล่อเป็นอาหารตาชั้นเลิศเลยนะ”
“ให้มันน้อย ๆ หน่อยนิว” ควีนพูดแซวเพื่อนที่เอาแต่ถํ้ามองหนุ่ม
แต่ไม่ใช่แค่พวกเธอหรอกที่คอยซุบซิบกัน สาว ๆ คนอื่นก็ไม่ต่างกัน ทุกคนต่างพูดถึงความหล่อเหลาและความเพียบพร้อมของกลุ่มรุ่นพี่ทั้งนั้น
“น้อง ๆ คะ พี่ส่งใบรายชื่อของน้อง ๆ ทุกคนลงในกลุ่มไลน์แล้วนะ แล้วก็มีบอกด้วยว่าแต่ละกลุ่มทำหน้าที่อะไรกันหากมีอะไรอยากถามเพิ่มเติมเดินมาถามพวกพี่ได้ตลอดนะคะ^^” ในขณะนั้นเองเสียงของขนมผิงก็เอ่ยขึ้นทำให้ทุกสายตามองไปที่เธอและพร้อมเพรียงกันฟังอย่างตั้งใจก่อนจะขานรับเสียงดังลั่นหอประชุม
จากนั้นไม่นานแต่ละกลุ่มก็แยกย้ายกันเดินไปขนอุปกรณ์อีกตึกมาเพื่อจะเริ่มทำ โดยกลุ่มของกอหญ้าก็ได้รับหน้าที่ในการทำป้ายเชียร์หลังแสตน ซึ่งเป็นงานชิ้นใหญ่กว่ากลุ่มอื่นพอสมควร กลุ่มของเธอจึงมีรุ่นพี่อย่างพวกยูกิและขนมผิงรวมถึงไคโรและเจคมาอยู่ด้วย
ภายในหอประชุมทุกคนต่างเดินอลเวงกันเพื่อหามุมจับกลุ่มทำกิจกรรมรวมถึงกลุ่มของพวกเธอเอง แล้วไม่นานกลุ่มของกอหญ้าก็เลือกมุมได้ พวกเธอพากันนั่งลงและจับเข่าคุยกันทันที บางคนก็ขนพวกกระดาษสำหรับออกแบบป้ายมาก่อนอยู่แล้ว
“กลุ่มของน้องกอหญ้าใช่ไหม พี่ขอสองคนไปถืออุปกรณ์ช่วยพี่หน่อย” ในขณะที่รุ่นน้องนักศึกษาปีหนึ่งกำลังปรึกษากันอยู่เสียงฝีเท้าของรุ่นพี่สุดหล่อสองคนก็เดินเข้ามาหา พอทุกคนเงยหน้ามองก็ต่างต้องเก็บความตื่นเต้นเอาไว้เพราะหนึ่งในคนนั้นคือเจค เจคเป็นถึงนักแสดงที่มีชื่อเสียงมากและประวัติครอบครัวของเขาเองก็ไม่ธรรมดาเช่นกัน
“อะ…เอ่อ…หนูไปเองค่ะ” ‘สายป่าน’ หนึ่งของสมาชิกในกลุ่มเอ่ยขึ้นมาพร้อมยกมือขึ้นเสนอตัวเอง ทำให้เจคมองไปที่เธอ
“มาสิ อีกคนละ” เจ้าของรอยยิ้มพราวเสน่ห์ยังคงตอบเช่นเดิม เพราะไคโรเอาแต่ยืนนิ่งไม่ปริปากพูดอะไร จะว่าไปเขาก็ดูเย็นชาเหมือนคนไม่มีคนรู้สึกเลยก็ว่าได้
“แกกำลังจะไปเข้าห้องนํ้าพอดีไม่ใช่หรอกอหญ้า ไปช่วยพี่เขาถือด้วยสิ” ในขณะที่กอหญ้ากำลังนั่งเงียบอยู่นั้นเสียงของนินิวก็เอ่ยขึ้น ทำให้เจคมองไปที่กอหญ้า
“ค่ะ…เดี๋ยวหนูไปด้วยอีกคน” เมื่อกอหญ้าถูกมองกดดันจากสายตาของเจค เธอเลยยอมพยักหน้าตอบแล้วเหยียดกายลุกขึ้นเต็มความสูงเพราะตนจะไปเข้าห้องนํ้าพอดีตามที่นินิวพูด ต่อมากอหญ้าและสายป่านก็เดินตามหลังรุ่นพี่สองคนอย่างไคโรและเจคมาที่ห้องเก็บอุปกรณ์อย่างเงียบ ๆ เพราะตลอดการเดินทุกสายตาก็คอยจับจ้องมาอยู่ตลอดทำให้กอหญ้ารู้สึกเกร็งเล็กน้อย การอยู่ใกล้คนดังก็ทำให้เธอแอบทำตัวยากเหมือนกัน
“เดี๋ยวเราสองคนช่วยถือพวกของเบา ๆ แล้วกันนะ พี่สองคนจะถือพวกของหนักเอง” พอมาถึงห้องอุปกรณ์เจคก็พูดขึ้น
“เอ่อ….พี่เจคคะ หนูขอถ่ายรูปกับพี่ได้ไหมคะ” และในตอนนั้นเองสายป่านก็รวบรวมความกล้าของตนเองแล้วพูดออกไป ในมือของเธอบีบโทรศัพท์กลางอกแน่นพร้อมกับกัดปากตนเองด้วยอาการประหม่า
“อยู่ในเวลากิจกรรม ไว้เวลาอื่นนะครับ” เจคตอบออกมาด้วยสีหน้าเป็นมิตร แต่รอยยิ้มนั้นกลับทำให้สายป่านแอบผิดหวังเล็กน้อย เธอเก็บอาการนั้นเอาไว้แล้วไม่แสดงออกมาก ก่อนจะหยิบของที่เจคและไคโรเอาออกมาตั้งไว้ตรงหน้ากัน
“หนูขอเข้าห้องนํ้าก่อนนะคะ เดี๋ยวเสร็จแล้วตามไปทีหลัง” กอหญ้าเอ่ยบอกกับรุ่นพี่สองคนเมื่อทุกคนต่างได้ของที่ต้องการแล้วพร้อมจะกลับเข้าไปในหอประชุม
“ให้พี่ไปเป็นเพื่อนไหม” เจคถาม
“มะ ไม่เป็นไรค่ะ” กอหญ้าตอบออกไปแล้วยิ้มตอบ ก่อนที่เธอจะถือของเดินปลีกตัวออกมาเพื่อจะแยกไปเข้าห้องนํ้าส่วนทั้งสามคนก็เดินกลับไปยังหอประชุมเช่นเดิม
คนตัวเล็กเดินมุ่งตรงมายังห้องนํ้าของหอประชุม แต่ปรากฏว่าห้องนํ้าฝั่งซ้ายของหอประชุมมันติดป้ายบอกชำรุด ด้วยความที่กอหญ้าไม่รู้ว่ามีฝั่งขวาด้วยเธอเลยเลือกที่จะเดินลงมายังด้านล่างของหอประชุมแล้วเข้าห้องนํ้าใต้ตึกแทน ใต้ตึกค่อนข้างเงียบพอสมควร ไร้ผู้คนเดินเพ่นพ่าน บรรยากาศก็เริ่มมืดมากขึ้น ท้าวเล็กบนรองเท้าผ้าใบสีขาวคู่ใจเดินวนหาห้องนํ้ากระทั่งเจอเธอจึงผลักเข้าไปข้างในเบา ๆ อย่างระมัดระวัง เพราะประตูเข้าห้องนํ้าเหมือนจะถูกปิดไว้แต่ไม่สนิทมันเลยแง้มออกเล็กน้อย