ตอนที่ 116
บทที่ 161 อยากแต่งนางเข้าเรือน
October 22, 2026
เย่จายซิงต่อสู้มาทั้งคืน ถึงแม้จะได้รับการฟื้นฟูแล้ว แต่ความอ่อนล้าของร่างกายก็ยังมีอยู่
แต่เมื่อถึงเวลาสำหรับการแข่งขัน นางก็ตื่นตรงเวลา
โชคดีจริงๆที่อัตราการไหลเวียนไวไม่เหมือนกับภายนอก ไม่อย่างนั้นนางคงไม่สามารถพักผ่อนหนึ่งชั่วยามได้ ตอนนี้รู้สึกสดชื่นขึ้นแล้ว
นางเปิดประตู ไป๋จวู๋ผู้ดูแลอยู่หน้าประตูกล่าวอย่างมีความสุข
“คุณหนู ตื่นแล้วหรือเจ้าค่ะ ข้าน้อยเพิ่งไปได้ไม่นานเอง ท่านพักต่ออีกหน่อยเถอะ”
“ข้าจะต้องไปดูการแข่งขัน เจ้าให้คนเตรียมอะไรให้ข้ากินที”
“เจ้าค่ะ ข้าจะไปจัดการเดี๋ยวนี้!”
เย่จายซิงรับประทานอาหารที่โรงเตี๊ยม ก่อนจะมุ่งหน้าไปที่จัดการแข่งขัน
เมื่อมาถึง การแข่งขันได้เริ่มขึ้นไปแล้วครึ่งชั่วยาม
เพียงแต่การสู้บนสังเวียนวันนี้ไม่ใช่แบบหมุนเวียนแบบนางเมื่อวาน แต่เป็นการจับฉลากเพื่อสู้ตัวต่อตัว ผู้ชนะจะจับฉลากต่อไป สุดท้ายสามอันดับแรกจะถูกเปรียบเทียบ
ทันทีที่เย่จายซิงมาถึง ความสนใจของผู้ชมจำนวนมากก็ไม่ได้สนใจเวทีประลองอีก เมื่อเทียบกับการต่อสู้ที่ดุเดือดของการแข่งขันเมื่อวานแล้ว การแข่งขันในวันนี้ก็เหมือนการเล่นที่บ้าน ทำให้คนให้ความสนใจไม่เยอะ
เมื่อทุกคนเห็นนาง สิ่งแรกที่พวกเขาเห็นก็คือใบหน้าของนาง ถึงแม้ว่าเมื่อวานจะมองจนพอแล้ว แต่ว่าตอนนั้นนางสวมวิญญาณการต่อสู้อยู่เสมอ ทั้งดูเย่อหยิ่งทั้งดูสง่างาม แต่ในวันนี้ด้วยท่าทีที่ดูสงบและรูปร่างที่ผอมเพรียวของนาง เสริมให้ดูนุ่มนวลและงดงาม ทำให้คนที่พบเห็นต่างตกอยู่ในภวังค์
เหมือนกับว่านางไม่ใช่คนเดียวกันกับเมื่อวานอย่างนั้น
ถ้าไม่ใช่เพราะดูการแข่งขันของนางเมื่อวาน คงไม่มีใครคิดว่าสาวน้อยที่รูปโฉมงดงามผู้นี้จะเป็นคนโจมตีแปดสิบหกคนได้ในคราวเดียว
นางนั้นสวยมากจริงๆ ไม่ใช่ความสวยที่ไร้จิตวิญญาณ ด้วยบรรยากาศเย็นชารอบตัวนาง แต่กลับเหมือนเทพธิดาที่ตกลงมาโลกมนุษย์ ดูศักดิ์สิทธิ์และบริสุทธิ์
เย่ยู่หยางที่ยังไม่ถึงเวลาลงแข่งขันยืนอยู่ข้างล่างสังเวียนเงยหน้ามองเห็นนาง เขาก็ยิ้มพลางโบกมือให้
เย่จายซิงยิ้มอบอุ่นให้กับน้องชาย
“ไม่พูดไม่ได้ว่า พี่น้องคู่นี้ ดูมองสบายตามากๆ!”
“ถ้าข้าสามารถแต่งนางเข้าเรือนได้ก็ดีนะสิ!”
“ข้ารู้สึกว่าเจ้าคิดไร้สาระเกินไปแล้ว!”
เย่จายซิงแสร้งทำเป็นไม่ได้ นางกวาดสายตามองไปรอบๆ แล้วก็เดินผ่านไป
เว่ยฉ่ายเวยยังนั่งซ่อนอยู่ในมุม และลดความรู้สึกของตัวเองที่ยังมีอยู่ หลังจากเห็นเย่จายซิงปรากฏตัว นางก็ก้มศีรษะลงทันที โดยไม่คาดคิดว่าเสียงรอบข้างของตัวเองเงียบลง และกระโปรงสีขาวก็ปรากฏขึ้นในสายตาของนาง
นางตกตะลึง และเงยหน้าขึ้นมอง นางเห็นเย่จายซิงนั่งลงตรงที่ข้างๆนาง
ทันใดนั้นหัวใจนางก็เต้นราวกับฟ้าร้อง นางหันศีรษะหนี ไม่ได้มองเย่จายซิง
เว่ยฉ่ายเวยไม่เข้าใจว่าเย่จายซิงหมายถึงอะไร หรือว่าเมื่อวานนางสังเกตเห็นอะไรเข้าให้แล้วจริงๆ?
ดีที่เย่จายซิงไม่ได้พูดอะไรหลังจากที่นั่งลงข้างๆนาง ไม่ได้พูดอะไรเลยสักประโยค ไม่อย่างนั้นนางคงรู้สึกไม่สบายใจแน่
หลังจากที่รอไปสักพัก เว่ยฉ่ายเวยก็ลุกขึ้น ด้วยความกระวนกระวายใจนางอยากเปลี่ยนไปนั่งที่อื่น จนกระทั่งนางเดินไป ในใจรู้สึกไม่สบายใจอย่างมาก
เมื่อก่อนในสายตาของนาง พี่สาวของเย่ยู่หยางเป็นแค่ขยะของเขา เป็นสัตว์ประหลาดที่น่าเกลียด แต่มันนานมากแล้ว ทุกอย่างล้วนเปลี่ยนไป
นางไม่ได้น่าเกลียดอีกต่อไป แต่เป็นคนงามที่ดึงดูดความสนใจทุกคนไม่ว่านางจะไปไหน แล้วก็ไม่ใช่ขยะ แต่กระโดดขึ้นเป็นผู้บุกทะลวงแดนอาจารย์ทิพย์ที่แข็งแกร่ง ทั้งยังเป็นอาจารย์ยาขั้นหก
พอเทียบตัวเองกับนางแล้ว กลายเป็นคนที่ธรรมดาไปเลย
เว่ยฉ่ายเวยสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะเดินจากไปเงียบๆ
“องค์หญิงฉ่ายเวย เจ้าจะไปไหนแล้วละ?”
น้ำเสียงที่ดูเกียจคร้าน ทำให้นางหัวใจเต้นรัว
นางพูดโดยไม่รู้ตัว
“ข้านึกขึ้นได้ว่ามีธุระ เลยต้องไปแล้ว”
“อ๋อ งั้นเหรอ แต่ทำไมข้าถึงรู้สึกว่าเจ้าไปต่อไม่ได้แล้วละ เจ้าว่า เขาจะมาหาเจ้าไหมนะ”