ตอนที่ 1241
บทที่ 1242 จับคน
October 21, 2026
หลังจากหลิวจิ้งหยิบตั๋วเงินแล้ว ก็ซ่อนไว้ในอุโมงค์ใต้ดินจวนตามที่อาหลิวบอก รอจนขายสถานพยาบาลกับยาที่กักตุนเรียบร้อยแล้วก็ออกจากเมืองหลวง
ทว่าวันนี้พี่น้องของหลิวจิ้งได้เงินก้อนโต ทั้งไม่อยากไปจากเมืองหลวง คืนวันนั้นจึงนัดกันไปเที่ยวที่หอสามบุปผา
หลังจากพวกเขาออกไปในตอนกลางคืนแล้วก็อาศัยยามราตรีออกไปด้วย
เมื่อเขาถึงที่นั่งชั้นดีในโรงน้ำชา สองด้านของที่นั่งชั้นดีปิดสนิท ด้านข้างใช้ผ้าม่านกั้นไว้ ด้านหน้ามีระเบียงบันได หันหน้าไปทางนักเล่าเรื่องที่อยู่กลางโรงน้ำชา จุดนี้เป็นที่นั่งของแขกระดับสูง นั่งตรงนี้ น้ำชากาหนึ่งต้องจ่ายถึงหนึ่งตำลึงสองตำลึง
เขาสั่งน้ำชามากาหนึ่ง นั่งฟังการเล่าเรื่อง เมื่อฟังจบก็เรียกคนขายใบชามา ให้รางวัลนักเล่าเรื่องสิบสองตำลึง กล่าวเรียบ “เชิญคนเล่าเรื่องมาให้ข้าหน่อย!”
พอคนขายใบชาเห็นเงินสิบสองตำลึง ลูกตาก็แทบจะถลน เขาไม่เคยพบเห็นแขกที่มือเติบเช่นนี้มาก่อน เอ่ยขอบคุณพลัน จากนั้นก็ไปตามนักเล่าเรื่องด้วยความเร็วรี่
เมื่อนักเล่าเรื่องตบรางวัลถึงสิบสองตำลึงก็ตามคนขายใบชามายังที่นั่งชั้นดี
เปิดม่านเข้าไปแล้วนักเล่าเรื่องก็รีบโค้งตัวขอบคุณ
อาหลิวช้อนตาเรียบ “นั่ง!”
“เออ...” นักเล่าเรื่องเห็นแขกไม่เหมือนคนชั้นสูง แต่กลับมือเติบตบรางวัลให้เช่นนี้แล้วก็นั่งลงตามที่บอก ปรนนิบัติน้ำท่าอย่างระมัดระวัง “เชิญขอรับ!”
อาหลิวไล่ให้คนขายใบชาออกไป จากนั้นก็ล้วงตั๋วเงินจากแขนเสื้อออกมาใบหนึ่ง ดันออกไปช้าๆ
เมื่อนักเล่าเรื่องเห็นมูลค่าตั๋วแลกเงินพันตำลึง ก็ตกใจจนตาตั้ง “ท่าน นี่คือ?”
“ทำงานให้ข้า เรียบร้อยแล้วยังมีค่าเหนื่อยอีกสองเท่า!” อาหลิวมองเขาพลางเอ่ย
นักเล่าเรื่องไม่ได้รับไว้ในทันที แต่เอ่ยถามก่อน “ไม่ทราบท่านต้องการให้ข้าน้อยทำเรื่องอะไรหรือขอรับ?”
อาหลิวมองเขา ยิ้มน้อยๆ “วางใจเถอะ ไม่ยากหรอก แค่เรื่องไม่กี่ประโยคเท่านั้น การเล่าเรื่องในวันพรุ่งนี้ ข้าต้องการให้เจ้าเล่าเรื่องเรื่องหนึ่ง เล่าเรื่องนี้จบแล้วเจ้าก็เก็บข้าวของออกเมืองหลวงทันที ข้าจะรอเจ้าที่ประตูเมือง เอาตั๋วเงินที่เหลือให้”
นักเล่าเรื่องเอ่ยถาม “เป็นเรื่องอะไรหรือขอรับ? ข้าน้อยต้องฟังดูก่อน”
อาหลิวยื่นมือออกไปเกี่ยวนิ้ว “เข้ามาสิ!”
นักเล่าเรื่องเงี่ยหูไป “เชิญท่านกล่าวมาได้!”
“เรื่องนี้ก็คือองค์รัชทายาทในตอนนี้วางแผนให้ร้ายเจ้าหญิงฮุ่ยผิว ทำให้นางตายแล้วก็หลอกบุตรชายเจ้าหญิงฮุ่ยผิงขายโรงงานยา แย่งเงินครึ่งหนึ่ง...”
เมื่อเขาพูดไปครึ่งหนึ่งแล้วก็หยุด มองมีดสั้นเย็นเฉียบตรงลำคอ แล้วเงยหน้ามองนักเล่าเรื่องอีกครั้ง นักเล่าเรื่องจับมีดสั้น ใบหน้ามีรอยยิ้มเย็นชา “แต่งเรื่องให้องค์รัชทายาทองค์ปัจจุบันหรือ? เจ้าเป็นใคร?”
สายตาอาหลิวแวบความตกใจ แต่กระนั้นก็ยังสงบ “แล้วเจ้าเป็นใคร?”
นักเล่าเรื่องหัวเราะชืดๆ “ข้าเป็นใครเจ้าไม่ต้องสนใจ แต่เจ้าต้องไปกับข้า!”
อาหลิวยิ้มเย็น “แล้วถ้าข้าว่าไม่ล่ะ?”
“เช่นนั้นข้าไม่เกรงใจแล้ว!” นักเล่าเรื่องยกมีดสั้นที่อยู่ในมือ “ถ้าไม่อยากให้บนคอมีรูเพิ่ม งั้นก็ไปกับข้า”
แต่อาหลิวกลับเบี่ยงศีรษะ มีดสั้นของนักเล่าเรื่องเคลื่อนออกไป ความไวไม่เท่าเขา ล้วงมีดสั้นออกมาจากแขนเสื้อโจมตีนักเล่าเรื่อง นักเล่าเรื่องชะงัก คิดไม่ถึงว่าจะเป็นวรยุทธ์ หลบไปอย่างรีบร้อน
ห้องส่วนตัวนี้แคบเล็ก ไม่อาจลงมือได้เต็มที่ ทั้งสองถือมีดสั้นไปๆ มาๆ สู้กันอย่างอึดอัดอัตคัด อาหลิวอยากพลิกตัวจากที่กั้นกระโดดลงข้างล่าง แต่นักเล่าเรื่องจะจับเขาให้ได้ มีดสั้นรั้งตัวเขาไม่ยอมให้เขาไป หลังจากผ่านไปหลายกระบวนท่าเช่นนี้ ต่างฝ่ายต่างเพลี่ยงพล้ำ