ตอนที่ 1767
บทที่ 1768 บ้านเรา
October 21, 2026
ไม่ถึงครึ่งชั่วยามคนทั้งจวนก็รู้ข่าวที่อ๋องเว่ยจะตามทุกคนกลับเมืองหลวง
เป็นอ๋องอานที่ออกไปพูด
และเป็นอ๋องเว่ยที่ให้อ๋องอานออกไปพูด
อ๋องเว่ยกลัวว่าจิ้งเหอจะกลับคำ ดังนั้นจึงให้อ๋องอานออกไปพูด
อ๋องอานบอกกับอ๋องเว่ย ว่าพอจิ้งเหอใจเย็นลงแล้วอาจกลับคำ ดังนั้นอ๋องเว่ยจึงให้เขาออกไปบอกกับทุกคน ว่าเขาจะตามขบวนใหญ่กลับเมืองหลวง จากนั้นก็จะกลับไปอยู่ที่จวน
อ้อมค้อมไปหน่อย แต่เขาก็ทุ่มเทใจจริงๆ
ขณะที่พวกเจ้าห้าออกเดินทางไปหัวเมืองชายแดน อ๋องเว่ยก็ลุกขึ้นเดินได้แล้ว เดินไม่เป็นธรรมชาติ กะเผลกๆ ต้องทำกายภาพระยะหนึ่ง แต่เขาก็ไม่สนใจ จะพาจิ้งเหอออกไปดูทิวทัศน์ของเมืองเจียงเป่ยให้ได้
เวลานี้เป็นช่วงที่ต้นไม้ใบหญ้าเมืองเจียงเป่ยกำลังงอกงาม และเป็นช่วงที่มีอากาศเหมาะสมที่สุดของปี
พวกเขาไปกินอาหารมื้อหนึ่งก่อน มื้อนี้กินที่ภัตตาคารเค่อหลายที่ขึ้นชื่อที่สุดของเมืองเจียงเป่ย แม้เทียบไม่ได้กับเมืองหลวง แต่สำหรับที่นี่ก็ถือว่าเป็นภัตตาคารที่ค่อนข้างแพง
ทั้งสองสั่งอาหารมาสี่อย่างอย่างฟุ่มเฟือย
ที่นี่ไม่มีอาหารทะเล แต่ของป่ากลับมีเยอะมาก โดยเฉพาะในเวลานี้พวกเห็ดอวบอั๋นอุดมสมบูรณ์ที่สุด ดังนั้นอาหารสี่อย่างนี้จึงไม่ใช่ราคาถูก
เดิมเตรียมการไว้อย่างดี จิ้งเหอก็กินอย่างอารมณ์ชื่นบานมาก เพราะหากินเห็ดที่สดดีขนาดนี้ได้น้อยมากจริงๆ
เสียก็เสียแต่ตอนคิดเงิน
อ๋องเว่ยไม่ได้พกเงินมาด้วย
ขณะที่กำลังจะคิดเงิน เขาล้วงเงินอยู่นานถึงนึกขึ้นได้ว่าตัวเองไม่มีถุงเงินนานมากแล้ว เมื่อก่อนหากไม่อยู่ในกองทัพ ก็อยู่ที่ค่ายทหาร ไม่เช่นนั้นก็กินกับเจ้าสี่ เสื้อผ้า รองเท้า ถุงเท้าล้วนเป็นพระชายาอานจัดการให้หมด เขาตัวเปล่าเล่าเปลือย แม้แต่คนรับใช้สักคนก็ไม่มี ดังนั้นจึงแทบไม่ต้องออกไปซื้อของข้างนอก
เขาเคอะเขินมาก ทั้งอายทั้งโมโห โมโหที่ตอนออกมาตนไม่ได้คิดถึงเรื่องนี้ ตอนนี้อาหารก็กินแล้ว แต่กลับไม่มีเงินจ่าย น่าขายหน้าจริงๆ
จะขายหน้าตอนไหนก็ได้ แต่เขารับไม่ได้ที่จะขายหน้าต่อหน้าจิ้งเหอ
แต่มื้อนี้จะให้จิ้งเหอจ่ายไม่ได้เด็ดขาด ดังนั้นเขาจึงอยากไปหาเถ้าแก่ ดูว่าติดไว้ก่อนได้หรือไม่