ตอนที่ 813
บทที่ 814 ขจัดความผิดที่ไม่ได้ก่อออกไปก่อน
October 21, 2026
ก่อนจะจากไป เขากำชับกับโสวฝู่หลายครั้ง เรื่องนี้อย่าให้รั่วไหลออกไปข้างนอกแม้แต่น้อย โดยเฉพาะอย่าให้คนของจวนอ๋องฉู่ไม่ว่าใครรับรู้เป็นอันขาด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดหายนะครั้งยิ่งใหญ่
ด้วยสาเหตุจากเรื่องนี้ เมื่อหยู่เหวินเห้ากลับไปถึงจวนก็ระวังตัวเป็นอย่างยิ่ง แม้ว่าในใจจะกลัดกลุ้ม แต่ปฏิบัติกับทุกคนด้วยความอบอุ่นเป็นกันเอง เกรงว่าถ้าหากถูกยั่วให้โมโหขึ้นมาจะเผลอเผยจุดอ่อนออกมา
วันนี้หยวนชิงหลิงได้ทำการตรวจร่างกายให้คุณย่าแล้ว ร่างกายแข็งแรงดีทุกประการ ทำให้คลายใจไปได้เปลาะหนึ่ง และชื่นชมหมาป่าของซาลาเปาเป็นอย่างยิ่ง ให้มันกินเนื้อเพิ่มมากขึ้นกว่าปกติสองชั่ง
นางสังเกตเห็นความผิดปกติของหยู่เหวินเห้า ภายใต้รอยยิ้มที่เสแสร้งอยู่บนใบหน้านั้นได้ซ่อนความรู้สึกผิดเอาไว้โดยที่ปิดบังหลอกนางไม่ได้ แต่ก็ไม่ได้จี้จุดให้เปิดเผยออกมา รอจนกระทั่งกลับเข้าห้องนอนในตอนกลางคืน จึงลากตัวเขามานั่งลงเพื่อสอบถาม
หยู่เหวินเห้าจิตใจว้าวุ่นอยู่นานแล้ว ไม่กล้ามองตาของหยวนชิงหลิงโดยตรง “มีเรื่องอะไรที่ไหนกัน แค่เหนื่อยเท่านั้น ”
“ระหว่างสามีภรรยาควรจริงใจและตรงไปตรงมา ”หยวนชิงหลิงพูด
หยู่เหวินเห้ามองนาง คำพูดของผู้หญิงยิ่งกว่าผีที่หลอกคน สามีภรรยาตั้งเท่าไหร่ต้องตายบนคำว่าจริงใจตรงไปตรงมา
“ไม่มีอะไรจริงๆ”เขาชะงักไปชั่วครู่ เพิ่มคำพูดเพื่อความปลอดภัยขึ้นมาอีกประโยคว่า “แม้จะมีเรื่อง ก็เป็นเรื่องไม่จริง”
“เช่นนั้นก็เท่ากับมีเรื่องแน่ๆ จะพูดหรือไม่ ถ้าหากท่านแน่ใจว่าจะสามารถปิดบังข้าได้ตลอดชีวิต เช่นนั้นก็ไม่ต้องพูด ถ้าหากทำไม่ได้ ทางที่ดีก็ควรพูดตั้งแต่แรกจะดีที่สุด”หยวนชิงหลิงมั่นใจมาก เป็นสามีภรรยากันมาสองปี นางเข้าใจในการกระทำเล็กๆของเขาที่สอดคล้องกับความคิดในจิตใจของเขาอย่างชัดเจน
เขายังคงนิ่งขรึมไม่พูดจา
“เรื่องชู้สาวอีกแล้วหรือ”หยวนชิงหลิงมองเขาอย่างหยั่งเชิง
สีหน้านิ่งขรึมที่หยู่เหวินเห้าจงใจสร้างขึ้นพังทลายลงมาทันที เงยหน้าขึ้นมาอย่างกะทันหัน เอ่ยสาบานต่อสวรรค์ว่า “ครั้งนี้ไม่เกี่ยวข้องกับข้าเลยสักนิด ข้าไม่เคยแม้แต่จะแตะต้องนางด้วยซ้ำ เด็กในท้องของนางไม่ใช่ลูกของข้า”
หยวนชิงหลิงเทน้ำชาอย่างเอื่อยเฉื่อยใจเย็น “อืม นางคนนี้ เป็นใครกัน ”
“นางคนบ้าฉู่หมิงหยาง ”หยู่เหวินเห้าเอ่ยพลางกัดฟันว่า “นางบอกว่าข้ากับนางนัดเจอกันตามลำพัง ทำให้นางท้องป่องขึ้นมา ข้าเคยแตะต้องนางที่ไหนกัน เห็นนางแล้วยังรู้สึกท้องไส้ปั่นป่วนเลย”
หยวนชิงหลิงเทน้ำชาให้เขาแก้วหนึ่ง “ถ้าอย่างนั้น นางใส่ร้ายท่านหรือ”
หยู่เหวินเห้ายกน้ำชาขึ้นมาจิบไปคำหนึ่ง ใจสั่นอย่างรุนแรง “นี่…… ดูแล้วก็เหมือนจะเป็นการโกหก พูดอย่างมั่นใจมาก ยังบอกว่าข้าทรยศนางอย่างเศร้าเสียใจยิ่งนัก ”
“เช่นนั้นก็น่าประหลาดใจจริงๆ”หยวนชิงหลิงก็นิ่งงันไปเล็กน้อย
“เจ้าเชื่อข้าหรือไม่”หยู่เหวินเห้าดึงอารมณ์กลับมา รู้สึกกระวนกระวายใจอยู่บ้างเล็กน้อย “เจ้าอย่าเข้าใจผิดเด็ดขาด ข้าไม่เคยทำเช่นนั้น ”
หยวนชิงหลิงพูดยิ้มๆว่า “อย่าโง่นักเลย ข้าจะไปเชื่อคำพูดที่ไม่มีมูลความจริงเหล่านั้นได้อย่างไร ข้ารังเกียจพวกผู้หญิงเหล่านั้นที่มาติดพันท่านที่สุด ท่านถึงกับตัดเยื่อใยพวกนางด้วยซ้ำไยต้องหาเรื่องใส่ตัวด้วย ต้องมีเจตนาอื่นแอบแฝงแน่ ต้องตรวจสอบดีๆ”
หยู่เหวินเห้าผ่อนลมหายใจเฮือกใหญ่ กอดนางเอาไว้ทันที เอ่ยอย่างซาบซึ้งใจว่า “ยายหยวน เจ้าช่างเข้าใจข้าได้ลึกซึ้งจริงๆ”
หยวนชิงหลิงเอาศีรษะเกยไว้บนไหล่ของเขา ยิ้มบางๆ พูดเบาๆว่า “พวกท่านอยู่ด้วยกันนานแค่ไหนแล้ว”
เขารีบผลักตัวนางออกทันที ดวงตาเบิกกว้าง
หยวนชิงหลิงดวงตาโค้งขึ้น “ล้อเล่นเท่านั้น อย่าจริงจัง”
จากนั้นก็ยื่นมือออกไปกอดเขาเอาไว้เอง “รู้ว่าท่านก็ลำบากใจ ข้าเชื่อท่าน เชื่อท่านแน่ แม้จะมีอะไรกับนางจริงๆ ก็คงเป็นนางที่ยั่วยวนท่านใช่หรือไม่”
หยู่เหวินเห้าแทบจะกระอักเลือดอยู่แล้ว
อธิบายอย่างนี้ อธิบายอย่างนั้น ไม่ง่ายเลยกว่าจะทำให้หยวนชิงหลิงไม่ใช้น้ำเสียงที่ดูกลับตาลปัตรในการพูดจา พูดคุยวิเคราะห์เรื่องนี้อย่างจริงจังเป็นทางการขึ้นมา
“เป็นไปได้หรือไม่ว่าเป็นหงเย่”
“เป็นเขาแน่ๆ วันนี้เจ้าไม่ได้ยิน เขาบอกว่าได้เตรียมของขวัญชิ้นใหญ่ไว้ให้ข้า ”หยู่เหวินเห้าพูดถึงคนคนนี้ขึ้นมาก็ต้องกัดฟัน