ตอนที่ 1612
บทที่ 1612 สร้างชื่อ
October 21, 2026
บทที่ 1612 สร้างชื่อ
…………….
บทที่ 1612 สร้างชื่อ
บนทุ่งหญ้ากว้างขวางใต้ฟ้าสีคราม ฝูงอาชาเกล็ดทองที่ตัวใหญ่ราวขุนเขา แผงคอสีทอง กีบเท้าดั่งเหล็กกระแทกพื้นอย่างบ้าคลั่ง ให้เสียงเหมือนฟ้าลั่นสะท้านไปทั่วฟ้าดิน
อาชาเกล็ดทองเป็นอสูรดึกดำบรรพ์ประเภทหนึ่ง สามารถเรียกได้อีกชื่อว่าอาชามังกร รวดเร็วดั่งสายลม สามารถข้ามมิติฝ่าดวงดาวได้ มีนิสัยดุร้าย ดูดกินวิญญาณของผู้อื่น
อาชาเกล็ดทองฝูงนี้มีจำนวนกว่าร้อยตัว โดยมีราชาอาชาเกล็ดทองด้านหน้าเป็นผู้นำ พวกมันควบผ่านทุ่งหญ้า ฝ่าสายลมเสียงหวีดหวิวด้วยความรวดเร็ว ผู้เข้าร่วมทั้งหลายที่ต้องเผชิญหน้ากับพวกมันล้วนหลบเลี่ยง ไม่กล้าต่อสู้กับฝูงม้าฝูงนี้
อสูรร้ายกลุ่มนี้มีฝีมือทัดเทียมขอบเขตเทวารู้แจ้งโลกา แต่ราชาอาชาเกล็ดทองย่อมมีพลังสูงกว่า
ไม่เพียงแต่มันจะมีพลังอยู่ขอบเขตเทวารู้แจ้งวิญญาณ แต่ยังถือเป็นยอดฝีมือในขอบเขตอีกด้วย หลายวันที่ผ่านมามีหลายคนอยากลองของ แต่สุดท้ายก็ล้มเหลว บ้างก็ถูกตัดสิทธิ์ออกจากการชุมนุมล่าดารา ตอนนี้ยังไม่มีใครเอาชนะมันได้สำเร็จ
แสดงให้เห็นว่าราชาอาชาเกล็ดทองมีพลังขนาดไหน ไม่ใช่สิ่งที่อสูรซึ่งอยู่ขอบเขตเทวารู้แจ้งวิญญาณจะเทียบได้
ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงบางอย่าง ปราณกระบี่จ้ากระจ่างซัดลงจากฟ้า มันมีความยาวมากถึงหกสิบลี้ และเต็มไปด้วยเจตจำนงกระบี่ เหมือนมหาสมุทรสาดซัดลงมาบดบังหนทางด้านหน้าของอาชาเกล็ดทองไว้
ฝูงม้าแตกฮือทันใด ราชาอาชาเกล็ดทองที่นำอยู่ด้านหน้าร้องฮี้เสียงยาวออกมา แต่ก็ไม่หยุดฝีเท้าแล้วใช้กีบเท้าทำลายห้วงอากาศ รุดหน้าเข้าโจมตีร่างสูงนั้น
หลายวันที่ผ่านมานี้ มันก็ใช้วิธีป่าเถื่อนเช่นนี้ในการกำจัดเทวารู้แจ้งวิญญาณกว่ายี่สิบคน ครั้งนี้มันก็มั่นใจว่าจะสามารถจัดการศัตรูตรงหน้าได้เช่นกัน
ที่น่ารำคาญใจคือ ทุกครั้งที่ทำสำเร็จ มันก็ไม่อาจกลืนวิญญาณของคนพวกนั้นได้ ทำให้มันโจมตีด้วยความโกรธเกรี้ยว ความโจมตียิ่งทวีความรุนแรง
“สวรรค์! มีคนรนหาที่ตาย หมายล่าอสูรดุร้ายนั่นด้วย!”
“ดูท่าจะมีหัวหน้ากลุ่มถูกตัดสิทธิ์ออกไปอีกแล้วสินะวันนี้…”
ผู้เข้าแข่งขันบางคนที่อยู่ไกลสังเกตเห็น ได้แต่เบิกตากว้างตกใจ ไม่ก็ยินดีในความโชคร้ายของผู้อื่น
ฟ่าว!
แต่ว่าจังหวะนั้นเอง ลำแสงอันเย็นเยือกก็ปรากฏขึ้นสู่สายตา มันส่องสว่างกระจ่างแจ้ง สว่างจ้าจนแสบตาไปหมด
พริบตาเดียวมันก็หายไป
จากนั้นทุกคนก็เห็นว่าร่างสูงยังคงยืนอยู่ที่เดิม ส่วนราชาอาชาเกล็ดทองนั้นวิ่งผ่านเขาไปแล้ว
มันคำรามเสียงออกมาแล้วพุ่งเข้าใส่อย่างบ้าคลั่งอีกครั้ง
หรือเขาจะหลบได้?
ทุกคนตกตะลึง แต่จังหวะนั้นเองก็ต้องเบิกตาโพลงสีหน้าแข็งค้าง
เพราะเห็นว่ากีบเท้าของราชาอาชาเกล็ดทองถูกเฉือนออกจนโลหิตพุ่ง มันร่วงลงกับพื้นเสียงดังจนเกิดหลุมใหญ่ที่พื้น
ฮี้!
มันคำรามเสียงร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด แต่ก็ยังพยายามจะยืนขึ้น
ฉัวะ!
จังหวะนั้นเอง คนงามผู้หนึ่งก็ปรากฏตัว ก่อนจะซัดกระบี่ลงมา ฟันศีรษะราชาอาชาเกล็ดทองสะบั้นในกระบี่เดียว เลือดสาดกระเซ็น มันสิ้นใจตายทันที
ฉูด! ฉูด!
เลือดยังคงพุ่งออกมาจากร่างราชาอาชาเกล็ดทองไม่หยุดจนย้อมฟ้าเป็นสีแดง เมื่ออาชาเกล็ดทองตัวอื่น ๆ เห็นดังนั้นก็พากันแตกตื่น ส่งเสียงฮี้เศร้าโศกออกมาแล้วหนีกระจัดกระจายกันไป
คนที่ยืนสังเกตการณ์อยู่ไกล ๆ ได้แต่นิ่งไม่อยากเชื่อสายตา
แค่กระบี่เดียวก็สามารถฟันขาราชาอาชาเกล็ดทองขาด ทำให้มันไม่อาจต่อสู้ได้แล้วหรือ!?
นอกจากกวนหงอวี่ เสวียนท่าจื่อ อี้สวิน และคนอื่น ๆ อีกไม่เท่าไหร่แล้ว จะมีหัวหน้ากลุ่มคนไหนที่สามารถทำเช่นนี้ได้อีก?
เขาเป็นใครกัน?
หรือจะเป็นยอดฝีมือจากกองกำลังใหญ่สักแห่ง?
ทุกคนจึงจับตามองอย่างใกล้ชิด แต่ก็เห็นเพียงว่าร่างสูงจากไปพร้อมกับหญิงสาวอย่างรวดเร็ว แวบเดียวก็หายไปไม่เหลือร่องรอย
พอเห็นดังนี้ก็เกิดเสียงอื้ออึงขึ้นมาทันใด พากันพูดคุยไม่หยุด
“คนผู้นั้นเป็นใครกัน? มีเต๋าแห่งกระบี่น่าเกรงขามยิ่ง”
“ข้าก็ไม่เคยเห็นหรือเคยได้ยินเรื่องเขามาก่อน แต่ข้าจำหญิงสาวคนนั้นได้ ตอนช่วงลงชื่อเข้าร่วมการชุมนุม ข้อมูลบอกว่านางมาจากนิกายศักดิ์สิทธิ์ทุคตินีลโลหิต มีนามว่าเถี่ยอวิ๋นผิง”
“นิกายศักดิ์สิทธิ์ทุคตินีลโลหิต? เถี่ยอวิ๋นผิง? เป็นใครกัน?”
“ไปสืบมา! รีบไปสืบมา! ฝีมือเช่นนั้นกลับปิดบังตัวตนเสียเงียบเชียบ! หากเราไปทะเลาะกับเขาเข้าคงได้พบความพินาศ!”
…