ตอนที่ 1631
บทที่ 1631 ไม่ให้ความเคารพผู้อาวุโส
October 21, 2026
บทที่ 1631 ไม่ให้ความเคารพผู้อาวุโส
…………….
บทที่ 1631 ไม่ให้ความเคารพผู้อาวุโส
เมื่อเห็นเสวียนท่าจื่อแสดงสีหน้าเช่นนี้ เสี่ยวหลัวหลั่วทราบเช่นกันว่าการที่สามารถทำให้อีกฝ่ายเอ่ยคำเช่นนั้นได้มีขีดจำกัดอยู่ นางไม่สามารถขออะไรมากไปกว่านี้ได้แล้ว
นางกัดฟันทันทีแล้วตอบตกลง “ก็ได้ ถ้างั้นตกลงตามนี้!”
“ท่านพี่ ท่าน… ไม่สนความเป็นความตายของข้าเลยหรือ?” เสี่ยวเทียนหลงตะโกนขณะเอ่ยคำด้วยน้ำเสียงเกรี้ยวกราด
เพียะ!
เสี่ยวหลัวหลั่วอดไม่ได้ที่จะตบหน้าอีกฝ่ายอย่างแรงแล้วต่อว่า “หุบปาก! ดูซิว่าตอนนี้เจ้าเป็นยังไง!”
แก้มของเสี่ยวเทียนหลงแดงช้ำจากแรงตบ ทำเอาศีรษะมึนงงเล็กน้อย แต่เขาได้สติกลับคืนมาก่อนจะตระหนักได้ว่าพี่จะไม่มีทางนิ่งเฉยอย่างแน่นอน
“ทุกท่าน หากสนใจที่จะจัดการกับเจ้าคนที่ชื่อเฉินสวิน พวกท่านสามารถร่วมมือกับพวกข้าตระกูลต้าอี้ได้”
เสียงหนึ่งพลันดังขึ้นในบริเวณใกล้เคียง สิ้นเสียงดังกล่าว คุณชายรองแห่งตระกูลต้าอี้นามอี้สวินกับนายน้อยสาม อี้เทียนก็ปรากฏต่อหน้าทุกคน
เสี่ยวเทียนหลงตกตะลึงเมื่อเห็นเช่นนี้ก่อนจะรู้สึกปลาบปลื้มอยู่ภายใน เมื่อเขากำลังจะเปิดปากตอบตกลงก็ถูกสายตาเย็นชาของเสวียนท่าจื่อจับจ้องมา เขาหวาดกลัวจนต้องกลืนคำพูดดังกล่าวกลับลงท้องไป
“ขออภัย ข้ายังไม่มีความคิดเช่นนั้น” เสวียนท่าจื่อเอ่ยคำอย่างสงบขณะปฏิเสธตามตรง
อี้สวินยิ้มอย่างเฉยชา ก่อนจะพยักหน้าแล้วเอ่ยคำ “ถ้าเช่นนั้น ข้าก็จะไม่บังคับ” ว่าจบก็หันหลังจากไปพร้อมกับอี้เทียนผู้เป็นน้องชาย
“ท่านพี่ ครั้งนี้เด็กคนนั้นล่วงเกินตระกูลต้าอี้ ทำไมพวกเราไม่ผนึกกำลังกับพวกเขาเพื่อกำจัดอีกฝ่ายไปเลยล่ะ?” เสี่ยวเทียนหลงสับสน แต่ก็ไม่กล้าถามกับเสวียนท่าจื่อตรง ๆ
“พวกเราแค่จะจัดการกับเฉินสวิน พวกเรา อารามเต๋าสัจวิญญาณ จำเป็นต้องผนึกกำลังกับตระกูลต้าอี้หรือ?” ร่างของเสวียนท่าจื่อราบเรียบ ถึงกระนั้นก็มีสีหน้าเย่อหยิ่ง
“ใช่แล้ว ใช่แล้ว” เสี่ยวเทียนหลงรีบยิ้มอย่างขออภัย
“ศิษย์น้องเสี่ยว ไปเถอะ ไปพบผู้อาวุโสของนิกายกัน” เสวียนท่าจื่อเมินเสี่ยวเทียนหลงก่อนจะเดินนำออกไป
“บัดซบ! จะโกรธอะไรนักหนา!” เสี่ยวเทียนหลงพึมพำอยู่ในใจขณะใบหน้าแปรเปลี่ยนเป็นโกรธเกรี้ยวและซีดเผือด ก่อนจะตามอีกฝ่ายด้วยความสิ้นหวัง
…
เฉินซียืนเอามือไพล่หลังอยู่ในทุ่งกว้าง เมื่อเห็นอันดับการล่า เขาอดไม่ได้ที่จะรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย จากนั้นจึงหัวเราะออกมา
ด้านหนึ่ง เขามีความสุขกับเถี่ยอวิ๋นผิง ส่วนอีกด้าน มันเป็นเพราะหลังจากนางได้อันดับหนึ่งแล้ว เขาก็ไม่จำเป็นต้องหาโอกาสเพื่อให้ได้พบกับจักรพรรดินีอวี้เชออีกต่อไป
นี่คือสิ่งที่ทำให้เฉินซีมีความสุขอย่างแท้จริง
“อันดับหนึ่ง… ข้าได้อันดับหนึ่งในการชุมนุมล่าดารา… ระระระ… หรือว่านี่คือความฝัน?”
เถี่ยอวิ๋นผิงตื่นเต้นจนถึงขั้นพูดติดอ่าง ทั้งร่างสั่นไหวเล็กน้อย นางมองอันดับการล่าราวกับไม่อยากเชื่อตาตัวเอง
เฉินซีอดไม่ได้ที่จะรู้สึกประหลาดใจ เขาไม่คาดคิดว่าการตอบสนองของสาวน้อยจะมากมายถึงเพียงนี้
ความจริง หากลองมาคิดดูแล้ว เขามุ่งหน้ามาตลอดทางนับตั้งแต่ราชวงศ์ซ่ง สมรภูมิบรรพกาล แดนภวังค์ทมิฬ ภพเซียน สำนักศึกษาจักรพรรดิเต๋า… ในระหว่างนั้น เขาได้อันดับหนึ่งมาหลายครั้งจนคุ้นเคยกับเรื่องเช่นนี้เป็นอย่างดี จึงเป็นไปไม่ได้ที่ตนจะมีความตื่นเต้นเท่ากับเถี่ยอวิ๋นผิง
“ผู้อาวุโส ขอบคุณ… ขอบคุณสำหรับเรื่องในครั้งนี้!” ขณะเถี่ยอวิ๋นผิงเอ่ยคำ น้ำเสียงของนางก็ติดขัดขณะน้ำตาเอ่อล้นในดวงตา
เฉินซีตกตะลึง ก่อนจะตบบ่าอีกฝ่าย “นี่เป็นสิ่งที่เจ้าสมควรได้รับ หนทางข้างหน้ายังอีกยาวไกล ดังนั้นอย่าหย่อนยานเป็นอันขาด”
เถี่ยอวิ๋นผิงสูดหายใจ จากนั้นพยักหน้าอย่างหนักแน่น “ขอบคุณผู้อาวุโสที่ให้การชี้แนะ”
ชี้แนะหรือ?
เฉินซีอดไม่ได้ที่จะยิ้มขมขื่น สาวน้อยคนนี้คล้ายกับให้เกียรติเขามากเกินไป ซึ่งมันไม่ใช่เรื่องที่ดีเอาเสียเลย
…
ฟ่าวว!
ในท้องนภา อันดับการล่าวูบไหวก่อนจะหายไปอย่างเงียบงันประหนึ่งระลอกคลื่น
หลังจากนั้น พลังแปลกประหลาดก็เคลื่อนลงสู่พื้นที่การล่านี้ก่อนจะปกคลุมศิษย์ทุกคน
เปรี๊ยะ เปรี๊ยะ เปรี๊ยะ!
อึดใจต่อมา แผ่นเทวะที่ศิษย์ทั้งหลาย รวมถึงเฉินซีพกเอาไว้ต่างระเบิดก่อนจะกลายเป็นคลื่นพลังมิติ ห่อหุ้มพวกเขาเอาไว้แล้วพาออกจากพื้นที่การล่า
ในตอนนี้ การชุมนุมล่าดาราซึ่งกินเวลามาสองเดือนก็สิ้นสุดลง
ทุกคนทราบว่าคงใช้เวลาไม่นานก่อนทุกสิ่งเกี่ยวกับเฉินซีกับเถี่ยอวิ๋นผิงจะแพร่งพรายออกไปประหนึ่งพายุหมุนทั่วเอกภพมสิหิม ทำให้เกิดความฮือฮาทั่วหล้าจนกลายเป็นที่รู้จักแก่ผู้คนทั้งหลาย
…
ตำหนักเมฆาวารี