ตอนที่ 1636
บทที่ 1636 จองหองเกินใคร ................
October 21, 2026
บทที่ 1636 จองหองเกินใคร
…………….
บทที่ 1636 จองหองเกินใคร
จักรพรรดินีอวี้เชอขมวดคิ้วมุ่น ดูไม่พอใจอยู่เล็กน้อย
ก่อนจักรพรรดินีอวี้เชอจะทันตอบสนองอะไร ศิษย์ผู้นั้นก็ไม่อาจยับยั้งตนอยู่ กล่าวขึ้นว่า “สหายเต๋า เจ้าเป็นคนตั้งกฎงั้นหรือ? ที่นี่คือเอกภพมสิหิม ไม่ใช่เอกภพขั้วทักษิณา” คือชายหนุ่มในชุดสีม่วงหรูหราที่เอ่ยคำขึ้นมา ด้วยทนเห็นท่าทางเย่อหยิ่งของสวินหยางผิงไม่ไหว
จะให้พูดก็คือ ที่เขาว่ามาก็ไม่ใช่เรื่องเกินไป แต่มุมปากสวินหยางผิงกลับเผยรอยยิ้มเยือกเย็น และฟันขาวให้เห็น
“หากไม่พอใจ เช่นนั้นก็ขึ้นมาสู้กันสิ แต่ถ้าไม่กล้าก็หุบปากเงียบไป อย่าทำพูดมากเหมือนสตรี!” มันเป็นคำพูดที่จองหองยิ่ง อีกทั้งยังทำให้ผู้บ่มเพาะสตรีจำนวนมากรู้สึกโกรธ จักรพรรดินีอวี้เชอเองก็กระทบเช่นกัน
เห็นได้ชัดถึงความหัวแข็งของสวินหยางผิง
ใบหน้าชายหนุ่มในชุดคลุมสีม่วงหรูหราพลันขึ้นสีแดงก่ำ เอ่ยเสียงเย็นยะเยือก “ข้ามีมารยาทไม่เหมือนบางคน และข้าไม่ขอแหกกฎเกณฑ์ใด”
“กฎเกณฑ์? มารยาทหรือ? ขออภัยด้วย คุณชายผู้นี้ไม่เชื่อสักอย่าง ข้าเชื่อแค่พลังของตนเองเท่านั้น!” สวินหยางผิงตะโกนลั่น อักขระรูปสายฟ้าสีทองลอยขึ้นมาทั่วร่าง ทำเอาห้วงอากาศเบื้องหน้าบิดเบี้ยวแตกกระจาย
พูดจบเขาก็ทำมือเอื้อมจับ
ครืน!
แสงศักดิ์สิทธิ์ แสงสายฟ้าพลุ่งพล่าน และพลังศักดิ์สิทธิ์ของเขาก็พุ่งออกมาราวกับวารีมหาสมุทร พลางคว้าข้อมืออีกฝ่ายไว้
กร๊อบ!
แขนชายหนุ่มถูกบิดจนหัก เลือดสาดกระเซ็นออกมาพร้อมกับเสียงร้องโหยหวน
ทุกคนในห้องโถงทั้งตกใจและเดือดดาล เจ้านี่มันชักจะมากเกินไปแล้ว กล้าโจมตีเพราะไม่เห็นด้วย ช่างไร้กฎเกณฑ์สิ้นดี!
และก็มีอีกหลายคนที่ตกตะลึงอยู่เช่นกัน ชายหนุ่มนั่นคือศิษย์นิกายจันทราโลหิต ได้อันดับที่ยี่สิบเจ็ด ในการชุมนุมล่าดารา ย่อมเป็นยอดฝีมือคนหนึ่งเช่นกัน แต่กลับไม่อาจต้านทานการโจมตีเดียวได้
เฉินซีหรี่ตาลง มีความประหลาดใจวาดผ่าน จากนั้นสีหน้าก็กลับคืนสู่ความปกติ
“ขยะเช่นเจ้าวิจารณ์คุณชายเช่นข้าได้หรือ?” สวินหยางผิงฉีกยิ้มกว้าง และไม่คิดหยุดมือ ทันใดนั้นเขาก็โบกมือแล้วตบมันลงกับพื้น
หากโจมตีโดน คงได้แยกศีรษะชายคนนี้เป็นแน่!
“พอแล้ว!” จังหวะนั้นเองที่จักรพรรดินีอวี้เชอกล่าวสองคำออกมาเสียงเย็น ชั่วลมหายใจนั้น แสงสีเขียวเส้นหนึ่งก็ส่องระยับแล้วทำลายการโจมตีของสวินหยางผิงลง
“ฮ่า ๆ! จักรพรรดินีไม่ชอบใจที่ข้าโหดเหี้ยมเกินไปหรือ?” สวินหยางผิงยังคงมีทีท่าไม่สนใคร พูดไปก็ยิ้มไป
คนอื่นได้ยินเช่นนั้นก็ยิ่งโกรธ คนผู้นี้หยิ่งผยองจองหองเกินไปแล้ว!
“ชิงหนู จักรพรรดิโกวเฉินขอให้เจ้าดูแลคุณชายสิบสามของเขาเช่นนี้หรือ?” จักรพรรดินีอวี้เชอเมินสวินหยางผิง สายตาเย็นชาเคลื่อนไปหาชายชราข้างกายอีกฝ่าย
“ข้ามีหน้าที่รับผิดชอบเพียงความปลอดภัยของคุณชายสิบสาม เรื่องอื่นข้าไม่อาจยุ่ง” ตอนนี้ร่างชายชรายังหลังค่อมอยู่ ใบหน้าแก่เฒ่าเต็มไปด้วยรอยเหี่ยวย่นไม่แสดงอารมณ์ใด ทั้งยังเอ่ยน้ำเสียงอ่อนแรงออกมาอีก
แต่ก็เห็นได้ชัดว่าในเมื่อจักรพรรดินีอวี้เชอรู้ตัวตนของเขา ชายชราผู้นี้ย่อมไม่ใช่คนธรรมดา
คำตอบนี้ทำให้จักรพรรดินีอวี้เชอมุ่นคิ้วอีกครั้ง ครั้งนี้เริ่มรู้สึกไม่พอใจขึ้นมาแล้ว
“จักรพรรดินี มันก็แค่การประมือกัน หากสหายเต๋าทั้งหลายที่นี่ยอมรับว่ามีฝีมือด้อยกว่าข้า เช่นนั้นข้าก็ไม่มีอะไรจะพูด ก็จะออกไปทันที อีกทั้งยังจะไม่เหยียบเข้าเอกภพมสิหิมอีก คิดว่าอย่างไรเล่า?” สวินหยางผิงสองมือไพล่หลัง เอ่ยด้วยน้ำเสียงเย่อหยิ่ง แผ่กลิ่นอายสูงส่งออกมา
แค่ประโยคนี้ประโยคเดียวก็ทำเอาคนรอบข้างโกรธเป็นฟืนไฟ คนผู้นี้ไม่ใช่แค่มาด้วยเจตนาไม่ดี แต่ยังมาเพื่อดูแคลนพวกเขาชัด ๆ!
กระทั่งเฉินซียังต้องถอนหายใจ เจ้านี่หยิ่งผยองเกินไป แต่เขามีความสามารถให้ทำเช่นนั้นได้ เพราะบิดาคือจักรพรรดิโกวเฉิน ส่วนตัวเขาเองก็มีพลังไม่เลวเช่นกัน อีกทั้งยังมีข้ารับใช้ฝีมือดีอยู่ข้างกาย หากใครกล้าทำอะไร คงได้ตายไปหลายพันครั้งแล้ว
“จักรพรรดินี ข้าเต็มใจต่อสู้กับสหายเต๋าจากเอกภพขั้วทักษิณา!”
“ถึงข้าจะไม่ใช่ผู้ที่เก่งกาจที่สุด แต่ก็ไม่กลัวการต่อสู้”
“ฮึ่ม! กล้าดีนัก! เจ้ากล้าดูถูกสหายเต๋าแห่งเอกภพมสิหิมข้าหรือ? เราไม่ยอมให้เจ้าสบประมาทพวกเราเช่นนั้นได้หรอก!”
พริบตานั้น ในห้องโถงก็เกิดเสียงอื้ออึง ศิษย์ทั้งหลายต่างลุกขึ้นยืนด้วยความโกรธ หมายจะท้าประลองกับสวินหยางผิง
“ฮ่า ๆ! พวกเจ้าส่วนมากไม่คณนามือข้าหรอก ข้าไม่อยากรังแกคนอ่อนแอกว่า” เห็นดังนั้นสวินหยางผิงก็ยืนกอดอก ไม่เพียงแต่ไม่ประหลาดใจ แต่ยังหัวเราะเยาะด้วยความเหยียดหยามเสียด้วย
ตอนนี้กระทั่งยอดฝีมือยังมีใบหน้าเคร่งขรึม เด็กผู้นี้จองหองพองหนเกินเหตุ! “ช่างเถอะ ในเมื่อพวกเจ้ายืนกราน ก็เอาตามนั้น” จักรพรรดินีอวี้เชอรู้ว่าทำอย่างไรก็คงหยุดสถานการณ์ตอนนี้ไม่ได้ ดังนั้นจึงได้แต่โบกมือไป
พื้นดินอันว่างเปล่าโผล่ออกมาที่ใจกลางห้องโถงทันใด จักรพรรดินีอวี้เชอเป็นคนวางข้อจำกัดศักดิ์สิทธิ์นี้เองเพื่อสร้างสนามต่อสู้ ไม่ให้ไปรบกวนพื้นที่ด้านนอก
สวินหยางผิงหัวเราะชอบใจทันที จากนั้นแวบร่างขึ้นสนามไป อักขระสีทองรูปร่างคล้ายสายฟ้าฟาดส่องแสงศักดิ์สิทธิ์ออกมา ทำให้กลิ่นอายดุดันยิ่งทรงพลังขึ้น
“ข้าจะประมือกับเจ้าเอง!” ชายคนหนึ่งยับยั้งทนไม่ไหว แวบร่างขึ้นมาเช่นกัน
สวินหยางผิงมีร่างสูง สายตาดุดันดั่งสายฟ้าฟาด หันมองคนผู้นั้นแล้วเอ่ยด้วยเสียงรังเกียจ “ขยะมันรับการโจมตีเดียวของข้ายังไม่ไหว เจ้าไม่มีคุณสมบัติต่อสู้กับข้าหรอก!”