ตอนที่ 1651
บทที่ 1651 เนตรโลหิตแปรเต๋า
October 21, 2026
บทที่ 1651 เนตรโลหิตแปรเต๋า
………………..
บทที่ 1651 เนตรโลหิตแปรเต๋า
การถูกจู่โจมกะทันหันนั้นทำให้เฉินซีใช้การกระทำอันปลอดภัยที่สุดตามสัญชาตญาณ นั่นคือหลบ
ทว่าเมื่อสังเกตพบว่าเป้าหมายของบุคคลนี้ แท้จริงคือฉกชิงสมุนไพรศักดิ์สิทธิ์ที่ตนกำลังจะเก็บ สีหน้าของเฉินซีก็ง้ำงอลงทันที
ฟิ่ว!
เฉินซีสะบัดมือเบา ๆ ปราณกระบี่สายหนึ่งฟาดออกไป
เปรี้ยง!
แสงศักดิ์สิทธิ์พุ่งสู่บริเวณใกล้เคียง ขณะที่แส้สีเขียวเข้มพลันสั่นสะท้าน ถูกฟาดกระเด็นกลับไป
จากนั้น เฉินซีก็ฉวยสมุนไพรศักดิ์สิทธิ์คืนมา
“เอ๋? เจ้ากล้าตอบโต้ด้วยหรือ?” เสียงประหลาดใจดังขึ้นแว่วมา แล้วคนผู้หนึ่งก็ปรากฏขึ้น
เขาเป็นชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ดุจขุนเขา ในมือถือแส้สีเขียวเข้ม ผิวกายดูประหนึ่งก่อจากศิลา เต็มไปด้วยรัศมีศักดิ์สิทธิ์สีทองเรืองรอง เมื่อมองมาจากไกล ๆ คนผู้นี้ก็ดูเหมือนภูเขาศักดิ์สิทธิ์อันโอ่อ่ายิ่งใหญ่นัก
เฉินซีเกือบคิดว่าตนได้ยินผิดไป เจ้านี่พยายามชิงของของข้าอย่างใจกล้าหน้าไม่อาย โอหังเสียไม่มี
เฉินซีอดเลิกคิ้วมิได้ “เจ้าแน่ใจนะว่าพูดกับข้าอยู่?”
ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่กล่าวอย่างไม่พอใจ “พูดจาเหลวไหล! ที่นี่มีใครอีกนอกจากเจ้า? รีบส่งสมุนไพรศักดิ์สิทธิ์นั่นมาเสีย ไม่เช่นนั้น ข้าจะฆ่าเจ้าแน่”
เฉินซีเริ่มแสยะยิ้มด้วยโทสะสุดขีด “งั้นขอข้าดูหน่อยว่าเจ้าจะฆ่าข้าเช่นไร!”
เปรี้ยง!
เฉินซีไม่คิดออมมืออีก เขาฟาดฝ่ามือออกไป แปรเปลี่ยนเป็นหนึ่งฝ่ามือปรกสวรรค์ เต็มไปด้วยรัศมีศักดิ์สิทธิ์เรืองรอง มันกระทั่งบดขยี้มิติระหว่างทางเป็นเสี่ยง ๆ เผยอำนาจไร้เทียมทาน
“วอนตาย!” ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ระเบิดโทสะ เสียงเปรี้ยงปะทุลั่นขณะที่ออกแรงฟาดแส้สีเขียวเข้มลง
แส้สีเขียวเข้มนี้เห็นได้ชัดว่าไม่ใช่สมบัติธรรมดา มันสลักอักขระเต๋าอันคลุมเครือไว้มากมาย และแม้จะไม่ใช่สมบัติวิญญาณธรรมชาติ อย่างน้อยมันก็มีอำนาจพอ ๆ กับสมบัติศักดิ์สิทธิ์ขั้นกลางระดับหก
เมื่อรวมกับการบ่มเพาะอันไม่ธรรมดาของคนผู้นี้ มันก็ฟาดลงด้วยอำนาจยิ่งใหญ่ชวนผวา ดูประหนึ่งจะฟาดฟ้าดินให้กลายเป็นซากพินาศทอดยาว
ทว่าการโจมตีเช่นนี้มิเพียงไม่อาจต้านอำนาจฝ่ามือของเฉินซีได้ แส้นั้นกระทั่งถูกฟาดพังทลายไปทีละน้อย แสงศักดิ์สิทธิ์กร่อนสลาย สั่นสะท้านรุนแรงดุจซากอสรพิษกระตุกเกร็ง
“เจ้า…. หรือเจ้าจะเป็นมหาเทวาวิญญาณผู้หนึ่ง? เป็นไปได้อย่างไร!?” ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ร้องลั่น เขาพลันคิดถอยหนี
ทว่าก็สายไปเสียแล้ว ฝ่ามือมโหฬารนั้นฟาดตามลงมาติด ๆ ทำให้ดูเหมือนคางคกถูกตบกระเด็น ส่งเสียงร้องโหยหวนขณะที่ร่างกระแทกอย่างรุนแรงลงสู่พื้น ทำให้โลหิตกระเซ็นสายจากจมูกและปาก บริเวณรอบข้างรัศมีพันลี้แหลกสลายเป็นผงจากแรงกระแทกหลังการพุ่งชนนี้
สิ่งนี้แสดงให้เห็นชัดเจนว่าฝ่ามือของเฉินซีน่าสะพรึงกลัวเพียงไร มันไม่เพียงบดขยี้แส้สีเขียวเข้มลงทันที กระทั่งชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ยังไม่อาจฝืนการโจมตีนี้ได้!
“ฝีมือแค่นี้ ยังกล้าปล้นฆ่าผู้อื่นอีกหรือ?” เฉินซีก้าวเข้ามา ขณะที่ดวงตาเย็นชาเปี่ยมความเดียดฉันท์
“สารเลว!” ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่แผดเสียงอย่างเดือดดาล เด้งตัวลุกขึ้นเฉียบพลัน แต่แทนที่จะจู่โจมเฉินซี เขากลับแผดเสียงสนั่นขึ้นแทน “ทุกท่าน ยังไม่เผยตัวมากำจัดเจ้าเด็กนี่อีกหรือ?”
พรึ่บ! พรึ่บ! พรึ่บ!
ไม่ทันขาดคำ คลื่นอำนาจร้ายกาจพลันพุ่งขึ้นจากระยะไกล แล้วบุคคลมากมายก็ปรากฏขึ้นตาม ๆ กัน
พวกเขามีทั้งสิ้นแปดคน ผู้นำเป็นชายหนุ่มในชุดหลากสีผู้หนึ่ง เขามีรูปลักษณ์หล่อเหลา ดูเย็นชาทะนงตน ที่หว่างคิ้วมีหนึ่งดวงตาตั้งขวาง เป็นสีแดงเลือดดูผิดมนุษย์ เต็มไปด้วยประกายวาวโรจน์ แผ่บรรยากาศเย็นชาชั่วร้าย
เห็นได้ชัดว่าคนผู้นี้เป็นมหาเทวาวิญญาณผู้หนึ่ง เพราะบรรยากาศของเขาแข็งแกร่งเกินผู้ใดข้างกาย เผยปราณไร้เทียมทานเพียงยืนเฉย
“ที่แท้ก็มีผู้ช่วย มิน่าเล่าจึงกล้ากระทำตัวหยิ่งผยอง” เฉินซีหรี่ตา แต่ไม่ได้ลงมือบุ่มบ่าม
เมื่อสังเกตเห็นเช่นนี้ ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ก็ไหวกายไปอยู่ข้างชายหนุ่มในชุดหลากสีอย่างรวดเร็ว
เฉินซีทำเพียงมองอย่างสุขุม พอจะเดาได้แล้วว่าคนเหล่านี้ร่วมมือกัน และเมื่อเห็นว่าเขามาคนเดียวก็เพ่งจิตมุ่งร้ายมา
“สหายเต๋า เจ้าดูแข็งแกร่งไม่เลว และข้าก็ไม่อยากสร้างเรื่องให้ลำบากกัน ส่งสมุนไพรศักดิ์สิทธิ์นั่นคืนมา แล้วบางทีเราอาจเป็นมิตรร่วมทางในซากโบราณสถานรกร้างหมานกู่ด้วยกันได้” ชายหนุ่มในชุดหลากสีกล่าวช้า ๆ ด้วยน้ำเสียงแผ่วเบานุ่มนวล
“เป็นมิตร?” ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ไม่พอใจขึ้นมาทันที “สหายเต๋าเป่ยเหวิน หรือเจ้าไม่เห็นว่าเมื่อครู่ เจ้าเด็กนี่เกือบฆ่าข้าอยู่แล้ว?”
เป่ยเหวินกล่าวเสียงเรียบโดยไม่ชายตามองสักนิด “หลูเฟิง ยามเราจับมือเป็นพันธมิตรกัน เจ้าจำสิ่งที่ข้าพูดได้หรือไม่?”
“แน่นอนข้าจำได้” ชายร่างสูงใหญ่ซึ่งถูกเรียกว่าหลูเฟิงพยักหน้า เผยสีหน้างอง้ำ แต่ไม่ได้พูดอะไรออกมาอีก
เพราะยามจับมือเป็นพันธมิตรกัน พวกเขาตกลงกันว่าจะทำตามคำสั่งของเป่ยเหวินทุกอย่างในซากโบราณสถานรกร้างหมานกู่
ขณะเดียวกัน ยามนี้ ในที่สุดเฉินซีก็เดาตัวตนของชายหนุ่มในชุดหลากสีได้ เป่ยเหวิน ทายาทผู้หนึ่งจากตระกูลเป่ย กองกำลังยิ่งใหญ่ในเอกภพจักรวรรดิ และเป็นมหาเทวาวิญญาณซึ่งติดอันดับห้าสิบสามบนเทียบอันดับรู้แจ้งวิญญาณ!
เพราะความช่วยเหลือจากความสามารถหายากเป็นเอกลักษณ์นี้เอง จึงสามารถทะยานขึ้นผงาดในหมู่มหาเทวาวิญญาณ มีชื่อเสียงขจรไกล
“สหายเต๋า คิดเช่นไรกับเงื่อนไขนี้หรือ?” เป่ยเหวินเอ่ยขึ้นอีกครั้งด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลทว่าเฉยชา สายตาโอหังราวกำลังให้ทานเฉินซี