ตอนที่ 1655
บทที่ 1655 ข่าวลือเรื่องมารกระบี่
October 21, 2026
บทที่ 1655 ข่าวลือเรื่องมารกระบี่
………………..
บทที่ 1655 ข่าวลือเรื่องมารกระบี่
เมื่อเห็นเฉินซีเงียบ เชินถูเยียนหรานไม่รีบเร่งขณะช่วยอีกฝ่ายวิเคราะห์ด้วยน้ำเสียงอันแผ่วเบา
“เท่าที่ข้าทราบ น่าจะมีมหาเทวาวิญญาณไม่น้อยกว่าสามสิบคนที่เข้าสู่ซากโบราณสถานรกร้างหมานกู่ในครั้งนี้ มีสามคนที่อยู่สิบอันดับแรกของเทียบอันดับรู้แจ้งวิญญาณ หกคนอยู่ยี่สิบอันดับแรก สิบหกคนอยู่ห้าสิบอันดับแรก ส่วนคนที่เหลือซึ่งอยู่นอกห้าสิบอันดับแรกไม่ต้องไปสนใจ”
“ทางฝั่งพวกเรา นอกจากข้าแล้ว สองในสามเป็นมหาเทวาวิญญาณอยู่ยี่สิบอันดับแรก มีหนึ่งคนอยู่สามสิบอันดับแรก หากพวกเราร่วมมือกัน ต่อให้เผชิญหน้ากับลั่วฉ่าวหนงหรือเจียหนานก็ไม่จำเป็นต้องเกรงกลัวแต่อย่างใด”
น้ำเสียงของนางอ่อนหวานและก้องกังวานประหนึ่งกระแสน้ำ
“มีรากเต๋าบรรพชนขั้นจักรพรรดิระดับเก้าอยู่อันเดียว ต่อให้พวกเราร่วมมือกันจนสามารถชิงมาได้สำเร็จ แต่สุดท้ายแล้วจะแบ่งสมบัติชิ้นนี้อย่างไร?”
เฉินซีถามเสียงดัง ในเมื่อร่วมมือกัน เรื่องนี้ก็เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ดังนั้นเป็นการถามให้ชัดเจนจะเป็นการดีที่สุด
“สหายเต๋าอย่าได้กังวลเรื่องนี้ ใครก็ตามที่ชิงมาได้ก็ถือว่าเป็นของตน ส่วนคนอื่นก็จะไม่เข้ามาแย่งเป็นอันขาด ยามเผชิญหน้ากับกองกำลังอื่น พวกเราซึ่งเป็นพันธมิตรกลุ่มเดียวกันจะต้องร่วมมือกันอย่างแข็งขัน”
เฉินซีครุ่นคิดสักพักก่อนจะตอบตกลง หลังจากใคร่ครวญถ้วนถี่แล้ว เขาก็ได้ข้อสรุปว่านี่อาจจะเป็นหนทางที่ปลอดภัยที่สุด
ยิ่งกว่านั้น พวกเชินถูเยียนหรานผู้เป็นอัจฉริยะชั้นยอดจากเอกภพจักรวรรดิต้องทราบเกี่ยวกับสถานการณ์ในแดนรากบรรพกาลเป็นอย่างดี เห็นได้ชัดว่าการร่วมมือกับผู้อื่นไม่ใช่เรื่องแย่เสมอไป
แน่นอนว่านี่เป็นเพียงการสันนิษฐานของเฉินซีเพียงผู้เดียว ถึงอย่างไรเขาก็ไม่กล้าไปฝากความหวังกับผู้อื่น
“เอาละ เช่นนั้นข้าหวังว่าความร่วมมือของพวกเราจะประสบผลสำเร็จ” ดวงตาประหนึ่งดาราของเชินถูเยียนหรานทอประกายขณะเอ่ยคำ เห็นได้ชัดว่าพึงพอใจกับการตัดสินใจของเฉินซี
เฉินซียิ้มก่อนประสานมือ
…
กลิ่นอายความโกลาหลในซากโบราณสถานรกร้างหมานกู่ ไม่ว่าจะขุนเขาหรือธาราต่างให้บรรยากาศความเก่าแก่
แม้สถานที่นี้จะกว้างใหญ่ดูไร้ขอบเขต แต่กลับไม่พบสิ่งปลูกสร้างใด ฟ้าดินกว้างใหญ่เต็มไปด้วยปรากฏการณ์ธรรมชาติ มันถูกปกคลุมไปด้วยบรรยากาศยิ่งใหญ่ โอ่อ่าและรกร้าง
หลังจากผ่านไปหนึ่งก้านธูป
เฉินซีเงยหน้าขึ้นก่อนจะพบร่างยืนอยู่บนยอดเขาราวสิบคน
ในบรรดาคนเหล่านั้น ผู้ชายแก่กล้าสามารถ ผู้หญิงว่องไวงามงด บรรยากาศของพวกเขาล้วนพิเศษขณะปกคลุมไปด้วยแสงศักดิ์สิทธิ์ ราวกับเป็นตัวตนของทวยเทพ
คนที่สะดุดตาที่สุดย่อมเป็นผู้ชายสองคนแรกอย่างไม่ต้องสงสัย หนึ่งในนั้นสวมชุดสีขาวดุจหิมะและมีกระบี่ศักดิ์สิทธิ์เหน็บอยู่ข้างเอว แม้ยืนด้วยท่วงท่าเรียบง่าย แต่กลับดูองอาจไร้ใครเทียบเคียง
อีกคนมีใบหน้าหยาบกร้าน ดวงตาคมปลาบประหนึ่งอัสนี ท่อนบนเปลือยเปล่า มัดกล้ามคล้ายถูกหลอมขึ้นมาจากเหล็กกล้า โดยพลังมหาศาลบางอย่างระเบิดออกมา นอกจากนี้ยังมีลวดลายซับซ้อนบางอย่างประทับบนผิวหนังราวกับจารึกโบราณ ดูลึกลับยิ่งนัก
“เขาคืออวี๋ชิวจิง มหาเทวาวิญญาณแห่งตระกูลอวี๋ชิวแห่งเอกภพจักรวรรดิ เขาอยู่อันดับสิบหกของเทียบอันดับรู้แจ้งวิญญาณ วิถีกระบี่ไร้เทียมทานจนกระทั่งไปถึงขอบเขตจักรพรรดิกระบี่”
เชินถูเยียนหรานรีบส่งกระแสปราณเพื่อแนะนำเฉินซี “อีกคนคือจวนอวี๋สุ่ยจากตระกูลจวนอวี๋แห่งเอกภพจักรวรรดิ อยู่อันดับยี่สิบสาม เขาคือผู้เยี่ยมยุทธ์ที่มีทักษะขัดเกลากายาเทพอสูร อีกทั้งยังเชี่ยวชาญมรดกอย่าง ‘แดนชำระเพลิงอสนีสวรรค์ที่สามสิบหก’ จนถึงขั้นที่สามารถเปลี่ยนเป็นของตัวเองได้ พลังของเขาไม่อาจดูถูกได้”
หลังจากนิ่งไป นางเอ่ยคำต่อ “ส่วนผู้เยี่ยมยุทธ์ที่เหลือล้วนเป็นมือดีที่สุดที่อยู่ขอบเขตเทวารู้แจ้งวิญญาณในเอกภพจักรวรรดิ พวกเขาส่วนใหญ่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับอวี๋ชิวจิงกับจวนอวี๋สุ่ย”
เฉินซีพยักหน้า แค่ได้ฟังการแนะนำมันก็ชัดเจนแล้วว่าผู้เยี่ยมยุทธ์เหล่านั้นจะต้องเชื่อฟังอวี๋ชิวจิงกับจวนอวี๋สุ่ยเป็นแน่
“แม่นางเยียนหราน”
“ฮ่าฮ่า ในที่สุดแม่นางเยียนหรานก็มา”
เมื่อเห็นเชินถูเยียนหรานมาถึงยอดเขา คนอื่น ๆ ต่างมีชีวิตชีวาขณะเข้ามาทักทายด้วยรอยยิ้มสดใส
แม้กระทั่งสีหน้าของผู้เยี่ยมยุทธ์บางส่วนยังเต็มไปด้วยร่องรอยของความเคารพและนับถือ
เห็นได้ชัดว่าสถานะและชื่อเสียงของเชินถูเยียนหรานในหมู่ผู้คนเหล่านี้ค่อนข้างสูงส่งประหนึ่งดวงจันทร์เจิดจ้าพร่างพราว
“คนผู้นี้คือใคร?”
เมื่ออวี๋ชิวจิงเห็นเฉินซี เขาก็อดไม่ได้ที่จะตกตะลึงเล็กน้อยก่อนจะคิ้วขมวดโดยไม่รู้ตัว
คนอื่นสังเกตถึงค่อยสังเกตเห็นเฉินซีก่อนจะพินิจสักพัก นอกจากความสงสัยใคร่รู้แล้ว แววตาของพวกเขายังเต็มไปด้วยความประหลาดใจราวกับไม่คาดคิดว่าเชินถูเยียนหรานจะพาผู้ชายมาด้วย
“ข้าลืมแนะนำเขาไปเลย คนผู้นี้คือพันธมิตรใหม่ของพวกเรา มีนามว่าเฉินซีจากเอกภพมสิหิม เขาคือมหาเทวาวิญญาณเช่นกัน พลังของเขขานับว่าไม่ธรรมดา” เชินถูเยียนหรานแนะนำพลางคลี่ยิ้ม
เอกภพมสิหิมหรือ?
นอกจากนี้ พวกเขาไม่คุ้นชื่อเฉินซีแม้แต่น้อย จึงสูญสิ้นความกระตือรือร้นไป