ตอนที่ 1661
บทที่ 1661 ดาบเก้าสะท้านฟ้า
October 21, 2026
บทที่ 1661 ดาบเก้าสะท้านฟ้า
………………..
บทที่ 1661 ดาบเก้าสะท้านฟ้า
เมื่อพวกเขาเห็นว่าเฉินซีกระโดดขึ้นไปบนแท่น พวกเขาก็ตะลึงไปครู่หนึ่งก่อนจะเผยสีหน้าตื่นเต้น
“นี่สิวิถีลูกผู้ชาย!”
“ฮ่า ๆ ไม่เลวเลย ถึงในคราวนี้เจ้าจะพ่ายแพ้ให้กับพี่อวี๋ชิว แต่ความชื่นชมที่มีต่อเจ้าจะประทับลงไปในใจของข้าแล้ว”
“อย่างน้อยเขาก็กล้ารับคำท้า นับเป็นคนที่หาได้ยากจริง ๆ”
คนเหล่านั้นส่งเสียงชื่นชมเฉินซีด้วยนึกยินดีในคราวซวยของเขาทั้งถอนใจเอื่อย หากไม่ฟังให้ลึกถึงความคิดแล้ว ก็คงคิดว่าพวกเขากำลังให้กำลังใจอยู่จริง ๆ
เล่ออู๋เหินเพียงแต่ยิ้มให้กับสถานการณ์เบื้องหน้า พลางมองยังเฉินซีที่ยืนอยู่บนลานประลองพร้อมกับพึมพำในใจ อย่าทำให้ข้าผิดหวังเชียวเล่า
เหตุใดสหายเต๋าผู้นี้จึงไม่อดทนอีกสักหน่อยเล่า? จู่ ๆ เชินถูเยียนหรานก็เดินออกมาจากห้องของตน และเมื่อนางเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด มันก็สายเกินกว่าที่จะห้ามปรามไว้ได้ทัน ด้วยเหตุนี้นางจึงอดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้วมุ่น
นางค่อนข้างไม่พอใจต่อการกระทำของอวี๋ชิวจิง และในขณะเดียวกันก็รู้สึกผิดหวังที่เฉินซีไม่สามารถรักษาความสุขุมของตนไว้ได้
ทันใดนั้น หญิงสาวก็ต้องตกใจเมื่อพบว่าจวนอวี๋สุ่ยก็มาถึงที่นี่แล้วเช่นกัน คนผู้นั้นกำลังยืนเฉยราวก้อนหินที่มีเพียงความเงียบงัน
น่าสนใจ! ดูเหมือนว่าสหายเต๋าผู้นี้จะให้ความสนใจกับความแข็งแกร่งของเฉินซีเป็นอย่างมากเช่นกัน ยากจะเห็นว่าอีกฝ่ายใส่ใจกับอะไรเช่นนี้ ตอนนั้นเอง เชินถูเยียนหรานคล้ายจมลงสู่ความคิด
…
บนลานขนาดยักษ์ อวี๋ชิวจิงและเฉินซียืนประจันหน้ากันจากระยะไกล
“ไม่เลวนี่ แค่การที่เจ้ากล้ายอมรับคำท้าอย่างผ่าเผยเช่นนี้ ก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้ข้ายอมถอนคำพูดนั่น” มุมปากของอวี๋ชิวจิงแสยะยิ้มเล็ก ๆ
แต่หลังจากนั้น สีหน้าของเขาก็เต็มไปด้วยความจริงจัง ท่าทางดุดันปรากฏขึ้นผ่านดวงตาที่คล้ายอาบไปด้วยหมอกมัว “สหายเต๋าเฉินซี ข้าขอเตือนเจ้าไว้ก่อนว่าถ้าหากทนไม่ไหว ก็ขอให้พูดออกมาตามตรง เพราะถ้าหากเจ้าฝืนตัวเองมากเกินไป มันจะกลายเป็นข้าที่ทำร้ายเจ้า”
คำพูดของเขาเต็มไปด้วยความหยิ่งผยอง ราวกับตนช่างเป็นชายผู้ตรงไปตรงมาและมีเมตตาอย่างยิ่ง
เฉินซีไม่ได้แยแสต่อคำพูดที่ดูโอ้อวดนั่น เขาเพียงพยักหน้าก่อนจะพูดขึ้น “สหายเต๋าอวี๋ชิว เจ้าเองก็อย่าได้ประมาทเสียเล่า เพราะตอนที่สหายเต๋าเฉาเจินพ่ายแพ้ให้ข้า เขาเองก็มีความคิดเช่นนี้”
ใบหน้าของเฉาเจินมืดมนลงเมื่อถูกเอ่ยถึง ความโกรธเข้าประทับในใจจนเกือบจะเลือดขึ้นหน้า ไอ้สารเลวนั่น ลิ้นช่างอยู่ไม่สุขเสียจริง!
บังอาจนัก!
“ฮ่า ๆ ๆ! ขอบคุณสหายเต๋าเฉินซีที่เตือน พูดเล่นกันมามากเกินพอแล้ว อีกไม่นานเราก็จะไปถึงแดนรากบรรพกาล เพราะฉะนั้นอย่าได้เสียเวลาต่อไปเลย” อวี๋ชิวจิงหัวเราะลั่น ใบหน้าเต็มไปด้วยความสุข
“ข้าเองก็ชอบให้การต่อสู้จบลงไว ๆ เช่นกัน” เฉินซีตอบ
ใบหน้าของอวี๋ชิวจิงแข็งทื่อ ความโกรธก่อตัวขึ้นภายในใจ อยากจะจบข้าไว ๆ อย่างนั้นหรือ? จองหองเกินไปแล้ว!
“สหายเต๋าเฉินซี ข้าเองก็คิดเช่นนั้น” สีหน้าของอวี๋ชิวจิงมีเพียงความเฉยชา หากน้ำเสียงนั้นกลับทรงพลังและเอ่อล้นไปด้วยจิตสังหาร
คำพูดนั้นฟังอย่างไรก็เป็นการท้าทาย นั่นทำให้ผู้คนที่อยู่โดยรอบเริ่มตื่นเต้นมากขึ้น พวกเขารู้ดี ตอนนี้อวี๋ชิวจิงกำลังโกรธจัด ดังนั้นการต่อสู้นี่คงจะไม่ใช่เพียงการฆ่าเวลาแก้เบื่อ แต่คงจะกลายเป็นสุดยอดการห้ำหั่นที่น่าประทับใจ!
เชินถูเยียนหรานอดกังวลใจขึ้นมาไม่ได้ นางมองไปที่เล่ออู๋เหินที่ยังคงมีใบหน้าเปื้อนยิ้มก่อนจะส่งกระแสปราณออกไป “อู๋เหิน หากเฉินซีไม่สามารถต่อสู้ได้ไหว ก็ลงมือเพื่อยุติการต่อสู้นี้เถอะ เราไม่สามารถปล่อยให้ความสัมพันธ์อันดีของหลาย ๆ ฝ่ายต้องพังลงเพราะเรื่องนี้ ไม่อย่างนั้นแล้ว ฝ่ายเราก็คงต้องเสียเปรียบในภายหลังเป็นแน่”
“เข้าใจแล้ว” เล่ออู๋เหินพยักหน้าเห็นด้วยแต่โดยดี
“เชิญเข้ามาก่อนได้เลย” เฉินซีตอบรับด้วยความสุภาพและสงบนิ่ง
การกระทำนี้ทำให้ดวงตาของอวี๋ชิวจิงหรี่แคบลงด้วยรู้สึกถึงการดูถูก เดิมทีเขาต้องการให้เฉินซีเป็นฝ่ายเปิดการโจมตี เพื่อที่ตนจะได้แสดงการตั้งรับอันสง่างาม คาดไม่ถึงเลยว่าอีกฝ่ายจะตอบโต้เช่นนี้
“ฮ่า ๆ! ก็ย่อมได้!” อวี๋ชิวจิงไม่ลังเลอีกต่อไป เสียงคำรามหัวเราะดังขึ้นพร้อมกับชายผ้าสีขาวที่สะบัดไหว ทันใดนั้น เขาก็ยื่นมือออกมาก่อนจะกำเอาไว้ ส่งผลให้ปราณกระบี่พุ่งออกมา
ขวับ!
มันฉีกกระชากอากาศขณะที่โจมตีเฉินซีอย่างดุเดือด
การโจมตีนี้ปกคลุมไปด้วยกฎแห่งเต๋าศักดิ์สิทธิ์ พลังของมันน่าประทับใจอย่างยิ่ง ทันทีที่มันปรากฏขึ้น ท่วงทำนองแห่งการภาวนาก็พลันก้องกังวานภายในหัวใจของผู้คนโดยรอบ
เต๋าแห่งกระบี่นี้ชวนให้ตกตะลึงยิ่งนัก!
สหายเต๋าผู้นี้เริ่มการโจมตีขั้นสูงในทันทีที่การต่อสู้เริ่มต้นขึ้น สายฟ้าคมกริบที่แปลบปลาบในดวงตาของเล่ออู๋เหินบอกเขาว่าการต่อสู้นี้คงจะกินเวลาเพียงไม่นานอย่างแน่นอน
ไม่แปลกใจเลยว่าเหตุใดถึงได้แสดงท่าทีอวดดีถึงเพียงนั้น ที่แท้ก็มีความสามารถอยู่ในขอบเขตจักรพรรดิกระบี่นี่เอง… เฉินซีรู้ได้อย่างชัดเจนว่าการโจมตีนี้น่ากลัวเพียงใด
เขาไม่มีทางอื่นนอกจากต้องยอมรับว่าในฐานะมหาเทวาวิญญาณอันดับที่สิบห้าของเทียบอันดับรู้แจ้งวิญญาณ อวี๋ชิวจิงมีความสามารถเพียงพอที่จะทระนงตัว
ขณะที่เฉินซีกำลังใช้ความคิด การตอบสนองก็หาได้ช้าลงไม่ ก่อนที่ปราณกระบี่จะมาถึงตัว ร่างสูงใหญ่ก็กะพริบพร่างและหายไปในมิติ ก่อนจะปรากฏขึ้นอีกครั้งบนท้องฟ้า