ตอนที่ 1703
บทที่ 1703 โชคลาภในวิหารศักดิ์สิทธิ์
October 21, 2026
บทที่ 1703 โชคลาภในวิหารศักดิ์สิทธิ์
………………..
บทที่ 1703 โชคลาภในวิหารศักดิ์สิทธิ์
แม้ว่าเฉินซีจะไม่ทราบถึงต้นกำเนิดของสมบัติปราชญ์ทั้งห้าของนิกายพุทธ แต่สายตาก็ได้ผ่านการฝึกฝนมาจนเฉียบคมอย่างมาก ดังนั้นเขาจึงรับรู้ได้ทันทีว่าสมบัติเหล่านั้นหายากและล้ำค่าเพียงใด
นี่คือเหตุผลที่ว่า ทำไมในตอนนี้เฉินซีจึงตกใจและรู้สึกขอบคุณอย่างมาก
เจียหนานทำเพียงยิ้มรับ จากนั้นเขาก็ลุกขึ้นยืนและพูดว่า “หากวันหนึ่ง สหายเต๋าสามารถกำจัดวิชาลับออกจากแม่นางเจิ้น ในภายภาคหน้า โปรดเดินทางไปยังนิกายพุทธที่เอกภพจักรวรรดิสักครั้ง ในเวลานั้น ข้าจะรอการมาถึงของท่าน และขอโอกาสสู้ตัวต่อตัวกับสหายเต๋า”
เฉินซีตกตะลึง จากนั้นเขาก็พูดว่า “เหตุใดถึง?”
การแสดงออกของเจียหนานทั้งสงบและหนักแน่น เขานิ่งเงียบลงก่อนจะพูดว่า “เพื่อเห็นแก่เส้นทางสู่เต๋าของข้า”
มันเป็นประโยคที่เข้าใจยากอย่างยิ่ง แต่กลับทำให้ดวงตาของเฉินซีหรี่ลง และประสานมือ “เมื่อถึงเวลา ข้าจะไปที่นั่นอย่างแน่นอน”
เจียหนานประสานมือตอบและโค้งคำนับ “ขอบคุณที่เติมเต็มความปรารถนาของข้า สหายเต๋า”
ทันทีที่พูดจบ เขาก็หันหลังกลับและตั้งใจจะจากไป
เจียหนานไม่ได้หันกลับมา แต่ยืนนิ่งอยู่ตรงจุดนั้นและพูดอย่างสงบ “สหายเต๋า ข้าขอถามท่าน ในเวลาสิบปี ท่านมั่นใจว่าสามารถก้าวเข้าสู่ขอบเขตบรรพเทวารู้แจ้งจักรวาลได้หรือไม่? ”
เฉินซีตกใจกับคำถามนี้ แต่ก็ยังตอบ “หากไม่มีอะไรเกิดขึ้นที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้น ก็คงเกินพอ”
เจียหนานกล่าวต่อ “ข้าต้องการประมือกับเจ้า ยามอยู่ในขอบเขตบรรพเทวารู้แจ้งจักรวาล ไม่ใช่ในขอบเขตการฝึกฝนปัจจุบัน สำหรับรากเต๋าวิภูจักรวรรดินั้น… นอกจากสหายเต๋าและเย่เฉิน ผู้อยู่บนอันดับหนึ่งในเทียบอันดับรู้แจ้งวิญญาณ ไม่มีบุคคลใดในโลกสมควรได้รับมันแล้ว”
ปลายประโยคแฝงไว้ด้วยร่องรอยของความผิดหวังที่หาได้ยาก ก่อนที่กระแสเสียงจะกลับมาสงบเช่นเดิม
คิ้วของเฉินซีเลิกขึ้น และคาดเดาอะไรบางอย่างได้เล็กน้อย
ชายหนุ่มเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะสะบัดแขนเสื้อ ส่งกล่องหยกผ่านอากาศไปให้เจียหนาน “ในนี้มีรากเต๋าบรรพชนระดับเก้าอยู่ โปรดรับมันไว้”
เขาได้รับสิ่งนี้มาจากศพของกงเหย่เจ๋อฟู ความจริงแล้วกลุ่มของเล่ออู๋เหินนั่นควรเป็นฝ่ายได้รับมันก่อน แต่กลับถูกกลุ่มของกงเหย่เจ๋อฟูชิงเอาไป
เจียหนานดูประหลาดใจเล็กน้อย ในที่สุดเขาก็หันกลับมามองดูกล่องหยกที่ลอยอยู่ข้างหน้าตน และเงียบไปพักใหญ่ จากนั้นก็เก็บมันไปอย่างระมัดระวัง
เขาประสานฝ่ามือสวดบูชาพุทธองค์ แล้วหันหลังกลับอย่างสงบนิ่ง จากไปรวดเร็ว โดยไม่ได้กล่าวสิ่งใดอีก
แต่การกระทำนี้ของเจียหนาน ก็นับเป็นเรื่องเหลือเชื่อสำหรับคนนอกจริง ๆ
เพื่อที่จะขึ้นไปบนภูเขาศักดิ์สิทธิ์ เขาได้ฝ่าอันตรายมากมายและประสบการณ์อันตรายมานับไม่ถ้วน จนได้ไปเห็นการต่อสู้ที่น่าตกตะลึงระหว่างเฉินซีและกลุ่มของลั่วฉ่าวหนง ทว่ากลับไม่ใช้โอกาสนี้เข้าไปในวิหารศักดิ์สิทธิ์ของปรมาจารย์เซวียน และชิงรากเต๋าบรรพชนไป
จนกระทั่งการต่อสู้สิ้นสุดลง เขาถึงปรากฏตัวขึ้นและช่วยเหลือเฉินซี โดยใช้คาถาพุทธคุณและสมบัติปราชญ์ทั้งห้า เพื่อปราบปรามกู่ศักดิ์สิทธิ์อวมนตราในร่างกายของเจิ้นหลิวชิง อย่างไรก็ตาม เขาเพียงยอมจ่ายออกไปเช่นนั้นก็เพื่อโอกาสในการประมือกับเฉินซีในอนาคต
ถึงขนาดที่เมินเฉยต่อเฉินซีที่กล่าวว่าจะมอบรากเต๋าวิภูจักรวรรดิให้หลายต่อหลายครั้ง
ทั้งหมดนี้ดูเหลือเชื่อจริง ๆ
ทำไมเขาถึงทำเช่นนั้น?
อะไรคือข้อพิจารณาในการทำสิ่งเหล่านี้?
เฉินซีไม่รู้ และไม่สามารถเข้าใจคนผู้นี้ได้ ดังนั้นในใจของเขาอีกฝ่ายจึงดูลึกลับมากขึ้นเรื่อย ๆ
บางทีเมื่อเขาได้ก้าวเท้าเข้าสู่ดินแดนบริสุทธิ์ของนิกายพุทธในเอกภพจักรวรรดิ และต่อสู้กับเจียหนาน เขาก็คงจะได้รับคำตอบทั้งหมด
ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม เฉินซีก็รู้สึกขอบคุณเจียหนานเป็นอย่างยิ่ง และไม่รู้สึกเสียใจเลยที่ได้มอบรากเต๋าบรรพชนระดับเก้าให้อีกฝ่ายไป
“หลิวชิงไม่ต้องกังวล ข้าจะช่วยเจ้าอย่างแน่นอน ไม่ว่าจะต้องแลกมาด้วยอะไรก็ตาม!” เฉินซีก้มมองใบหน้าอันเงียบสงบและสวยงามของเจิ้นหลิวชิงในอ้อมแขน ในใจปราศจากความโศกเศร้าอีกต่อไป มีเพียงความมุ่งมั่นเท่านั้น
ชายหนุ่มเก็บร่างของเจิ้นหลิวชิงไว้ในจักรวาลภายในร่างกายของเขาอย่างระมัดระวัง ด้วยวิธีนี้เท่านั้น ที่จะทำเขารู้สึกสบายใจที่สุด
ฟิ่ว~
จากนั้นเฉินซีก็สูดหายใจเข้าลึก ๆ สองสามครั้ง และจ้องมองไปยังวิหารศักดิ์สิทธิ์ของปรมาจารย์เซวียนที่อยู่ไกลออกไป
เจียหนานเคยกล่าวไว้ว่าในโลกนี้ มีเพียงเฉินซีและเย่เฉิน ที่อยู่บนอันดับหนึ่งในเทียบอันดับรู้แจ้งวิญญาณเท่านั้น ที่สามารถรับรากเต๋าวิภูจักรวรรดิจากวิหารศักดิ์สิทธิ์มาได้
ในเวลานั้น เฉินซีไม่ได้คิดเกี่ยวกับเรื่องนี้มากนัก แต่เมื่อพิจารณาอย่างรอบคอบ เขาก็พบข้อสรุปที่ทำให้ตกใจอย่างยิ่ง
ไม่ใช่ว่านี่หมายความว่า ถึงลั่วฉ่าวหนงกับคนอื่น ๆ จะเข้าไปในวิหารศักดิ์สิทธิ์ก่อน ก็ไม่สามารถรับรากเต๋าวิภูจักรวรรดิได้หรอกหรือ?
ถ้านั้นเป็นจริง แล้วเพราะเหตุใด?
หรือว่าวิหารศักดิ์สิทธิ์ของปรมาจารย์เซวียนจะยังมีความลับอื่น ๆ อยู่อีก?
ชายหนุ่มจึงมุ่งหน้าสู่วิหารศักดิ์สิทธิ์โดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย
…
อีกาทองคำสิบตัวบินโฉบอยู่บนท้องฟ้า เปล่งแสงสีทองอันเจิดจ้าที่ศักดิ์สิทธิ์และสง่างามลงมา
วิหารศักดิ์สิทธิ์ของปรมาจารย์เซวียน ตั้งตระหง่านอยู่ที่นี่มานานจนไม่อาจนับ มันยิ่งใหญ่ และสง่างาม กลิ่นหอมเบาบางโปรยปรายแผ่กระจายออกไปราวสายฝน
ทุกอย่างเงียบสงบ จนดูเคร่งเครียด
มีเพียงเสียงฝีเท้าของเฉินซีเท่านั้น ที่ดังก้องไปทั่วยอดเขา
โอม!