ตอนที่ 1705
บทที่ 1705 ผีเสื้อศักดิ์สิทธิ์แสงดารา
October 21, 2026
บทที่ 1705 ผีเสื้อศักดิ์สิทธิ์แสงดารา
………………..
บทที่ 1705 ผีเสื้อศักดิ์สิทธิ์แสงดารา
นี่คือตัวอย่างอันสมบูรณ์ของการใช้กำลังแก้ไขทุกสิ่ง
ขอเพียงมีอำนาจเหนือสรรพสิ่ง ก็บดขยี้ทุกอุปสรรคได้!
หอกแห่งผู้กล้าคมกริบ บุกทะลวงอย่างอาจหาญ ทลายทุกอุปสรรคขวางทาง การปะทะกับมันตรง ๆ ก็เหมือนพุ่งชนภูเขาอันไม่อาจเคลื่อนขยับ หากเจตจำนงสะท้านแม้เพียงน้อย ก็ย่อมสิ้นจิตต่อสู้ ไม่ต่างจากแพ้พ่ายนัก
ขณะนี้เฉินซีสัมผัสได้ถึงเค้าแห่งความกลัวยามเผชิญการโจมตีอันเรียบง่ายตรงไปตรงมาเช่นนี้เช่นกัน และอยากหลบเลี่ยง ใช้กลยุทธ์สู้พลางหนีพลาง
ทว่าขณะนั้นเอง เสียงภาคภูมิลำพองนั้นก็ดังขึ้นอีกครั้ง “เจ้าทึ่มน้อย หากเจ้าไม่กลัวตายก็หลบต่อไป หอกแห่งผู้กล้ามีความอาจหาญเป็นหนึ่งหล้า เจ้าหลบไปก็เท่ากับแจวเรือทวนกระแสธาร มีแต่จะนำสู่ความพ่ายแพ้!”
“เมื่อครู่ข้า บรรพชนผู้นี้กล่าวไว้เช่นไร? เจ้ายังอ่อนหัดนัก ยังเด็กเกินไป หากจากไปอย่างว่าง่ายเสียแต่แรก ก็คงมิต้องมาทำตัวเองขายหน้าอยู่เช่นนี้”
เสียงนั้นน่ารำคาญเกินไปจริงแท้ ทำให้เฉินซีเกิดความหงุดหงิดขึ้นในใจ สีหน้าจึงแปรเปลี่ยนเป็นเย็นเยียบ ตวาดออกมา “หุบปาก!”
แม้จะพูดเช่นนี้ แต่เฉินซีก็หยุดหลบยามเผชิญการกระหน่ำโจมตีของหอกสำริด และใช้ผาสมุทรเข้าปะทะมันตรง ๆ โดยสัญชาตญาณ
เฉินซียังคงถูกฟาดกระเด็นในการประมือหนนี้ แต่เขาก็ต้องตกใจเพราะสังเกตเห็นชัดว่ากำลังของหอกแห่งผู้กล้าถดถอยลงอย่างมาก
ก่อนหน้านี้ ขณะต่อสู้กับอีกาทองทั้งสิบ ศึกนั้นขัดเกลาให้ข้าบรรลุถึงความลึกล้ำ ณ แก่นแท้ของประทีปเคลื่อนคล้อย หรือศึกเผชิญหอกแห่งผู้กล้านี้จะเป็นอีกหนึ่งบททดสอบต่อการบรรลุผาสมุทรของข้า? ทันใดนั้น หนึ่งความคิดก็ไหลวาบเข้ามาในใจเฉินซี ทำให้ดวงตาเรืองโรจน์เฉียบพลัน
เฉินซีตัดสินใจลองเสี่ยง
ตู้ม!
ตู้ม!
หลังจากนั้น เฉินซีทิ้งทุกความคิดฟุ้งซ่าน ไม่เหลือความคิดหลบเลี่ยงหรือหวาดกลัว ต่อสู้กับหอกแห่งผู้กล้าอย่างสุดกำลัง
ในช่วงเวลาสั้น ๆ เพียงไม่กี่อึดใจ พวกเขาก็ประมือกันเกินร้อยกระบวนท่า ทุกการปะทะประหนึ่งดวงดาราระเบิดเป็นเสี่ยง พร่างพรมละอองแสงไปทั่วทิศ
นับแต่ต้นจนบัดนี้ เฉินซีใช้ผาสมุทรเข้าประชัน
วิชานี้ผลาญพุ่งเช่นมหาสมุทร สูงตระหง่านเช่นหินผา แตกต่างจากประทีปเคลื่อนคล้อยอันเลื่อนลอย เผยอำนาจบดขยี้แข็งแกร่งยามใช้ในศึกเผชิญหน้า
แม้ในการปะทะร้อยกว่าหนนี้ เฉินซีจะถูกผลักถอยทุกหนไป โลหิตไหลซึมออกจากมุมปาก แก่นโลหิตในกายปั่นป่วน ทว่าดวงตากลับยิ่งเรืองโรจน์ อำนาจกดดันทวีคูณ ต่อสู้อย่างห้าวหาญขึ้นตามระยะเวลา!
ภายหลัง ชายหนุ่มก็เผยบรรยากาศยิ่งใหญ่ราวกับจะทำลายสรรพสิ่งที่ขวางทางกระบี่อย่างเรืองราง
ระหว่างเหตุการณ์ทั้งหมดนี้ ผาสมุทรถูกขัดเกลาจนยิ่งใหญ่สมบูรณ์ขึ้นเรื่อย ๆ เพียงหนึ่งการโจมตีแผ่วเบาก็เหมือนหนึ่งทัพหาญกรีฑา คล้ายจะกวาดล้างจักรวาล!
ตู้ม!
จู่ ๆ เฉินซีก็แผดเสียงลั่นดุจเทพสงคราม ทั่วร่างเผยอำนาจศักดิ์สิทธิ์กดดัน ฟาดฟันกระบี่ออกไป
พริบตานั้น หอกแห่งผู้กล้าสะท้านถึงขนาดส่งเสียงเสียดโสตรัวเร็ว หลังจากนั้น มันก็เริ่มแหลกสลายทีละน้อยจากส่วนปลาย ท้ายที่สุดมันก็ระเบิดเป็นละอองแสงหายวับไปในอากาศ
ชั่วขณะนั้น สีหน้าของเฉินซีสำรวมไร้อารมณ์อย่างสมบูรณ์
ชายหนุ่มบรรลุความลึกล้ำแท้จริงของผาสมุทรแล้ว ทำให้เขายืนยันได้เต็มที่ว่า ทั้งการโจมตีของอีกาทองทั้งสิบและการปะทะหอกแห่งผู้กล้าตรง ๆ ล้วนเป็นบททดสอบหนึ่งกันทั้งสิ้น
หรือบางที นี่อาจเป็นบทเรียนไว้ขัดเกลาเคล็ดกระบี่ลึกล้ำฤทัย!
เขาก็น่าจะสิ้นทุกโอกาสในการได้รากเต๋าวิภูจักรวรรดิ!
“เอ๋!” เสียงนั้นสนั่นขึ้นอีกหน ดูประหลาดใจเล็กน้อย แต่ไม่นาน มันก็ฟื้นสำเนียงเย้ยหยันลำพองขึ้นอีก “ในที่สุดท่อนฟืนก็มีสมองเหวย แต่ก็ช้าเกินไปจริง ๆ หากข้าบรรพชนผู้นี้ไม่ได้บอกเจ้าแต่แรกว่าประทีปเคลื่อนคล้อยใช้กับหอกแห่งผู้กล้าไม่ได้ ไอ้ทึ่มอย่างเจ้าคงคิดหาปริศนาเบื้องหลังมันไม่ออกเป็นแน่”
หนนี้ เฉินซีไม่นึกหงุดหงิด กลับพูดด้วยสีหน้าจริงจังแทน “ขอบคุณ”
ก่อนหน้านี้ เพราะเจ้านี่ที่ทำให้เฉินซีเข้าใจว่าหอกแห่งผู้กล้าน่าสะพรึงกลัวเพียงไร แม้ท่าทีการพูดจะสุดแสนยียวน แต่ก็ช่วยเขาไว้อยู่ดี
“เวร! เจ้ายังมาขอบคุณบรรพชนผู้นี้อีก โอ้สวรรค์! เจ้าหนูทึ่ม เจ้ามันไม่มีมาดเอาเสียเลย! แต่ไยอยู่ดี ๆ ข้าจึงรู้สึกตื้นตันขึ้นมานิดหน่อยได้หนอ? ไม่ได้แล้ว ไม่ได้เลย! ข้าซื้อไม่ง่ายขนาดนั้นหรอกเฟ้ย แบบนั้นไม่น่าขายหน้าไปหน่อยหรือ?” เสียงนั้นยังคงพร่ำบ่น ดูสุดทนจะฟังประหนึ่งแม่เฒ่าเสียสติ
ทว่าเฉินซีเมินมันไป ส่ายหัวแล้วเดินหน้าต่อ
ต่อไปจะเป็นบททดสอบเช่นไร? เฉินซีลุ้นรอเล็กน้อย
ราวได้ยินเสียงในใจ ไม่นานนัก หนึ่งค่ายกลศักดิ์สิทธิ์ก็ปรากฏขึ้นครอบคลุมฟ้าดิน สายลมเมฆาเคลื่อนคล้อยไปมาภายใน ขณะที่อัสนีกึกก้อง เผยการเปลี่ยนแปลงในโลกหล้าอย่างแจ่มชัด
สิ่งนี้ไม่มีพิษภัยต่อเฉินซีผู้บรรลุเต๋าแห่งยันต์อักขระอย่างเลิศล้ำเกินธรรมดามาเนิ่นนานเลยสักนิด
เพียงไม่นาน ผีเสื้อหลากสีนับไม่ถ้วนก็โผบิน ปีกนั้นบอบบางละเอียดอ่อน เต็มไปด้วยรัศมีเจิดจรัสนานา ทำให้พวกมันดูงดงามนัก
เมื่อค่ายกลศักดิ์สิทธิ์โคจร เหล่าผีเสื้อก็วูบไหวดุจประกายแสงเจิดจรัส ยากจับทิศทางเป็นอย่างยิ่ง
“ฮี่ ๆ ๆ เจ้าทึ่มน้อย บรรพชนผู้นี้ไม่ให้คำแนะนำเจ้าแล้วนะ โชคดี!” เสียงนั้นดังขึ้นตามคาด ดูเหมือนจะอยากดูเรื่องสนุก
เคร้ง!