ตอนที่ 1734
บทที่ 1734 พัฒนาก้าวกระโดด
October 21, 2026
บทที่ 1734 พัฒนาก้าวกระโดด
………………..
บทที่ 1734 พัฒนาก้าวกระโดด
ข้าบรรลุแล้ว! ในที่สุด เฉินซีก็ฟื้นจากภวังค์สมาธิในสามวันให้หลัง และตัดสินอย่างเยือกเย็นว่าตนก้าวขึ้นสู่ขอบเขตบรรพเทวารู้แจ้งจักรวาลลุล่วง
เรื่องนี้กล่าวไม่ได้ว่าน่าประหลาดใจ เพราะเฉินซีเตรียมตัวสำหรับเรื่องนี้มานานนัก ในความคิดของเขา การเคลื่อนขอบเขตเป็นสิ่งที่เกิดโดยธรรมชาติยามบรรลุเงื่อนไข
เฉินซีสูดหายใจลึก แล้วเริ่มตรวจสอบการเปลี่ยนแปลงในร่างตน
สิ่งแรกที่เปลี่ยนไปคือจักรวาลในร่าง มันกลายเป็นจักรวาลสีม่วงทอง เรืองรองเจิดจรัสและไพศาลไร้ขอบเขต
ณ ในกลางจักรวาลมีรากบรรพกาลกำเนิดพลังศักดิ์สิทธิ์ยืนหยั่ง เรืองรองด้วยปราณบรรพกาลราชจักรวรรดิทองม่วงอันเข้มข้นพลุ่งพล่านสุดขีด
นั่นคือที่อยู่ของรากเต๋าวิภูจักรวรรดิ
ยันต์เทวะอนันต์ละล่องเหนือรากบรรพกาลกำเนิดพลังศักดิ์สิทธิ์ โคจรและดูดซับปราณบรรพกาลราชจักรวรรดิจากภายในรากบรรพกาลกำเนิดพลังศักดิ์สิทธิ์อย่างไม่หยุดพัก ก่อนจะหมุนเวียนกระจายมันไปทั่วจักรวาล
ขณะเดียวกัน พลังศักดิ์สิทธิ์ซึ่งอัดแน่นเต็มจักรวาลก็มีปฏิกิริยาตามการโคจรของยันต์เทวะอนันต์ในทางอ้อม พวกมันหลั่งไหลเข้าสู่รากบรรพกาลกำเนิดพลังศักดิ์สิทธิ์เพื่อรักษาการผลิตปราณบรรพกาลราชจักรวรรดิ
กล่าวโดยสรุปก็คือ ยันต์เทวะอนันต์ รากบรรพกาลกำเนิดพลังศักดิ์สิทธิ์และจักรวาลในร่างกายของเฉินซีใช้ปราณบรรพกาลราชจักรวรรดิและพลังศักดิ์สิทธิ์เป็นสะพานเชื่อมต่อวงจรอันสมบูรณ์
ปราณบรรพกาลราชจักรวรรดิเกิดจากรากเต๋าวิภูจักรวรรดิ
พลังศักดิ์สิทธิ์มาจากการบ่มเพาะของตัวเฉินซีเอง และเสริมมาจากต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์เงาทมิฬ
ทุกสิ่งดูเป็นระเบียบ และมีขั้นตอนรัดกุม
หากบรรพเทวารู้แจ้งจักรวาลผู้อื่นได้มาเห็นเหตุการณ์เช่นนี้ กรามของคนผู้นั้นต้องร่วงลงพื้นเพราะความตกใจเป็นแน่ เหตุผลนั้นก็เพราะรากบรรพกาลกำเนิดพลังศักดิ์สิทธิ์ที่เฉินซีสร้างขึ้นนั้นโอฬารเกินไปโดยแท้จริง มันเหมือนหุบเหวอันเต็มไปด้วยปราณบรรพกาลราชจักรวรรดิ ไม่ใช่สิ่งที่บรรพเทวารู้แจ้งจักรวาลอื่น ๆ จะเทียบได้เลย
นอกจากการเปลี่ยนแปลงของจักรวาลในกายแล้ว วิญญาณของเฉินซียังขยายตัวและพัฒนา สิ่งที่เปลี่ยนไปอย่างชัดเจนที่สุดคือเพลิงศักดิ์สิทธิ์วิญญาณและแท่นบูชาเต๋าศักดิ์สิทธิ์ขั้นสูงซึ่งเรืองประกายทองม่วงเจิดจรัส แผ่บรรยากาศยิ่งใหญ่สูงส่งของจักรพรรดิ
ตู้ม!
เฉินซีโคจรการบ่มเพาะของตนเล็กน้อย และเพียงพริบตานั้น บรรยากาศรอบตัวก็เปลี่ยนไป เผยปราณยิ่งใหญ่อหังการเหนือใดในหล้า
จากการประเมินของตัวเฉินซีเอง อำนาจต่อสู้ที่เขามีในขณะนี้ อย่างน้อยที่สุดก็ยิ่งใหญ่กว่าก่อนหน้านี้สิบเท่าตัว!
ทว่าในความคิดเฉินซีเรื่องนี้เป็นเรื่องธรรมดายิ่ง เพราะจนบัดนี้ มีแค่เย่เฉินกับตัวเขาซึ่งเป็นที่รู้กันว่าสร้างแท่นบูชาเต๋าศักดิ์สิทธิ์ขั้นสูงขึ้นมาได้
ด้วยเหตุนี้ จึงไม่มีทางเลยหากอำนาจต่อสู้จะไม่พัฒนาก้าวกระโดดหลังบรรลุขอบเขตบรรพเทวารู้แจ้งจักรวาล
นี่คือทุนทรัพย์ของเฉินซี
ตลอดมา รากฐานของเขาถูกขัดเกลาจนแข็งแกร่งสุดขั้ว เผชิญการชำระจากศึกสงครามเกินนับหน ความสำเร็จที่ได้มาในวันนี้จึงเชื่อมโยงกับสิ่งที่เสียไปอย่างใกล้ชิด
ไม่เลว ด้วยความสามารถของข้าในขณะนี้ หากพบจักรพรรดิเข้าสักคน ข้าก็จะไม่จนหนทางเช่นก่อนหน้านี้แล้ว…. เฉินซีหวนนึกถึงยามตนถูกคำพูดไม่กี่คำของจักรพรรดิชงโตวสะกดจนไร้หนทางที่มหาสมุทรสุสานเทวะ เขาตระหนักดีว่า แม้ในยามนี้จะยังไม่ใช่คู่มือจักรพรรดิ แต่ก็ไม่มีทางทำได้เพียงยืนมองรอความตายเฉย ๆ อีกแล้ว
ถึงขนาดที่ หากสู้ยิบตา เฉินซีก็มั่นใจว่าจะสามารถหนีจากจักรพรรดิได้
เพราะเขาเคยเผชิญหน้าจักรพรรดิชงโตวมาก่อน และได้ประจักษ์ศึกระหว่างจักรพรรดิชงโตวและจักรพรรดินีอวี้เชอ ดังนั้นยามประเมินอำนาจต่อสู้ปัจจุบันของตน จึงสามารถตัดสินจุดยืนได้คร่าว ๆ
ส่วนศึกกับสหายร่วมขอบเขตบรรพเทวารู้แจ้งจักรวาลนั้น….
เฉินซีมั่นใจในเรื่องนี้อย่างยิ่ง หากเขาไปพบเหล่าผู้เฒ่าจากกองกำลังใหญ่ ณ เอกภพจักรวรรดิอย่างกงเหย่หนานลี่ ความแข็งแกร่งเท่านี้ก็เพียงพอบดขยี้คนเหล่านั้นได้ แม้จะเป็นการสู้เผชิญหน้าตรง ๆ!
เรื่องนี้เข้าใจได้อย่างยิ่ง เพราะเทวารู้แจ้งวิญญาณต้องแปรสภาพดูดซับรากเต๋าบรรพชนเพื่อทะลวงสู่ขอบเขตบรรพเทวารู้แจ้งจักรวาล และรากเต๋าบรรพชนก็แบ่งออกเป็นหลายระดับ
ด้วยเหตุนี้ คุณสมบัติของแต่ละคนจึงขึ้นกับรากเต๋าบรรพชนที่แปรสภาพดูดซับไว้ก่อนพัฒนาสู่ขอบเขตบรรพเทวารู้แจ้งจักรวาล
ผู้ที่แปรสภาพดูดซับรากเต๋าขั้นกษัตริย์ระดับเจ็ดเรียกได้ว่าเป็นบรรพเทวารู้แจ้งจักรวาลขั้นกษัตริย์
ผู้แปรสภาพดูดซับรากเต๋าขั้นราชาระดับแปดเรียกได้ว่าเป็นบรรพเทวารู้แจ้งจักรวาลขั้นราชา
ผู้แปรสภาพดูดซับรากเต๋าบรรพชนขั้นจักรพรรดิระดับเก้าเรียกได้ว่าเป็นบรรพเทวารู้แจ้งจักรวาลขั้นจักรพรรดิ
ส่วนผู้ที่แปรสภาพดูดซับรากเต๋าบรรพชนระดับหกลงไป พวกเขาจะถูกเรียกเป็นระดับสุดยอด ระดับสูง ขั้นหนึ่ง และขั้นธรรมดาไล่กันลงไปตามลำดับ
แน่นอน นี่สื่อถึงคุณสมบัติเท่านั้น ไม่ใช่ระดับการฝึกฝนโดยแท้จริง
การมีคุณสมบัติสูงขึ้นทำได้เพียงมอบอำนาจต่อสู้ซึ่งแข็งแกร่งยิ่งกว่าให้แก่บรรพเทวารู้แจ้งจักรวาล แต่ไม่ได้หมายความว่าการบ่มเพาะจะแข็งแกร่งกว่าผู้ใด
อย่างเฉินซีผู้เพิ่งบรรลุสู่ขอบเขตบรรพเทวารู้แจ้งจักรวาล แม้จะมีคุณสมบัติเลิศล้ำห่างไกลจากบรรพเทวารู้แจ้งจักรวาลขั้นจักรพรรดิ แต่เขาก็อยู่เพียงขั้นต้นของขอบเขตบรรพเทวารู้แจ้งจักรวาลเท่านั้น
หากให้เทียบกับโลกปุถุชน เช่นนั้นเฉินซีก็เหมือนจักรพรรดิน้อยในจักรวรรดิแห่งหนึ่ง หลังจากเติบโต เขาก็จะสามารถควบคุมอำนาจทั่วจักรวรรดิได้ แต่ก่อนหน้านั้น สิทธิ์สั่งการและอำนาจอาจด้อยกว่าข้าราชบริพารเสียอีก
ข้าราชบริพารในที่นี้ ย่อมสื่อถึงตัวตนผู้เยี่ยมยุทธ์ในขอบเขตบรรพเทวารู้แจ้งจักรวาลขั้นสูง แม้จะไม่มีคุณสมบัติเป็นบรรพเทวารู้แจ้งจักรวาลขั้นจักรพรรดิก็ตาม