ตอนที่ 1744
บทที่ 1744 บรรพชนโลหิตเขียว
October 21, 2026
บทที่ 1744 บรรพชนโลหิตเขียว
………………..
บทที่ 1744 บรรพชนโลหิตเขียว
คำตอบของเฉินซีนั้นตอบไปตามตรงเปิดเผยยิ่ง ทำให้ชายชราหรี่ตาลงเล็กน้อย เหมือนไม่คิดว่าจะสหายน้อยพวกนี้จะกล้าปฏิเสธคำขอของเขา
“กล้าดีนัก! เจ้ากล้าพูดกับบรรพชนของข้าเช่นนี้ได้อย่างไร!” ชายหนุ่มคนหนึ่งรุดเข้ามาตำหนิเฉินซี
เฉินซีเหลือบตาขึ้นมองประเมินชายหนุ่มที่อยู่เพียงขอบเขตเทวารู้แจ้งวิญญาณ พอเห็นแล้วก็ประหลาดใจขึ้นมาบ้าง เด็กคนนี้เหิมเกริมยิ่ง กล้ามาตำหนิบรรพเทวารู้แจ้งจักรวาลเช่นข้าได้
เขามองชายชราแล้วก็เหมือนตกอยู่ในภวังค์ คิดในใจขึ้นว่า คนคู่นี้คงมีพื้นเพไม่ธรรมดา ไม่เช่นนั้นคงไม่กล้าทำเช่นนี้แน่
ทว่าเฉินซีก็ไม่สนใจเรื่องนั้นอยู่ดี เขาถึงขนาดกล้าสังหารศิษย์จากกองกำลังใหญ่แห่งเอกภพจักรวรรดิอย่างลั่วฉ่าวหนง ไม่เห็นตาแก่อย่างกงเหย่หนานลี่กับตี้อวิ๋นชิวเป็นอะไร มีหรือจะกลัวสองคนนี้ได้?
เฉินซีส่ายหน้า จากนั้นหันหลังเดินจากไป ไม่คิดสร้างเรื่องเอะอะโวยวายอะไร
“เจ้า… หยุดอยู่ตรงนั้นเลยนะ!” ชายหนุ่มชะงักไป ร้องขึ้นมาด้วยความโกรธ อีกฝ่ายไม่สนใจตน นับว่าหมิ่นเกียรติกันอย่างยิ่ง
เฉินซีจึงหยุดฝีเท้า จากนั้นหันมามอง มุมปากกระตุกยิ้ม ไม่ได้พูดอะไรแล้วหันหลังเดินจากไป
ทั่วร่างจึงหลั่งเหงื่อเย็นจนชุ่มโชกอาภรณ์อย่างไม่อาจควบคุมได้
“ฮ่า!” ทันใดนั้นก็มีเสียงหนึ่งดังลั่นขึ้น ทำให้สะดุ้งตื่นจากฝันด้วยใบหน้ามึนงง “บรรพชน เมื่อครู่นี้….”
เมื่อชายชราเบ้าตาลึกเห็นดังนั้น ก็หรี่ตาลงแล้วแค่นเสียงเย็นออกจากลำคอ “หูเอ้อร์ เจ้าอารมณ์ร้อนเกินไป หากข้า บรรพชนของเจ้า ไม่ได้อยู่ด้วยวันนี้ เจ้าคงซวยไปแล้ว”
ชายหนุ่มสั่นไปทั้งร่าง ถามด้วยความตกอกตกใจ “เด็กนั่นเก่งขนาดนั้นเลยหรือ?”
ชายชราเอ่ยพร้อมใบหน้าไร้อารมณ์ “เจ้าจะไปทำอะไรบรรพเทวารู้แจ้งจักรวาลอย่างเขาได้?”
ชายหนุ่มจึงใบหน้าเคร่งขรึมลง แล้วเม้มปากเงียบไป กวาดสายตามองรอบกายก็ไม่เห็นเฉินซีแล้ว
“ไปหาอาจารย์ลุงของเจ้าเถอะ ครั้งนี้ต้องได้คะแนนเยอะเป็นแน่!” ดวงตาชายชราเผยแววน่าขนลุก พริบตาต่อมาก็พาชายหนุ่มจากไปอย่างรวดเร็ว
…
ลานแสวงรางวัล
ความแตกต่างเพียงอย่างเดียวคือบนม่านแสงมีแต่รายการหาของ ส่วนมากก็เป็นการหาวัตถุเทวะ สมบัติศักดิ์สิทธิ์ เม็ดยา และสมบัติอื่น ๆ ที่ผู้บ่มเพาะพลังใฝ่หา
ตอนนี้เฉินซีกำลังยืนอยู่ท่ามกลางจอเหล่านั้นด้วยสองมือไพล่หลัง กำลังมองดูเนื้อหาที่ปรากฏขึ้นบนหน้าม่านแสง
เฉินซีพูดไม่ออก เมื่อเห็นว่ามีคนคิดจะซื้อสมบัติวิญญาณธรรมชาติด้วย 30 ล้านผลึกศักดิ์สิทธิ์
เห็นได้ชัดว่าคนผู้นั้นคงไม่คิดว่าจะมีใครเอามาขายจริง ดังนั้นจึงไม่ได้ระบุวันสิ้นสุดไว้
“คุณชายมาอยู่ที่นี่เอง” ไม่นาน เฉียนอันก็เดินเข้ามา ท่าทางเหมือนยกภูเขาออกจากอก
เฉินซีหันมาถาม “เสร็จแล้วหรือ?”
“เรียบร้อยแล้วขอรับ คุณชายมารับวัตถุเทวะในอีกสามวันถัดจากนี้ได้เลย นอกจากนั้นแล้วคุณชายยังเหลืออีกสามแสนผลึกศักดิ์สิทธิ์ด้วย” พูดจบ เฉียนอันก็ส่งกระเป๋าสัมภาระคืนให้
เฉินซีรับมาด้วยท่าทีปกติ จากนั้นเหมือนนึกอะไรได้ บนฝ่ามือบังเกิดแสงหนึ่งขึ้นมา จากนั้นก็กลายเป็นภาพชายหนุ่มและชายชราขึ้นมา
เป็นชายชราเบ้าตาลึกและชายหนุ่มนามหูเอ้อร์เมื่อก่อนหน้านั่นเอง
“รู้จักสองคนนี้หรือไม่?” เฉินซีถาม
เขาเหลือบมองไปรอบ ๆ เพราะเห็นว่าไม่มีใครสนใจก็ลดเสียงลงแล้วเอ่ยผ่านกระแสปราณ “คุณชายมีเรื่องหมองใจกับพวกเขางั้นหรือ?”
เฉินซีเลิกคิ้วขึ้น “หมายความว่าอย่างไร?”
เฉียนอันเอ่ยขึ้นเร็ว ๆ “หากเป็นคนอื่นข้าคงจำไม่ได้ หากแต่ข้าจำบรรพชนโลหิตเขียวได้เป็นอย่างดี เขามาจากเผ่าโลหิตสามปีศาจโบราณ เป็นหัวหน้าของกองโจรดาราปักษารัตติกาล ชายหนุ่มข้างกายชื่อฮั่วหูเอ้อร์ เป็นศิษย์ของบรรพชนโลหิตเขียว”
เผ่าโลหิตสามปีศาจเป็นเผ่าพันธุ์ที่ชั่วร้ายยิ่ง และเป็นหนึ่งในเผ่าโบราณโดยเผ่าพันธุ์นี้เข้าถึงเต๋าได้ด้วยการทำลายสามปีศาจภายในร่าง กลืนเลือดทวยเทพในการบ่มเพาะพลัง เป็นเผ่าพันธุ์ที่ดุร้ายเหี้ยมโหดนัก
เมื่อครั้งยุคบรรพกาล ยังมียอดฝีมือที่เรียกตนเองว่าราชันโลหิตสามปีศาจ เขาเคยกลืนแก่นโลหิตของสิ่งมีชีวิตทั่วเอกภพในชั่วข้ามคืน ทั้งยังเปลี่ยนแปลงโชคชะตา แล้วก้าวขึ้นสู่ขอบเขตมหาเทพเต๋าได้ในคราวเดียว เหตุการณ์นี้สั่นสะเทือนไปทั่วใต้หล้า ทำให้เกิดความวุ่นวายขึ้นภายในแดนเทพโบราณ
หากแต่เพราะหลายปีฆ่าฟันมาเยอะเกินไป ราชันโลหิตสามปีศาจจึงล่วงเกินยอดฝีมือไว้มาก สุดท้ายจึงถูกดักล้อมและสังหารในที่สุด
เผ่าโลหิตสามปีศาจเกือบถูกลบล้างหายไปแล้วในตอนนั้น ถึงจะรอดมาได้ในสภาพสะบักสะบอม แต่ก็ใกล้จะล่มสลายเต็มทน
จนถึงตอนนี้ เผ่าโลหิตสามปีศาจก็ยังไม่มีที่ตั้งภายในแดนเทพโบราณ พอมีใครได้ยินว่าเป็นลูกหลานเผ่าโลหิตสามปีศาจ ก็จะถูกมองเป็นศัตรูทันที สุดท้ายก็ตกอยู่ในสถานการณ์ย่ำแย่ เหมือนหนูตัวหนึ่งที่ต้องคอยวิ่งหลบคนบนถนน