ตอนที่ 1756
บทที่ 1756 สมบัติชิ้นสุดท้าย
October 21, 2026
บทที่ 1756 สมบัติชิ้นสุดท้าย
………………..
บทที่ 1756 สมบัติชิ้นสุดท้าย
เห็นได้ชัดว่าเป็นอีแร้งเนตรมารที่กำลังแข่งเสนอราคากับเฉินซีก่อนหน้านี้
แต่ตอนนี้เขาไม่ได้รู้สึกยินดีอย่างที่ทุกคนคิด ทั้งยังไม่ได้เล่นเล่ห์อะไรกับเฉินซีด้วย
ตอนนี้เขาโกรธจนถึงขีดสุดแล้ว
“พี่ใหญ่ สมบัตินั่นไม่ธรรมดาขนาดนั้นเลยหรือ?” นักพรตเต๋าหรานเสวี่ยในชุดนักพรตถามขึ้น
“เจ้าไม่เข้าใจหรอก” อีแร้งเนตรมารส่ายหน้าก่อนถอนหายใจออกมา ถึงจะหายโกรธแล้ว แต่หว่างคิ้วก็ยังเจือแววมืดมน
“ในเมื่อเป็นเช่นนั้น หากพวกเราเหล่าพี่น้องสังหารเขาเสีย แล้วชิงสมบัตินั่นมาตอนเจ้าคนที่อยู่ห้องรับรองพิเศษลำดับหนึ่งหมายเลขสามสิบหก ออกมาจากห้อง เช่นนี้ก็แก้ปัญหาได้แล้วไม่ใช่หรือ?” นักพรตเต๋าหรานเสวี่ยตาเป็นประกาย จากนั้นกล่าวว่า “หากทำเช่นนั้น ก็ไม่ต้องเสียผลึกศักดิ์สิทธิ์หลายสิบล้านชิ้น ทั้งห้องประมูลสมุทรทักษิณาเองก็ได้ผลดี”
อีแร้งเนตรมารครุ่นคิดหนัก ผ่านไปนานแล้วจึงเอ่ยขึ้น “ก่อนหน้านี้จักรพรรดิเจิ้นอู่กับจักรพรรดิฉางเล่อเองก็แข่งกันจะเอาหนามลายทองคำเพื่อตอบแทนบุญคุณเด็กนั่น หรือว่า… วันนี้เขาจะมาด้วย?”
นักพรตเต๋าหรานเสวี่ยชะงักไป ได้แต่พยักหน้าแล้วตกสู่ภวังค์ความคิด “นั่นก็เป็นไปได้”
“เรื่องนี้….” นักพรตเต๋าหรานเสวี่ยดูลังเล ไม่คิดเลยว่าเป้าหมายจะมีความสัมพันธ์เช่นนั้นกับจักรพรรดิเจิ้นอู่และจักรพรรดิฉางเล่อ
สองจักรพรรดินี้ไม่ธรรมดา มีอำนาจสูงส่งทั้งคู่ เห็นได้ชัดว่าไม่ควรล่วงเกินพวกเขาเพื่อการสังหารเด็กคนหนึ่ง
“ช่างเถอะ ให้ข้าเป็นคนตัดสินใจก็แล้วกัน ไปสืบตัวตนคนที่อยู่ในห้องรับรองพิเศษลำดับหนึ่งหมายเลขสามสิบหก ก่อนแล้วค่อยชิงสมบัติมา ส่วนเจ้าเด็กนั่น… ค่อยหาโอกาสในอนาคตก็ยังไม่สาย” อีแร้งเนตรมารโบกมือสั่งคล้ายไม่พอใจ
แม้ว่านักพรตเต๋าหรานเสวี่ยจะไม่เต็มใจ แต่เมื่อประเมินสถานการณ์แล้วก็ได้แต่ต้องทำตาม
“ไปแจ้งคนอื่นด้วย เราจะลงมือหลังจากการประมูลจบ ตอนที่เป้าหมายออกจากตลาดมืด” อีแร้งเนตรมารสั่งเสียงต่ำ
…
การประมูลเองก็ยังดำเนินต่อไป
หลังจากสงครามประมูลราคาระหว่างเฉินซีกับอีแร้งเนตรมารจบลง บรรยากาศก็ดุเดือดเป็นอย่างยิ่ง หลายช่วงต่อมาก็ขายของประมูลออกในราคาสูงลิ่วไปได้อีกหลายชิ้น เกิดเป็นความตกตะลึงหลายต่อหลายครั้ง
ทว่าเฉินซีก็ไม่ได้เสนอราคาอะไรอีก
ประการแรก เป็นเพราะเขาไม่ต้องการสมบัติพวกนั้น หรือไม่มันก็อยู่ในระดับสูงเกินกว่าพลังบ่มเพาะตนเอง อย่างน้อยก็ต้องอยู่ขอบเขตมหาราชเทวาถึงจะใช้ได้
ประการที่สอง เป็นเพราะผู้ดูแลหญิงคนงามกลับมาแล้ว ทั้งนางยังไม่ได้กลับมาพร้อมกับสมบัติลับสีดำทรงคล้ายกระดูกนั่นเพียงอย่างเดียว แต่ยังนำน้ำค้างทมิฬศักดิ์สิทธิ์อัคคีพินาศขวดหนึ่งมาด้วย!
ซึ่งเกินความคาดหมายของเฉินซียิ่ง เดิมทีเขาคิดไม่ตกเรื่องสมบัติชิ้นนี้ ใครจะคิดว่าหลังได้เข้าร่วมการประมูล ยังไม่ทันได้เสนอราคาอะไรพวกเขาก็เป็นฝ่ายเอามาเสนอให้เขาก่อนแล้ว
แต่ไม่ทันไร เฉินซีก็เข้าใจ เพราะผู้ดูแลหญิงกลับมาในคราวนี้เพื่อเป็นตัวแทนของผู้มีอำนาจทั้งหลายซึ่งจัดการประมูลขึ้นมา
จึงทำให้เฉินซีเข้าใจในที่สุดว่าที่จัดการประมูลขึ้นก็เพราะได้ประโยชน์จากหนามลายทองคำมามากมาย อีกทั้งสมบัติที่เฉินซีนำมาแลกกับสมบัติรูปร่างคล้ายกระดูกสีดำในครั้งนี้ก็ล้ำค่าเกินไป นั่นคือรากบรรพชนระดับเจ็ด เจ้าของงานจึงตัดสินใจในจังหวะสุดท้ายแล้วมอบน้ำค้างทมิฬศักดิ์สิทธิ์อัคคีพินาศเป็นของกำนัล
เหตุใดจึงเป็นน้ำค้างทมิฬศักดิ์สิทธิ์อัคคีพินาศ?
ก็คงเป็นเพราะพวกเขาเดาได้แล้วว่าเฉินซีเป็นเจ้าของคำจ้างนั่น ถึงขั้นที่จักรพรรดิฉางเล่อเองก็เคยบอกใบ้ไว้นานแล้ว
อย่างไรจักรพรรดิฉางเล่อก็เป็นจ้าวเอกภพสมุทรทักษิณา มีหรือจะไร้สัมพันธ์กับห้องประมูลสมุทรทักษิณา?
คนอื่นอาจไม่รู้ตัวตนของเฉินซี แต่เขารู้ดีว่าเฉินซีเข้าอารามไท่ชูไปในวันนั้น มีความสัมพันธ์ไม่ธรรมดากับปรมาจารย์อาราม
เมื่อรวมทุกสิ่งเข้าด้วยกันแล้ว จึงทำให้ห้องประมูลสมุทรทักษิณาไม่กล้าล่วงเกินเฉินซี อาจเป็นเพราะสาเหตุนี้พวกเขาจึงเป็นฝ่ายมอบน้ำค้างทมิฬศักดิ์สิทธิ์อัคคีพินาศให้เขาก่อน
ตอนนี้เหล่าไป๋กำลังพินิจพิเคราะห์สมบัติลึกลับด้วยความตั้งใจ ตาเขาเป็นประกาย ปากก็เหมือนพึมพำบางอย่าง ดูมีสมาธิกับมันมากโดยไม่สนใจรอบกายเลย
เฉินซีไม่ได้ไปกวนเหล่าไป๋ แต่เขาไม่ได้สนใจการประมูลไปตั้งนานแล้ว
หลังจากได้หนามลายทองคำและน้ำค้างทมิฬศักดิ์สิทธิ์อัคคีพินาศมาแล้ว เฉินซีก็รวบรวมวัตถุเทวะได้ครบเสียที
ด้วยเหตุนี้ เรื่องเดียวในใจเขาตอนนี้คือการรีบกลับอารามไท่ชูแล้วนำของทั้งหมดให้ท่านเทพธิดา
ในเงื่อนไขสามข้อของท่านเทพธิดานั้น เฉินซีทำสำเร็จไปสองข้อแล้ว เหลือเพียงข้อสุดท้ายเท่านั้น คือการรั้งอยู่ที่สวนศักดิ์สิทธิ์ไท่ชูเพื่อปกป้องมันเป็นเวลาห้าปี
นับว่าไม่ใช่เรื่องยากสำหรับเฉินซีแต่อย่างไร
ที่สำคัญ ศิษย์พี่ใหญ่อู๋เซวี่ยฉานก็เคยกล่าวไว้ว่า เขาต้องใช้เวลาอย่างน้อยไม่ห้าปีก็สิบปีกว่าจะกลับมารับเฉินซีกลับสู่เขาเทพพยากรณ์ได้!
…
“ชิ้นต่อไปจะเป็นสมบัติชิ้นสุดท้ายแล้ว ทุกคนคงตั้งตารอเวลานี้กันอยู่สินะเจ้าคะ” ทันใดนั้น น้ำเสียงไพเราะของหญิงสาวก็ดังขึ้น ดึงเฉินซีออกจากภวังค์ความคิดได้ทันที ทำให้เขาแหงนหน้าขึ้นไปมองห้องโถง
“อ้อ ให้บรรพชนเช่นข้าดูหน่อยสิว่าสมบัติชิ้นสุดท้ายคืออะไร….” เหล่าไป๋เองก็แหงนหน้ามองด้วยความสนใจเช่นกัน
ตอนนี้ไม่เพียงเหล่าไป๋เท่านั้นที่ตั้งใจรอดู แต่ทุกคนถึงกับกลั้นใจรอสมบัติชิ้นสุดท้ายกันแล้ว