ตอนที่ 1759
บทที่ 1759 จักรพรรดิเมี่ยวเฟิง
October 21, 2026
บทที่ 1759 จักรพรรดิเมี่ยวเฟิง
………………..
บทที่ 1759 จักรพรรดิเมี่ยวเฟิง
เปรี้ยง! เปรี้ยง! เปรี้ยง!
ก้อนโลหิตก้อนแล้วก้อนเล่าระเบิดออกดุจดอกไม้ไฟกลางท้องนภาอันพร่างพราว เหตุอันน่าสะพรึงกลัวทว่างดงามนี้ส่งกลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งสะท้านถึงหัวใจ
เพียงพริบตา นักพรตเต๋าหรานเสวี่ย บรรพชนโลหิตเขียว และฉางเฮิ่นก็ถูกกำจัดลงตามกัน พวกเขาตกตายโดยไม่เหลือซาก เผชิญจุดจบอันน่าสะพรึงยิ่ง
แม้จะเป็นในวาระสุดท้าย พวกเขาก็ยังไม่คาดคิดว่าเป้าหมายหนนี้ซึ่งเป็นเพียงบุคคลขอบเขตบรรพเทวารู้แจ้งจักรวาลขั้นต้น จะมีอำนาจต่อสู้ท้าทายสวรรค์เพียงนี้!
อีแร้งเนตรมารเห็นเรื่องทั้งหมด ร่างของเขาหนาวเยือก ริมฝีปากสั่นสะท้าน แสดงชัดว่าในใจเขาตกตะลึงเพียงไร
เขากล่าวมาแต่แรกว่าพวกเขาควรสืบเรื่องเกี่ยวกับเป้าหมายก่อนลงมือ น่าเสียดายที่พวกเขาทั้งหลายล้วนตามืดบอดไปกับความปรารถนา และมาถึงจุดจบเช่นนี้
ไม่อาจกล่าวได้ว่าเขาควรโศกเศร้าหรือเดือดดาล ขณะนี้อีแร้งเนตรมารเผยความเยือกเย็นอย่างน่าประหลาด
“ไอ้หนู เจ้าต้องชดใช้!” ฉับพลัน อีแร้งเนตรมารก็ปลดผ้าปิดตาซ้ายสีดำออก หันกลับมามองเฉินซี
นั่นมันนัยน์ตาอะไรกัน?
มันเป็นสีเขียวดุจมรกต เต็มไปด้วยประกายลึกล้ำงดงาม ยิ่งกว่านั้นยังเจือด้วยอำนาจลึกลับอันคลุมเครือ ย้อมบริเวณรอบข้างเขาเป็นสีเขียวสด กวนมิติสะท้านเทิ้มไม่สิ้นสุด
นี่คืออำนาจแห่งเนตรซ้ายของอีแร้งเนตรมาร โจรร้ายผู้มีที่มาลึกลับ และเป็นนายใหญ่ของกองโจรดาราปักษารัตติกาลผู้ก่อกรรมทำเข็ญนับไม่ถ้วนมาช้านาน
ขณะเดียวกัน ตาซ้ายของเขาซึ่งไม่เคยถูกผู้ใดพบเห็นก็ถูกปกคลุมด้วยม่านปริศนา เรียกกันว่าเนตรมาร
เมื่อเห็นเนตรซ้ายสีเขียวมรกตอันแปลกประหลาดของอีแร้งเนตรมาร หัวใจของเฉินซีก็สั่นสะท้านอย่างช่วยไม่ได้ ขณะนี้เขากระทั่งรู้สึกเหมือนมีผู้มองทะลุความลับ ณ ก้นบึ้งแห่งหัวใจ รู้สึกอึดอัดไปทั้งกาย
ขณะที่เขากำลังจะจู่โจมบุคคลผู้เต็มไปด้วยปริศนานี้เอง
เปรี๊ยะ!
ทว่าอึดใจนี้เอง ดวงตาซ้ายของอีแร้งเนตรมารก็ระเบิดเป็นเสี่ยงเฉียบพลัน โลหิตเขียวเข้มหลั่งริน เป็นเหตุการณ์ที่น่าตกใจไม่น้อย
ขณะเดียวกัน ตัวเขาก็เปล่งเสียงร้องโหยหวนอย่างน่าเวทนา สองมือกุมศีรษะ ดูรวดร้าวสาหัสจนทั่วร่างกระตุกเกร็ง
“เจ้า… เจ้า… ที่แท้เจ้าก็คือ… ผู้ช่วงชิง! มิน่าเล่า มิน่าเจ้าจึงแย่งกะโหลกจ้าววิญญาณอาถรรพ์กับข้า… ช่าง… แค้นนัก!!” อีแร้งเนตรมารแผดเสียงสนั่นด้วยความตะลึงระคนเดือดดาล เขาเจียนบ้ารอมร่อและเหมือนสังเกตเห็นบางอย่างอันไม่อาจนิยาม จึงแผดเสียงไม่หยุดปาก
ร่างของเขาดูเหมือนเริ่มแผดผลาญ ประหนึ่งหลอมละลายสู่ความไม่มี ทำให้เสียงของเขาฟังดูรวดร้าวทรมานสุดขีดและกระท่อนกระแท่น
ดวงตาของเฉินซีหรี่ลง ในใจตะลึงประหลาดใจเล็กน้อย หรือเนตรมารของเจ้านี่จะระเบิดเป็นเสี่ยงเพราะข้า จึงทำให้เขาตกอยู่ในสภาพเช่นนี้?
“ฮ่า ๆ ๆ! ต่อให้ข้าต้องตาย เจ้าก็ชะตาไม่ต่างจากข้านัก! ฮ่า ๆ ๆ….” ท่ามกลางเสียงแผดหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง ร่างของอีแร้งเนตรมารถูกแผดผลาญสู่ความไม่มี เหลือเพียงเสียงของเขาที่กึกก้องในท้องนภาอันจรัสจ้า
หลังประจักษ์เรื่องทั้งหมดนี้ เฉินซีก็อดเงียบเสียงครุ่นคิดหนักมิได้
ยามนี้เอง เขาจึงเข้าใจว่าอีแร้งเนตรมารคือคนในห้องรับรองพิเศษลำดับสามหมายเลขสิบเก้าที่ประมูลแย่งกะโหลกจ้าววิญญาณอาถรรพ์กับเขา
ปรากฏว่าคนผู้นี้จงใจวางอุบายดักเขา และกระทั่งมีเจตนาฆ่าตัวเขามานานแล้ว ซึ่งจุดประสงค์ของอีแร้งเนตรมารย่อมเป็นการชิงกระดูกต้นกำเนิดของจ้าววิญญาณอาถรรพ์
สิ่งนี้ทำให้เขาคิดออกได้ไม่ยากว่าคนเหล่านี้มาซุ่มโจมตีอยู่ที่นี่นานแล้ว เพราะเป้าหมายของคนเหล่านี้ก็คือเขาเอง
เนตรประหลาดนั้นเห็นอะไรจากข้า? เหตุใดจู่ ๆ เขาจึงตกตายสาบสูญจากโลกหล้าไปเช่นนี้?
หากอีแร้งเนตรมารไม่ตาย บางทีเฉินซีคงคร้านเกินสนใจเรื่องทั้งหมดนี้ แต่เห็นได้ชัดว่าเขาไร้ทางเลือก นอกจากต้องพินิจข้อมูลจากปัจฉิมวาจาของอีแร้งเนตรมารอย่างจริงจัง
ถึงขนาดที่เฉินซีต้องหวนนึกถึงเตาหลอมแห่งชะตากรรมขึ้นมา แล้วนึกถึงภัยพิบัติที่เหล่าไป๋กล่าวถึง….
ทันใดนั้น เฉินซีก็เลิกคิ้ว มองไปยังท้องนภาอันพร่างพราวไกลออกไป
ขณะนี้เองที่หมู่เมฆอันเรืองรองทะยานสู่ฟ้า ประหนึ่งดวงตะวันเจิดจรัสเคลื่อนผ่าน สาดส่องแสงเจิดจรัสโรจน์รุ่ง
หมู่เมฆประคองร่างทรงอำนาจร่างหนึ่งท่ามกลางรัศมีศักดิ์สิทธิ์เอาไว้ ทำให้ผู้อื่นไม่อาจเห็นรูปลักษณ์ของเขาได้ชัดเจน ทว่าปราณทรงพลังของคนผู้นั้นยิ่งยงสูงส่งเหนือโลกหล้า ทำให้ฟ้าดินหม่นแสงยามเผชิญหน้า
ม่านตาของเฉินซีหดตัวทันใด หากเข้าใจไม่ผิด นี่ก็คือจักรพรรดิเมี่ยวเฟิงจากเกาะนภาเมฆินทร์แห่งเอกภพสมุทรทักษิณา!
ระหว่างการประมูลในตลาดมืด เฉินซีจำได้ชัดเจนว่าจักรพรรดิเมี่ยวเฟิงประมูลชนะสมบัติวิญญาณธรรมชาติชิ้นหนึ่ง ซึ่งก็คือกระบี่เต๋าแผ่ไพศาล