ตอนที่ 1777
บทที่ 1777 ป้ายวิญญาณ
October 21, 2026
บทที่ 1777 ป้ายวิญญาณ
………………..
บทที่ 1777 ป้ายวิญญาณ
ในท้องนภาพร่างพราวอันไร้ขอบเขต
วูบ!
หนึ่งคลื่นมิติสั่นเทิ้ม ก่อนที่หนึ่งเส้นทางจะทอดตัวจากในสุญญะ ไม่นานจากนั้น ร่างของเฉินซี เยี่ยเหยียน และเป่าน้อยก็เดินออกมาจากเบื้องลึก
เฉินซีมองไปรอบ ๆ พลางเอ่ยปาก “นี่คือเอกภพหยกอินทนิล?”
เยี่ยเหยียนตอบ “ใช่ หากเราเดินทางจากที่นี่ ก็จะผ่านแค่สิบหกเอกภพก่อนจะไปถึงเอกภพจักรวรรดิ”
แตกต่างจากทางลับสู่สวนศักดิ์สิทธิ์ไท่ชูจากในเอกภพสมุทรทักษิณา ทางลับที่กลุ่มของเฉินซีใช้ในหนนี้เป็นทางลับที่เยี่ยเหยียนใช้เดินทางสู่อารามไท่ชู
เป่าน้อยเบิกตากว้าง พินิจไปรอบข้างอย่างอยากรู้อยากเห็น มันฉีกยิ้มกว้างอย่างตื่นเต้น
นี่เป็นครั้งแรกที่ได้ออกจากสวนศักดิ์สิทธิ์ไท่ชู มันจึงดูอยากรู้อยากเห็นไปเสียทุกสิ่ง
เยี่ยเหยียนพยักหน้า เตรียมออกเดินทาง
ทันใดนั้น เฉินซีก็เลิกคิ้ว หยุดนางไว้ “ช้าก่อน”
วูบ!
ไม่ทันสิ้นคำ คลื่นกระเพื่อมสายหนึ่งก็แผ่ออกมาจากไกล ๆ สาดรัศมีศักดิ์สิทธิ์เรืองรอง ก่อนที่ร่างหนึ่งจะปรากฏขึ้น
คิ้วของคนผู้นี้คมกริบดุจกระบี่ สวมชุดคลุมสีดำตัวหลวม นอกจากนั้นยังให้บรรยากาศเรียบง่ายเฉื่อยชา
ดวงตาของเฉินซีหรี่ลง ปราณของชายชุดดำผู้นี้ร้ายกาจนัก ดูด้อยกว่าเส้าเฮ่าอวี่เพียงเล็กน้อย ดังนั้นอีกฝ่ายก็น่าจะติดอันดับในเทียบอันดับรู้แจ้งจักรวาลเช่นกัน
แต่เฉินซีนึกฉงนว่าเหตุใดตัวตนอันถือได้ว่าเจิดจรัสโดดเด่นจึงมาอยู่ในที่เช่นนี้ หรืออีกฝ่ายจะรอพวกเขาอยู่ก่อนแล้ว?
อึดใจต่อมา เฉินซีก็ได้คำตอบ
“น้องหญิง หายไปเกือบสามปี ในที่สุดเจ้าก็ปรากฏตัว” ชายชุดดำเดินบนท้องนภาอันเรืองรองขณะปากรำพึง เผยสีหน้าสะเทือนใจเล็กน้อย
เยี่ยเหยียนดูประหลาดใจเล็กน้อย ทว่าสีหน้ากลับง้ำงอแทนที่จะปรีดายามพบญาติร่วมสายเลือด และกล่าวขึ้นเสียงเย็น “เยี่ยเฟิง เจ้ามาที่นี่ทำไม?”
“ข้าไม่ได้เพิ่งมานะ รออยู่ที่นี่มาสามปีแล้วต่างหาก” เยี่ยเฟิงกล่าวเนิบ ๆ “เดิมที ข้านึกว่าเจ้ามีอันเป็นไปในอารามไท่ชูเสียแล้ว แต่ใครเล่าจะคิดว่า… เจ้าจะยังมีชีวิตอยู่ น่าประหลาดใจจริง ๆ”
ใบหน้าของเยี่ยเหยียนเจือความเย็นเยือก “เจ้าหมายความเช่นไร?”
“ข้าหมายความเช่นไร? ข้าต่างหากที่ต้องถาม เหตุใดข้อตกลงแต่งงานระหว่างฮุ่ยฉงและเส้าเฮ่าอวี่จึงถูกทำลาย?” พริบตานั้น รอยยิ้มเรื่อยเฉื่อยที่มุมปากเยี่ยเฟิงก็เลือนหายไป ดวงตาคมกริบดุจอัสนีจับจ้องเยี่ยเหยียนอย่างเย็นเยียบ “เจ้ารู้หรือไม่ว่าการทำลายข้อตกลงแต่งงานทำให้ตระกูลเยี่ยของเราลำบากแค่ไหน!?”
“เจ้าก็เลยมากล่าวโทษข้าที่นี่น่ะหรือ?” หัวใจของเยี่ยเหยียนดิ่งวูบ นางไม่คาดเลยว่าจะต้องเผชิญสถานการณ์เช่นนี้ยามเพิ่งออกมาจากอารามไท่ชู
ขณะเดียวกัน เฉินซีอดประหลาดใจน้อย ๆ มิได้ ไม่อาจคาดเดาความสัมพันธ์ระหว่างเยี่ยเหยียนและเยี่ยเฟิงกระจ่าง พวกเขาเป็นพี่น้องกันแท้ ๆ แต่กลับปฏิบัติต่อกันเช่นศัตรู
แต่สิ่งนี้ก็ทำให้เฉินซีตระหนักเสียที ว่าเหตุใดเยี่ยเหยียนจึงยอมไปสู่เขาเทพพยากรณ์ดีกว่ากลับตระกูลเยี่ย
นางคงตระหนักอยู่แล้ว ว่าหลังทำลายสัญญาแต่งงานและฆ่ากลุ่มของเส้าเฮ่าอวี่ นางจะไม่เพียงไร้ที่ยืนในนิกายอำนาจเทวะ แต่รวมถึงตระกูลเยี่ยเช่นกัน
สิ่งนี้แสดงให้เห็นอย่างไม่ต้องสงสัยว่า การทำลายสัญญาแต่งงานนี้ทำให้ตระกูลเยี่ยเดือดร้อนไม่น้อย
“กล่าวโทษเจ้า? เปล่าเลย ข้าแค่อยากยืนยันเท่านั้นว่าผู้ใดกันแน่ทำลายสัญญาแต่งงาน” เยี่ยเฟิงพูดเสียงเบา
เยี่ยเหยียนแค่นยิ้ม “เจ้าคิดว่าข้าจะบอกหรือ?”
“ข้าลืมบอกไป ความผิดพลาดของเจ้าทำให้ตระกูลเยี่ยของเราโกรธเคืองกันทั้งตระกูล หากเจ้ายังไม่ยอมรับผิด ก็อย่าโทษพี่ชายอย่างข้าที่จับตัวเจ้ากลับตระกูลด้วยตนเอง!” สีหน้าของเยี่ยเฟิงไร้อารมณ์ ดวงตาเรืองประกายเย็นเยียบ “หลังจากข้าจับเจ้ากลับตระกูล ก็สายเกินเสียใจแล้วนะ”
ทุกถ้อยคำเต็มไปด้วยจิตสังหาร ทำให้บรรยากาศตึงเครียด กรุ่นไอสงครามเฉียบพลัน
“พวกเจ้า… มีสัมพันธ์กันเช่นไรแน่?” เฉินซีโพล่งถาม
“จากความสัมพันธ์ทางสายเลือด เขาเป็นญาติผู้พี่ของข้า แต่เขาก็เป็นปรปักษ์กับข้าเสมอมานับแต่แม่ข้าถูกสังหารยามข้ายังเด็ก แต่เพื่อความอยู่รอด ข้าจึงไม่เคยกล่าวถึงเรื่องนี้มาตลอดหลายปี เพราะตระหนักดีว่าหากพูดไป อย่าว่าแต่จะล้างแค้นให้แม่ข้า เขากับบิดาคงฆ่าข้าไปแล้ว” เสียงของเยี่ยเหยียนเหมือนถูกเค้นลอดไรฟัน สีหน้าเย็นเยียบชวนสะพรึง
นางซ่อนความลับนี้ไว้ในใจเสมอมา ไร้ผู้ใดล่วงรู้ แต่ยามนี้ นางสะบั้นทุกสัมพันธ์กับตระกูลเยี่ยและนิกายอำนาจเทวะ จึงไม่คิดทำร้ายตนอีกต่อไป
ชั่วขณะนั้น เฉินซีอดรู้สึกสงสารเยี่ยเหยียนขึ้นมาไม่ได้ ญาติร่วมสายเลือดกลายเป็นศัตรู ความรู้สึกเช่นนี้ย่อมไม่น่าพิสมัย
ขณะนี้กระทั่งสีหน้าของเยี่ยเฟิงยังแปรเปลี่ยนเฉียบพลัน ดูจะประหลาดใจเล็กน้อย ขณะตำหนิเสียงแข็ง “ไร้สาระ! เยี่ยเหยียน ข้าว่าเจ้าบ้าไปแล้ว!”
“อะไร? กล้าทำไม่กล้ารับหรือ?” สีหน้าของเยี่ยเหยียนยิ่งทวีความเย็นเยียบ เสียงของนางเต็มไปด้วยคำเย้าเยาะและความแค้นสุดขีด
“เหลวไหล! เจ้าทำให้ตระกูลอับอายโดยแท้!”