ตอนที่ 1781
บทที่ 1781 รับมือมหาราชเทวา
October 21, 2026
บทที่ 1781 รับมือมหาราชเทวา
………………..
บทที่ 1781 รับมือมหาราชเทวา
ในทันทีที่ตัวตนของเฉินซีถูกเปิดเผย เขาก็ตระหนักได้อย่างรวดเร็วว่าวันนี้คงจบไม่สวยแน่นอน
ด้วยเหตุนี้ ครั้นเมื่อเปิดการโจมตี เขาจึงตัดสินใจที่จะยุติการต่อสู้อย่างรวดเร็วและพยายามฝ่าวงล้อมออกไป และเพื่อให้เป็นไปตามที่คาดการณ์ ชายหนุ่มไม่ลังเลที่จะทุ่มพละกำลังอย่างสุดตัว
ด้วยเหตุนี้ เขาจึงลงมือสังหารเยี่ยอวิ๋นหลงภายในกระบี่เดียว
และด้วยเหตุนี้ เขาจึงตัดแขนของชายชราอ้วนเตี้ยผู้นั้น แน่นอน ที่เขาทำเช่นนี้ก็ด้วยตั้งใจจะปลิดชีพของอีกฝ่าย
อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ที่ผกผันไปนั้นเกินกว่าความคาดหมายของเฉินซีไปมาก เหล่าบรรพเทวารู้แจ้งจักรวาลของตระกูลเยี่ยแข็งแกร่งกว่าที่คาดไว้ ไม่เพียงเท่านั้น ความเร็วในการตอบสนองยังอยู่ในระดับสูงสุด ทำให้แผนฝ่าวงล้อมของเขาเป็นอันต้องล้มเหลว
ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ เฉินซีตัดสินใจในทันทีว่าเขาจะต้องจัดการกับเหล่าบรรพเทวารู้แจ้งจักรวาลเหล่านี้เสียก่อนที่จะดำเนินแผนอื่นต่อ ๆ ไป
ดังนั้นชายหนุ่มจึงสำแดงพลังขอบเขตจักรพรรดิกระบี่ขั้นสองในฉับพลันที่การปะทะได้อุบัติขึ้น การโจมตีเพียงครั้งเดียวของ ‘เชือดเฉือนกาสร’ ได้กวาดทำลายศัตรูไปหมดสิ้น
ทว่าด้วยวิธีนี้ มันก็ทำให้ชายหนุ่มสูญเสียโอกาสที่จะหลบหนีไปโดยสิ้นเชิง กระนั้นนี่ก็เป็นสิ่งที่เขาคิดไว้มาตั้งแต่ต้น ด้วยเหตุนี้เฉินซีจึงไร้ซึ่งความตระหนกเมื่อต้องเผชิญหน้ากับจักรพรรดิหนานตู้ผู้ถูกโทสะครอบงำ
ถึงอย่างนั้น เฉินซีก็ไม่กล้าที่จะประมาทเลยแม้แต่น้อย
ในช่วงเวลาหนึ่งขณะที่เขายังดำรงอยู่ในขอบเขตเทวารู้แจ้งวิญญาณ เขาได้ประสบพบพานกับความฉกาจของผู้เยี่ยมยุทธ์ขอบเขตมหาราชเทวาที่ชายฝั่งมหาสมุทรสุสานเทวะ นอกเมืองเฟิงฉี ยามนั้นเขาต้องเผชิญหน้ากับมหาราชเทวาแห่งตระกูลลั่ว จักรพรรดิชงโตว!
ในครานั้น แค่วาจาเพียงประโยคเดียวจากมหาราชเทวาก็ทำเฉินซีรู้สึกไร้พลัง มีเพียงจำนนสยบยอมเท่านั้น หากจักรพรรดินีอวี้เชอมาช่วยไม่ทัน ผลที่ตามมาก็ยากเกินกว่าจะจินตนาการ
หลังจากนั้น ก่อนที่เข้าจะบรรลุขอบเขตบรรพเทวารู้แจ้งจักรวาล การสนทนาระหว่างเขากับจักรพรรดินีอวี้เชอก็ทำให้เขาเข้าใจลึกซึ้งถึงขอบเขตมหาราชเทวายิ่งขึ้น เขาเข้าใจถึงความต่างชั้นระหว่างขอบเขตบรรพเทวารู้แจ้งจักรวาลและขอบเขตมหาราชเทวาอย่างชัดแจ้ง
ตัวอย่างเช่น ขอบเขตมหาราชเทวานั้นถือได้ว่าเป็นพลังที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในแดนเทพโบราณ พวกเขาทั้งหมดเป็นนายเหนือหัวซึ่งไม่มีผู้ใดเทียบเทียมได้ การที่พวกเขาสามารถควบคุมเต๋าทั้งหลายได้มากมายนั้น ก็ทำให้พวกเขาสามารถใช้พลังของโลก หรือแม้กระทั่งทำลายล้างโลกได้เลยทีเดียว
เมื่อต้องเผชิญหน้ากับขอบเขตมหาราชเทวาแล้ว ก็มีแต่ต้องยอมจำนนเท่านั้น!
แม้ว่าเฉินซีจะก้าวเข้าสู่ขอบเขตบรรพเทวารู้แจ้งจักรวาลขั้นกลาง แม้จะได้ครอบครองฐานพลังที่สร้างขึ้นจากรากเต๋าวิภูจักรวรรดิ แม้จะสำเร็จสัจหฤทัยสูตรระดับที่สอง และแม้ว่าจะครอบครองความแข็งแกร่งในการต่อสู้ที่ไม่มีผู้ใดเทียบเทียม ทว่าหากเทียบกันแล้ว เฉินซีก็ยังคงไม่มีทางเลือกอื่นนอกไปเสียการการระมัดระวังตัวให้หนักเมื่อต้องเผชิญหน้ากับจักรพรรดิหนานตู้แห่งตระกูลเยี่ย
เฉินซีไม่อาจประมาทได้เป็นเด็ดขาด
ความกดดันอันน่าสะพรึงกลัวปกคลุมไปทั่วบริเวณราวหมอกมัว
นัยน์ตาของจักรพรรดิหนานตู้ที่ฉายแววขมึงทึงนั่นดูคล้ายกับตะวันและจันทราที่ส่องสว่างท่ามกลางกาลเวลาแปรผัน รัศมีที่น่าเกรงขามเปล่งประกายไปทั่วร่างกาย มันทำให้ท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาวอันกว้างใหญ่ตกสู่บรรยากาศเงียบงันชวนหวั่นหวาด
ทั้งอวกาศ แสง อุกกาบาต ฝุ่นละออง สายลม ดวงดาว… ทุกสรรพสิ่งล้วนสะท้านไหว คล้ายว่าพวกมันได้ยอมจำนนต่อเขาสิ้น
ยามจักรพรรดิพิโรธ ศพเรือนล้านเกลื่อนกลาด จักรพรรดิหนานตู้เป็นถึงมหาราชเทวาในหมู่ทวยเทพ ยามโกรธแค้น พลังและรัศมีที่เผยย่อมไม่อาจเป็นเฉกเช่นคนธรรมดาได้
ตอนนี้เอง ท่าทีของเฉินซีตึงเครียดขึ้นอย่างมาก ดวงตาลุกโชนไปด้วยแสงเยือกเย็น ราวกับกำลังขบคิดถึงบางสิ่งขณะที่สะสมความแข็งแกร่งเอาไว้
ร่างกายของเขาเต็มไปด้วยรัศมีศักดิ์สิทธิ์มากมาย ยันต์เทวะอนันต์ภายในจักรวาลร่างกายโคจรอย่างเต็มกำลัง ทำให้ทุกอณูผิวหนังคล้ายถูกแผดผลาญด้วยไฟกัลป์ ทั้งวิญญาณ พลัง และแก่นแท้ถูกกลั่นเกลาพร้อมที่จะปะทุตัวได้ทุกเมื่อ
“ไอ้เจ้าเด็กบัดซบเอ๊ย! เจ้ารู้หรือไม่ว่าเดิมทีข้าไม่ได้คิดจะฆ่าเจ้าเลยแม้แต่น้อย อย่างไรข้าก็เพียงแคลงในชาติกำเนิดของเจ้า และต้องการจับตัวเจ้าไปเพื่อในสิ่งที่ประสงค์ลุล่วงเท่านั้น” เสียงของจักรพรรดิหนานตู้ดังหนักแน่น เผยให้เห็นถึงจิตสังหารที่เยือกเย็นน่าสะพรึงกลัวที่กระแทกเข้ากับใบหน้าของผู้ฟัง
“ให้ตายเถิด เจ้าก็ไม่น่ามาสังหารคนตระกูลเยี่ยของข้าไปมากมายถึงเพียงนี้เลย หากข้าไม่กำจัดเจ้าให้สิ้นซากในครานี้ ข้าจะมีหน้าไปสู้ใครอื่นได้อีกหรือ?” ร่างกายของจักรพรรดิหนานตู้เอ่อล้นซึ่งจิตสังหารพลุ่งพล่าน เสียงของเขาเป็นเหมือนเสียงฟ้าคำรนที่สั่นสะเทือนทุกสรรพสิ่ง “หากเจ้ามาจากเขาเทพพยากรณ์จริง ๆ ในยามที่เจ้าตายไปแล้ว จะมีผู้ใดในโลกนี้รู้หรือไม่ว่าข้าเป็นคนที่ฆ่าเจ้าน่ะ?”
กล่าวอีกนัยหนึ่ง เฉินซีไม่อาจหลบหนีได้อีกต่อไป หากไม่มีจักรพรรดิคนใดเข้ามาให้ความช่วยเหลือ!
ดวงตาของเฉินซีหรี่แคบลง ชายหนุ่มสังเกตเห็นถึงการเปลี่ยนแปลงของบรรยากาศโดยรอบ กระนั้น สิ่งเหล่านี้ก็หาได้ทำให้เขารู้สึกกระวนกระวายใจไม่ หากพูดด้วยเสียงเฉยเมยเป็นการตอบโต้เท่านั้น “จะฆ่าข้านั้นไม่ง่าย หากไม่ระวังให้ดีชีวิตต่ำต้อยของเจ้าคงถึงคราวดับสิ้น!”
ชีวิตต่ำต้อย! เมื่อจักรพรรดิหนานตู้ได้ยินคำดูถูกนั่น ก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมาด้วยความโกรธอย่างถึงขีดสุด มันเหมือนกับท้องฟ้าที่กำลังคำรามท่ามกลางลมพายุ
“ฮ่า ๆ ๆ! ศิษย์ของเขาเทพพยากรณ์ช่างไม่ธรรมดาจริง ๆ ตั้งแต่ที่ข้าได้บรรลุขอบเขตมหาราชเทวาจนถึงตอนนี้ เจ้าเป็นคนแรกเลยนะที่กล้าพูดจาท้าทายข้าเช่นนี้!” สิ้นวาจา จักรพรรดิหนานตู้ก็สูดหายใจลึก รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมปรากฏขึ้นเหนือมุมปาก
ตึง!
การโจมตีของเขาฉับไวเกินกว่าจะตั้งตัว ฝ่ามือที่หนากว้างราวกับพัดธูปฤาษีกวาดผ่านอากาศเบาบาง
เพียงพริบตา พื้นที่มิติก็พลันทลายลง พลังฉีกกระชากอันน่าสะพรึงกลัวปะทุคลั่งและพุ่งเข้าไปโจมตีเฉินซีด้วยหมายมุ่งที่จะบดขยี้ร่างให้แหลกเป็นผุยผง
การโจมตีครั้งนี้เปี่ยมไปด้วยพลังที่ยากจะจินตนาการ ทุกที่ที่มันเคลื่อนผ่านไป ทุกสรรพสิ่งเหลือเพียงธุลีละออง แม้แต่ห้วงมิติยังกลืนกลับสู่ความโกลาหล
นี่คือพลังของมหาราชเทวา!
ทันทีที่การโจมตีถูกเปิดฉาก มันก็เพียงพอแล้วที่จะควบคุมเต๋าทั้งหลายและทำลายโลกา
…
นี่เป็นครั้งแรกที่เฉินซีได้เผชิญหน้ากับจักรพรรดิซึ่งเต็มไปด้วยความโกรธแค้นหลังจากที่บรรลุขอบเขตบรรพเทวารู้แจ้งจักรวาล ความน่าสะพรึงกลัวของมันทำให้ร่างกายของเขาแข็งทื่ออย่างช่วยไม่ได้
ขวับ!