ตอนที่ 1792
บทที่ 1792 วิชาบัญชามังกร
October 21, 2026
บทที่ 1792 วิชาบัญชามังกร
………………..
บทที่ 1792 วิชาบัญชามังกร
เฉินซีจึงรีบลุกขึ้นแล้วพาเป่าน้อยกับเหล่าไป๋เคลื่อนมิติไปด้วยกัน
ฟ่าว!
แรงกระเพื่อมห้วงมิติตีตัวออก กระจายผ่านสุสานมวลมังกรอันเยือกเย็นและเงียบงัน
เมื่อเคลื่อนกายผ่านซากร่างมังกรมากมาย พวกเฉินซีก็เหมือนเป็นแค่แมลงตัวน้อยนิดเท่านั้น
ไม่อาจรู้ได้เลยว่าเหล่ามังกรที่เคยอาศัยอยู่ในกลุ่มดาววิญญาณจรคิดอะไรอยู่ถึงได้ปล่อยให้ตนเองถูกฝังไปพร้อมกับมหาเทพเต๋าบรรพมังกรเช่นนี้
โครงกระดูกมังกรนั้นเป็นของล้ำค่าหายากยิ่ง หากเป็นโลกภายนอกคนคงแทบฆ่ากันตายเพื่อให้ได้มา…. เฉินซีเห็นแล้วก็ถอนหายใจ หากไม่รู้ว่าการสัมผัสโครงกระดูกพวกนี้จะทำให้เกิดเรื่องร้ายขึ้น ก็คงไม่อาจยั้งตัวเองแล้วเก็บรวบรวมพวกมันไว้แล้ว
“ไปทางนั้น” เหล่าไป๋คอยนำทาง ด้วยใช้สำเนียงมังกรสื่อสารกับจิตที่ยังหลงเหลืออยู่ของมังกรมายา ดังนั้นจึงรู้ทุกอย่างที่นี่ดี
แต่เฉินซีก็เห็นว่าเส้นทางที่เหล่าไป๋กำลังนำไปเป็นเส้นทางเดียวกับของพวกจักรพรรดิไท่จิ้ง
…
กรร! กรร! กรร!
เกือบเค่อต่อมา ก็พลันได้ยินเสียงคำรามอันลึกลับหนักหน่วงเต็มไปด้วยจิตสังหารดังก้องมาจากที่ไกล
เฉินซีหรี่ตาลงทันใด
หลังจากมุ่งหน้าเข้าไปอีกหน่อย พวกเขาก็ออกจากพื้นที่สุสานมวลมังกร ปรากฏเป็นพื้นที่เงียบสงัดอันกว้างใหญ่สู่สายตา
ไม่มีดารา ไม่มีแสง ไม่มีเสียง เหมือนเป็นพื้นที่ที่ไร้ซึ่งความมีชีวิตชีวาใด มีเพียงเส้นทางที่เต็มไปด้วยโครงกระดูกสีขาวดั่งหิมะทอดยาวไปไกลสุดลูกหูลูกตา คล้ายว่าเป็นเส้นทางไร้จุดจบ
เสียงคำรามอันลึกลับที่เต็มไปด้วยจิตสังหารดังมาจากกองกระดูกพวกนั้น
มันเป็นภาพน่าผวานัก ท่ามกลางห้วงอากาศว่างเปล่าอันดับมืด มีเพียงเส้นทางกระดูกนี้ที่ปรากฏ พร้อมกับเสียงคำรามลึกลับดังคลอ เหมือนในอดีตที่นี่เคยเกิดสงครามครั้งใหญ่ จิตสังหารในสงครามนั้นยังคงไม่สลายหายไปจนถึงวันนี้
“นี่คือเสียงคำรามรบของเผ่ามังกร แปลง่าย ๆ ว่า ‘สังหาร’!” เหล่าไป๋มีสีหน้าเคร่งขรึมยามอธิบาย “เฉินซี เจ้ายังจำตอนที่อยู่ภูเขาศักดิ์สิทธิ์ของปรมาจารย์เซวียนเมื่อหลายปีก่อนได้หรือไม่?”
เฉินซีพยักหน้า จนถึงตอนนี้เขาก็ยังจำได้ว่ามีจิตศึกจำนวนมากถูกกักอยู่บนภูเขานั้น ทั้งหมดล้วนเคยเป็นเทพที่เจ้าแห่งยุคหมานกู่ เซวียนจับไว้ แล้วขังไว้บนภูเขาแห่งนั้น
“หากจำไม่ผิด เส้นทางกระดูกนี้คงจะเหมือนกับภูเขาศักดิ์สิทธิ์ของปรมาจารย์เซวียน ก้าวเข้าไปแล้วคงต้องถูกแรงกดดันมหาศาลยับยั้งแน่ อีกทั้งยิ่งเดินเข้าไปมากเท่าไหร่ก็ยิ่งกดดันรุนแรงกว่าเก่า” เหล่าไป๋อธิบายเสียงต่ำ จากนั้นสั่งว่า “เจ้าต้องระวังด้วย”
“ในเมื่อเรามาแล้วเราย่อมต้องทำให้ดีที่สุด” เฉินซียิ้มพร้อมนัยน์ตาที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น
พูดจบเขาก็เดินมาหน้าเส้นทางกระดูกที่เงียบสงัด
“เป่าน้อย เตรียมพร้อม” เฉินซีมองเป่าน้อย อีกฝ่ายคลี่ยิ้มแล้วทำท่าว่าเข้าใจแล้ว
“ไปกันเถอะ!” เฉินซีจึงแวบร่างก้าวเท้าขึ้นบนถนนกระดูก
ทันใดนั้น กระแสจิตสังหารหนาแน่นสายหนึ่งก็กดทับลงมาราวกับขุนเขา เสียงคำรามสำเนียงมังกรซึ่งเต็มไปด้วยความพยาบาทดังก้องเต็มสองหู
เฉินซีเม้มปาก ทำจิตใจให้มั่นคงดั่งหินผาและรักษาความสงบไว้ ก่อนจะเดินหน้าต่อไป
แรงกดดันจึงเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
จังหวะที่ก้าวเท้าเข้าเส้นทางไป แรงกดดันนั้นเทียบได้กับแรงโจมตีของเทวารู้แจ้งวิญญาณ แต่ยิ่งมุ่งหน้าไปความรุนแรงก็ยิ่งเพิ่มขึ้นตาม
ครืน!
แรงกดดันไร้ลักษณ์และพลังน่าขนหัวลุกก็เหมือนกับคลื่นน้ำที่สาดเข้าใส่ เกิดเป็นเสียงลั่นครืนดังออกมา
คล้ายว่าบรรพเทวารู้แจ้งจักรวาลจำนวนมากโจมตีเข้าพร้อมกัน หมายบดขยี้เฉินซีเสียให้สิ้นซาก
บรรพเทวารู้แจ้งจักรวาลธรรมดาคงไม่อาจอดทนเช่นนี้ได้…. เฉินซีสะบัดแขนเสื้อ เสียงลั่นครืนดังขึ้น ก่อนจะทำลายแรงกดดันล่องหนที่กำลังพุ่งเข้ามา
เคราะห์ดีที่ตอนนี้มันยังไม่อันตรายมากไป เฉินซียังมุ่งหน้าต่อพร้อมสะบัดแขนเสื้อทำลายแรงกดดันไร้ลักษณ์ไปด้วย
แรงกดดันล่องหนนั้นคงมาจากข้อจำกัดโบราณเผ่ามังกร มันกดดันลงมาเหมือนคลื่นมหาสมุทร ยิ่งเดินลึกเข้าไปก็ยิ่งดุดันขึ้นเรื่อย ๆ
ฟ่าว!
หลังจากเดินหน้าเข้าไปอีกไม่กี่อึดใจ เฉินซีก็เลิกคิ้วขึ้นสูง ก่อนหยิบกระบี่เปลื้องมลทินออกมาฟัน ทิ้งรอยโจมตียาวไว้บนห้วงอากาศ ก่อนสลายแรงกดดันที่โจมตีเข้ามา
เมื่อมาถึงที่นี่แล้ว แรงกดดันมีอำนาจเทียบเท่ากับบรรพเทวารู้แจ้งจักรวาลขั้นสูงสุดแล้ว เป็นเหตุให้เฉินซีไม่สามารถจัดการด้วยมือเปล่าได้อีกต่อไป
“เฉินซี เจ้าพักก่อน ปล่อยให้ข้าจัดการเอง!”