ตอนที่ 1797
บทที่ 1797 เงาร่างหมื่นจั้ง
October 21, 2026
บทที่ 1797 เงาร่างหมื่นจั้ง
………………..
บทที่ 1797 เงาร่างหมื่นจั้ง
ความลังเลสื่อให้ถึงความกังวล
สิ่งที่ทำให้เฉินซีกังวลไม่ใช่การยอมเสี่ยงผ่านข้อจำกัดที่สองโดยใช้ตาข่ายครอบคลุมสวรรค์ แต่เป็นตัวตนในขอบเขตจักรพรรดิเก้าดาราบนยอดบรรพตห่างออกไปนั่นต่างหาก!
แม้ตงปั๋วเหวินจะไม่เผยจิตมุ่งร้าย แต่เฉินซีก็ไม่กล้ามองข้ามเขาเลย
อีกอย่าง ยังมีจักรพรรดิอีกคนย่างสามขุมเข้ามา เฉินซีจึงไร้ทางเลือกนอกจากยิ่งต้องระแวง
“เจ้ากังวลเรื่องจักรพรรดิเก้าดาราผู้นั้นหรือ?” เหล่าไป๋เหมือนมองทะลุความคิดของเฉินซีได้ และกล่าวขึ้นผ่านการส่งกระแสปราณ “ไม่ต้องห่วง เจ้านั่นติดอยู่ตรงนั้น ยากนักที่จะขยับเขยื้อนแม้แต่น้อย หากเขาคิดฉวยโอกาสลงมือกับเรา เขาก็ต้องฝืนพลังแก่นแท้สสารของมหาเทพเต๋าบรรพมังกรอันเนืองแน่นรอบข้างเสียก่อน”
เหล่าไป๋นิ่งไปครู่หนึ่ง จึงกล่าวต่อ “ขอเพียงเราฉวยโอกาสยามไม่ตั้งตัว เข้าสู่ข้อจำกัดที่สองก่อน เขาก็ย่อมไม่อาจทำอะไรเราได้”
เฉินซีขมวดคิ้ว “เราจะฉวยโอกาสยามไม่ตั้งตัวได้อย่างไร?”
เหล่าไป๋อดยิ้มอย่างเหิมเกริมมิได้ “หรือเจ้าจะยังไม่เห็น? เป็นที่ชัดเจนว่าเจ้านั่นคิดว่าเราผ่านข้อจำกัดที่สองไม่ได้ ด้วยเหตุนี้ จักรพรรดิอย่างเขาจะไม่ลงมือกับผู้น้อยต่ำสถานะกว่า ในทางกลับกัน เขาจะทำเพียงแค่มองเฉย ๆ ด้วยอยากเห็นว่าเราจะทำเช่นไรในการพยายามข้ามข้อจำกัดที่สอง นี่แหละโอกาสของเรา”
เฉินซีครุ่นคิดหนักอยู่ครู่หนึ่ง แล้วจึงพยักหน้าตกลง
…
ครู่ต่อมา คณะของเฉินซีก็มาถึงยอดภูเขาศักดิ์สิทธิ์ลูกแรก
“เฮอะ! พวกเจ้าตั้งใจผ่านข้อจำกัดที่สองกันจริง ๆ หรือ?” ตงปั๋วเหวินในชุดม่วงลืมตามองคณะของเฉินซีซึ่งอยู่ห่างออกไปพันจั้ง แล้วอดหัวเราะเบา ๆ ไม่ได้
“แล้วเช่นไร? เป็นห่วงหรือว่าเราจะก้าวผ่านไป แล้วทำให้จักรพรรดิเก้าดาราอย่างเจ้าดูสุดไร้ประโยชน์?” เหล่าไป๋เย้ยเยาะ ไม่ได้กลัวตงปั๋วเหวินเลยสักนิด
“วิหคน้อย ปากเสียจริง ๆ ช่างมันเถอะ ข้าจะไม่ต่อปากต่อคำ ในเมื่อพวกเจ้าตั้งใจหาที่ตาย ก็ตามสบายเลย” ตงปั๋วเหวินดูสุดองอาจ ทำเพียงส่ายหน้ายิ้ม ๆ ไม่ไปปะทะคารมกับเหล่าไป๋เพิ่มเติม
เหล่าไป๋ยิ้มลำพอง เขาปรารถนาผลเช่นนี้อยู่ เพราะหากตงปั๋วเหวินขวางพวกเขาอย่างสุดชีวิต ผลที่ตามมาย่อมเกินคาดคิด
ทว่านับแต่ต้นจนบัดนี้ เฉินซีไม่ได้สนใจเหตุการณ์ที่นี่เลย เขาพินิตสถานการณ์จากไกล ๆ อย่างระมัดระวังนับแต่มาถึงยอดบรรพต
ภูเขาใต้เท้าเขาลูกนี้ตระหง่านสูงเสียดเมฆา เป็นบรรพตลูกแรกในระยะข้อจำกัดแรก เมื่อมองไปไกลจากที่นี่ ก็ยังพบภูเขาศักดิ์สิทธิ์อีกสิบเจ็ดลูกเรียงตระหง่านอยู่ไกล ๆ
นี่คือข้อจำกัดที่สองของหุบเขารังมังกรและอุปสรรคสุดท้ายสู่สุสานของมหาเทพเต๋าบรรพมังกร นับแต่อดีตกาลจนบัดนี้ ตัวตนยิ่งใหญ่สะเทือนหล้ามากมายต้องจบชีวิตลงที่นี่!
“พร้อมหรือไม่?” เสียงของเหล่าไป๋ดังขึ้นข้างหู
เฉินซีพยักหน้า ก่อนจะสูดหายใจลึก ๆ แล้วซ่อนร่างของเป่าน้อยไปตามคำชี้แนะของเหล่าไป๋ เพื่อมิให้เป่าน้อยประสบอุบัติเหตุใดยามเฉินซีผ่านข้อจำกัดที่สอง
ต่อจากนั้น ดวงตาของเฉินซีก็หนักแน่น กล่าวขึ้นเสียงเข้ม “เริ่มกันเถอะ”
ขณะเดียวกัน เขาก็สาวเท้าทะยานเวหาไปเบื้องหน้า
วิ้ง!
พริบตาที่เขาก้าวเท้าพ้นยอดเขาศักดิ์สิทธิ์ลูกแรก คลื่นอำนาจอันเก่าแก่ ลึกลับ และยิ่งใหญ่พลันพวยพุ่งจากฟ้าดินใกล้เคียง กลบรัศมีบิดเบือนสรรพสิ่งในเฉียบพลัน
ท้องนภาดำสนิท ราวตกอยู่ในความมืดตราบอนันต์!
เหตุนี้ดูประหนึ่งโลกาวินาศอุบัติ สรรพสิ่งสลายแหลก ชวนสะท้านใจยิ่งนัก
ทันใดนั้น หนึ่งเสียงเลื่อนลั่นสนั่นโลกา เฉินซีรู้สึกเหมือนมีบางสิ่งแล่นผ่านตา แล้วหนึ่งร่างก็ปรากฏขึ้นไกล ๆ
เงาร่างนั้นสูงพันจั้ง ศีรษะประหนึ่งค้ำนภา สองบาทาเหยียบหยั่งบนธรณี ยืนตระหง่านในฟ้าดินราวนิ่งสงัดกับที่มาตราบกาลนาน
ขณะเดียวกัน หนึ่งปราณอันเก่าแก่พลันแผ่ออกจากเงาร่างหมื่นจั้งนี้ อึดใจต่อมา แสงทองเรืองรองเกินประมาณก็เจิดจ้าทุกอณูกายของตัวตนนั้น
ตู้ม!
อำนาจกดดันของร่างนี้ยิ่งใหญ่ชวนตะลึงเกินไป เพียงยืนเฉยๆ พลังชีวิตก็กระหน่ำลั่นเช่นมหาเต๋า ทำให้เสียงบริกรรมสะท้านสะเทือนเป็นวงคลื่น
เพียงพริบตา ฟ้าดินใกล้เคียงก็เหมือนจะถูกร่างยิ่งใหญ่นี้ยึดครองสมบูรณ์ ร่างสูงใหญ่อาบในแสงทอง เผยฤทธาไร้ขอบเขต ดุจเทวาบรรพกาลฟื้นจากอาสัญ ทำให้ผู้อื่นยังเกิดความรู้สึกแสนเล็กจ้อยอย่างเผลอตัว
“นี่คือ….” เฉินซีตะลึงยิ่งในใจ เขาสูดหายใจเฮือก แม้จะตระหนักดีว่าข้อจำกัดที่สองน่าสะพรึงกลัวยิ่งนัก เขาก็ยังอดร่างสะท้านอย่างหวั่นเกรงยามเห็นเงาร่างหมื่นจั้งนี้มิได้ และสัมผัสอันตรายถึงตายได้จากมัน