ตอนที่ 1805
บทที่ 1805 เขามาทำอะไรที่นี่ ....................
October 21, 2026
บทที่ 1805 เขามาทำอะไรที่นี่
………………..
บทที่ 1805 เขามาทำอะไรที่นี่
โครม!
แสงศักดิ์สิทธิ์สีม่วงราวม่านที่พร่างพรมจากท้องฟ้า มันบดขยี้ผืนดาราและห้วงมิติตลอดพื้นที่หมื่นลี้ให้กลายเป็นผุยผงอย่างน่าสยดสยอง
นี่คือการโจมตีของจักรพรรดิระดับเก้าดารา จะให้ดูธรรมดาได้อย่างไร?
แม้ว่าขุนพลวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ทั้งห้าแห่งนิกายอำนาจเทวะจะสามารถหลบหลีกได้ทัน กระนั้นพวกเขาก็ยังคงได้รับบาดเจ็บสาหัสจากการโจมตีครั้งนี้ สภาพไม่ต่างอะไรกับถูกภูเขาศักดิ์สิทธิ์หล่นทับด้วยแรงมหาศาล ส่งผลให้ร่างกายถูกซัดกระเด็นไปพร้อมกับเสียงครวญครางที่ดังระงมอย่างเจ็บปวด ก่อนจะกระอักเลือดออกมาทั้งจากปากและจมูก
มันเป็นเหตุการณ์ที่ชวนให้ตกตะลึงยิ่ง พวกเขาทั้งห้าเป็นถึงมหาราชเทวา ทว่ากลับไม่อาจต้านทางการโจมตีจากตงปั๋วเหวินได้แม้แต่ครั้งเดียว!
เมื่อเฉินซีและคนอื่น ๆ เห็นเหตุการณ์นี้ ก็อดตกใจขึ้นมาไม่ได้ นี่คือความต่างชั้นระหว่างจักรพรรดิเก้าดาราและจักรพรรดิหนึ่งดารา คนหนึ่งเป็นเหมือนเหยี่ยวที่สยายปีกกว้างปกคลุมผืนนภา ในขณะที่อีกคนเป็นเพียงมดปลวกแสนต่ำต้อย เป็นช่องว่างที่ห่างเกินเอื้อม
“ถอย!” เสียงคำรามที่เต็มไปด้วยความเกรี้ยวกราดสร้างความหวาดกลัวให้เกิดขึ้นโดยรอบ ความพ่ายแพ้จากการถูกโจมตีเพียงครั้งเดียว ทำให้ขุนพลวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ทั้งห้าตกใจและโกรธเกรี้ยว พวกเขาตระหนักได้ถึงอันตรายในทันใด แล้วเช่นนี้ มีหรือที่จะกล้าอยู่ต่อ? มีเพียงแต่ต้องหนีไปตามสัญชาตญาณเท่านั้น
เสียงของเขาอบอุ่นอ่อนโยนยิ่ง
“ฮิ ๆ พวกเราไม่ได้ขอให้เจ้ามาช่วยเสียหน่อย” เหล่าไป๋หัวเราะคิกคักด้วยต้องการปฏิเสธที่จะชื่นชมการกระทำของตงปั๋วเหวิน
ตงปั๋วเหวินยังคงยิ้มอ่อนโยนเช่นนั้น ราวกับว่าอีกฝ่ายเป็นแต่เพียงธาตุอากาศ
“ไปกันเถอะ” เฉินซีเหลือบมองตงปั๋วเหวินก่อนจะถอนหายใจเบา ๆ ชายหนุ่มหันหลังกลับและเดินทางไปพร้อมกับเหล่าไป๋และคนอื่น ๆ
“อันที่จริงแล้ว สหายเต๋าผู้นี้ก็ไม่ใช่คนไม่ดีอะไร ในฐานะของจักรพรรดิเก้าดารา เขาได้ชดใช้ความผิดของตน อีกทั้งยังส่งพวกเราออกมาด้วยตัวเองแบบนี้ นับเป็นคนที่หาได้ยากจริง ๆ” เหล่าไป๋คล้ายจมอยู่ในภวังค์คิด “หรือว่าศิษย์พี่ใหญ่ของเจ้ากับเขาจะไม่ถูกกัน?”
“ข้าไม่รู้ และก็ไม่อยากรู้ด้วย” เฉินซีตอบอย่างไม่ยี่หระ ชายหนุ่มตัดสินใจไว้นานแล้วว่าจะต้องรักษาระยะห่างจากตงปั๋วเหวินเอาไว้ แม้ว่าอีกฝ่ายจะยอมให้ความช่วยเหลือจากอันตรายที่ต้องเผชิญ แต่นั่นก็ไม่เพียงพอที่จะเปลี่ยนการตัดสินใจของเขาได้
“น่าเสียดาย สหายเต๋าผู้นั้นเพียงมองขุนพลวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ทั้งห้าของนิกายอำนาจเทวะหนีไป เรียกได้ว่าจะช่วยก็ช่วยไม่สุด” เหล่าไป๋พ่นลมจากปากตัวเองคล้ายถอนใจ
“บางทีเขาคงจะกลัวนิกายอำนาจเทวะ” เยี่ยเหยียนกล่าวเสริม
เฉินซีขมวดคิ้วมุ่น ไม่อยากพูดถึงตงปั๋วเหวินอีกต่อไป
“สหายเต๋าเอ๋ย ขุนพลวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ทั้งห้าแห่งนิกายอำนาจเทวะได้ล่าถอยไปพร้อมกับความปราชัยแล้ว เช่นนี้พวกเจ้ายังไม่คิดจะยอมรับความผิดพลาดของตัวเองอีกหรือ?” เสียงเยือกเย็นปราศจากอารมณ์เปี่ยมไปด้วยอำนาจ
หัวใจของเฉินซีและคนอื่น ๆ พลันสั่นไหว เห็นได้ชัดว่าคำพูดเหล่านี้ไม่ได้พูดกับพวกเขา
เมื่อหันกลับไปมอง เขาก็อดหวาดกลัวขึ้นมาไม่ได้ เมื่อจู่ ๆ คนกลุ่มขึ้นก็ปรากฏตัวขึ้นที่ด้านหลังของพวกเขา น่าประหลาดใจนัก ผู้ที่พาคนเหล่านี้มาก็คือจักรพรรดิไท่จิ้ง!
เมื่อเฉินซีพิเคราะห์อย่างถี่ถ้วน ชายหนุ่มก็สังเกตเห็นว่าคนเหล่านั้นมีกันอยู่ทั้งหมดแปดคน แต่ละคนท่วมท้นไปด้วยรัศมีที่ยิ่งใหญ่และทรงพลังอย่างที่ไม่เคยพบพาน อิริยาบถสง่างามเกินกว่าที่ใครจะเทียบทัน เห็นได้ชัดว่าทั้งหมดล้วนอยู่ในขอบเขตมหาราชเทวา!
แน่นอน พวกเขาคงเป็นแรงสนับสนุนสำคัญที่จักรพรรดิไท่จิ้งได้ประสบ
เฉินซีถอนหายใจด้วยความโล่งอก นั่นก็เพราะตงปั๋วเหวินมาถึงที่นี่ก่อนที่กลุ่มของจักรพรรดิไท่จิ้งจะมาถึงเสียอีก และเขากำลังขัดขวางความตั้งใจของอีกฝ่ายด้วยท่าทางที่มั่นคงไม่แปรเปลี่ยน
กล่าวอีกนัยหนึ่ง หากไม่มีตงปั๋วเหวิน กลุ่มของเฉินซีก็อาจจะต้องเผชิญกับการโจมตีที่ไม่ทันตั้งตัวจากกลุ่มของจักรพรรดิไท่จิ้ง!
ไม่เพียงเท่านั้น เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก็ทำให้เฉินซีและคนอื่น ๆ เข้าใจได้ในทันทีว่าเหตุใดตงปั๋วเหวินจึงไม่ไล่ตามขุนพลวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ทั้งห้าแห่งนิกายอำนาจเทวะไป ที่แท้เขาก็สังเกตเห็นถึงการมีอยู่ของกลุ่มของจักรพรรดิไท่จิ้ง!
“พวกเจ้าทุกคนรีบไปเถอะ ปล่อยให้ข้าจัดการคนพวกนี้เอง เมื่อพวกเจ้าไปถึงเขาเทพพยากรณ์แล้ว โปรดฝากความนับถือของข้าไปถึงนายท่านใหญ่ด้วย” เสียงของตงปั๋วเหวินดังขึ้นจากระยะไกล
เพียงคำพูดสั้น ๆ หากทำให้เฉินซีเกิดความรู้สึกบางอย่าง
หากเรื่องในวันนั้นไม่เกิดขึ้น บางที… ความสัมพันธ์ของเราสองคนคงไม่มีกำแพงสูงกั้นไว้เช่นนี้ใช่หรือไม่?
ตอนนี้แม้ว่าข้าไม่ปรารถนาที่จะเกี่ยวข้องกับเขาอีก ทว่าข้ากลับไม่มีหนทางอื่นในนอกจากยอมเป็นหนี้บุญคุณเขาเท่านั้น… ชายหนุ่มทอดถอนใจ “ขอบคุณ ข้าส่งต่อความนับถือของเจ้าไปยังศิษย์พี่ใหญ่อย่างแน่นอน” นั่นคงเป็นสิ่งเดียวที่ควรทำในตอนนี้
ทันทีที่พูดจบ เขาก็ไม่ลังเลอีกต่อไป ชายหนุ่มมุ่งหน้าต่อไปด้วยความเร็วเต็มกำลังพร้อมกับเหล่าไป๋และคนอื่น ๆ
…
ตึง!
คลื่นเสียงของการต่อสู้อันน่าสะพรึงกลัวก้องกัมปนาทด้านหลัง ดวงดาวมากมายระเบิดเป็นเศษเสี่ยง ในขณะที่แสงศักดิ์สิทธิ์กวาดกระจายไปทั่วบริเวณ แม้แต่ห้วงอวกาศยังเผชิญกับแรงปะทะและตกสู่ความโกลาหล
เนื่องจากมันเป็นการต่อสู้ระหว่างมหาราชเทวา ดังนั้นความรุนแรงของมันไม่เพียงทำให้โลกต้องตะลึง หากยังสามารถทำลายล้างโลกได้ในคราวเดียว!
ไม่เพียงเท่านั้น จักรดาราวิญญาณจรยังตกอยู่ในสภาวะของการทำลายล้างอย่างต่อเนื่อง เป็นเหตุให้การปะทะกันในครั้งนี้ดุเดือดและเต็มไปด้วยความวุ่นวายยิ่งขึ้น
อย่างไรก็ตาม พวกเขาตระหนักดี ไม่ว่าการแสดงออกของตงปั๋วเหวินขณะที่อยู่ในสุสานของมหาเทพเต๋าบรรพมังกรต่อพวกเขาจะเลวร้ายเพียงไหน เขาก็ได้ชดเชยมันสิ้นแล้ว ด้วยราคาที่มหาศาลยิ่งกว่าเรื่องแย่ ๆ ที่กระทำลงไปเสียอีก
บุญคุณนี้พวกเขาขอจดไว้ในใจ
จริง ๆ แล้ว หากใคร่ครวญให้ดี จะเห็นว่าสิ่งเดียวเท่านั้นที่เป็นต้นเหตุของเรื่องทั้งหมด นั่นก็คือ… ความโลภ!