ตอนที่ 1808
บทที่ 1808 ขอเส้นทางจากตระกูลเชินถู ....................
October 21, 2026
บทที่ 1808 ขอเส้นทางจากตระกูลเชินถู
………………..
บทที่ 1808 ขอเส้นทางจากตระกูลเชินถู
ตลอดกาลผ่านมา ณ ภูมิภาคบรรลุเทพในสามภพ เฉินซีเคยได้เหยียบขึ้นบนเทวาคารบรรลุเทพ และด้วยความช่วยเหลือจากชิ้นส่วนแผนภาพวารีหลาก เขาก็ขับไล่เนตรทัณฑ์สวรรค์ไป และได้ยลลักษณ์แท้ของเทียบอันดับเทวาในที่สุด
น่าเสียดาย เขาได้เห็นมันเพียงพริบตาเท่านั้น
ภายหลัง ยามเฉินซีบรรลุสู่ขอบเขตเทวารู้แจ้งวิญญาณ เขาก็สร้างปรากฏการณ์ในฟ้าดิน ก่อนที่ปราณของเทียบอันดับเทวาจะปรากฏขึ้น ณ จักรวาลในร่างของเขา แต่มันก็อยู่เพียงชั่วประเดี๋ยวเช่นกัน ก่อนจะถูกฤทธิ์ชิ้นส่วนแผนภาพวารีหลากสลายไป
นับแต่นั้นมา นามของเฉินซีก็ไม่เคยปรากฏในเทียบอันดับเทวาเลย
ยามนี้เมื่อเขามาถึงเอกภพจักรวรรดิและเห็นภูเขาผนึกเทพอันแสนไกล ชิ้นส่วนแผนภาพวารีหลากก็เผยคลื่นเคลื่อนไหวอีกครั้ง เผยอารมณ์รังเกียจเดียดฉันท์ คุกคามเป็นปรปักษ์อย่างแรงกล้า
เฉินซีตระหนักดีว่าเยี่ยเหยียนพูดถูก เทียบอันดับเทวาต้องซ่อนอยู่บนภูเขาผนึกเทพอย่างแน่แท้ มิเช่นนั้น ชิ้นส่วนแผนภาพวารีหลากคงไม่มีทางตอบสนองเช่นนี้
ทว่าเมื่อเขาคิดไปว่าภูเขาผนึกเทพมีตัวตนเนิ่นนานกระทั่งก่อนเอกภพจักรวรรดิบังเกิด หัวใจของเฉินซีก็สั่นสะท้านดุจต้องมรสุมอย่างอดไม่ได้
มันหมายความว่านับแต่บรรพกาลจวบปัจจุบัน ปราณของเทียบอันดับเทวาก็ปกคลุมทั่วแดนเทพโบราณ ไม่เคยถูกทำลายได้เลย!
ด้วยเหตุนี้ การที่ชิ้นส่วนแผนภาพวารีหลากเผยเค้าลางมุ่งร้ายต่อเทียบอันดับเทวาจึงทำให้เฉินซีรู้สึกหนักใจเล็กน้อยอย่างช่วยไม่ได้
“เจ้าคิดอะไรอยู่?” เยี่ยเหยียนเห็นเฉินซีเงียบไปเนิ่นนาน ก็อดใคร่รู้มิได้
“ไม่มีอะไรหรอก ข้าแค่คิดว่ามันอธิบายไม่ได้เลยว่าเหตุใดจึงมีแต่มหาเทพเต๋าที่เหยียบย่างสู่ภูเขาผนึกเทพได้น่ะ” เฉินซีกล่าวเรียบๆ
“ใช่เลย ในโลกหล้าผู้บ่มเพาะของเอกภพจักรวรรดิ เทียบอันดับเทวาเป็นเหมือนเต๋าสวรรค์สูงสุด ทำให้สรรพชีวิตครั่นคร้ามยำเกรง จากตำนาน ขอเพียงผู้ใดเข้าใจเคล็ดบรรลุเทพในนั้นได้ ก็จะสามารถเทียบฟ้าดิน ยืนเคียงมหาเต๋า กลายเป็นตัวตนนิรันดร์กาลได้ ส่วนจริงหรือไม่นั้น ไม่ใช่สิ่งที่เราหลับหูหลับตาเดาได้” เยี่ยเหยียนทอดถอนใจ คู่เนตรกระจ่างเจือความครั่นคร้ามระคนโหยหา “น่าเสียดาย หากไม่บรรลุขอบเขตมหาเทพเต๋าก็อย่าหวังไปสู่ภูเขาผนึกเทพได้เลย”
“เทียบฟ้าดิน ยืนเคียงมหาเต๋า?”
เฉินซีพลันหวนนึกถึงวาทะที่เทพธิดาเคยกล่าวไว้
“ชีวิตนิรันดร์ที่แท้จริงเป็นเช่นไร?”
“หมื่นทัณฑ์กระทบกาย ยืนยงไม่เสื่อมสลาย”
“สวรรค์ถล่มโลกหล้าทลาย ก็ยังดำรงตราบนิรันดร์”
“นั่นแหละจุดประสงค์แท้จริงที่ผู้บ่มเพาะทั้งหลายถวิลหา!”
สิ่งนี้หมายความว่า อสงไขยยืนยงไม่ได้เท่ากับยืนยงตราบนิรันดร์ เช่นทวยเทพในโลกหล้า พวกเขาต่างมีอายุขัยยาวนาน แต่ก็ยังเผชิญทัณฑ์ ถูกสังหารและตกตาย!
ขณะเดียวกัน ในสายตาผู้ฝึกตนระดับเทพธิดา ความหมายแท้จริงของ ‘ชีวิตนิรันดร์’ นั้นคือการยืนยงตราบนาน ไม่อาจลบล้างการมีอยู่ได้ไม่ว่าจะฆ่าฟัน เผชิญทัณฑ์หายนะเช่นไร!
ขณะนี้เมื่อได้ยินวาทะของเยี่ยเหยียน เฉินซีก็คิดในใจว่า หรือความลับการบรรลุเทพบนภูเขาผนึกเทพจะเป็น ‘ความหมายแท้จริงของชีวิตนิรันดร์’ ที่เทพธิดากล่าวถึง?
สักวันหากข้าเหยียบย่างสู่ขอบเขตมหาเทพเต๋าได้ ข้าก็จะขึ้นภูเขาผนึกเทพไปประจักษ์ว่าความลึกล้ำแห่งชีวิตนิรันดร์อยู่ที่นั่นจริงหรือไม่…. เพียงครู่ต่อมา เฉินซีก็สูดหายใจลึก ๆ ทิ้งความคิดฟุ้งซ่าน หยุดปล่อยจิตล่องลอย ควบคุมเรือสมบัติเดินทางต่อไป
เยี่ยเหยียนก็ละสายตาจากภูเขาผนึกเทพเช่นกัน นางเรียบเรียงความคิดแล้วชี้ท้องนภาพร่างพราวไกลออกไป พลางเอ่ยว่า “ตรงหน้านั่นคือดาราจักรจื่อเฉิง ตั้งอยู่ในชายแดนของเอกภพจักรวรรดิ มีมหาอำนาจสูงสุดอยู่ที่นี่สามแห่ง คือเผ่าวิญญาณอวิ๋นหนี ตระกูลกู่หยา และตระกูลเชินถู”
นางเว้นช่วงเล็กน้อย จึงเอ่ยต่อ “แต่มีเพียงตระกูลเชินถูแห่งเดียวที่มีค่ายกลเคลื่อนย้ายมิติอันข้ามดาราจักรทั้งแปดพันในเอกภพจักรวรรดิได้ น่าเสียดายที่ตระกูลเยี่ยของข้าไร้สัมพันธ์กับตระกูลเชินถู มิเช่นนั้น คงยืมค่ายกลเคลื่อนย้ายมิติจากตระกูลเชินถูได้….”
“เจ้ารู้จักเชินถูเยียนหรานหรือ?” เยี่ยเหยียนประหลาดใจเล็กน้อย ก่อนจะประจักษ์เข้าใจแล้วตอบตัวเอง “จริงด้วย สตรีผู้นั้นมีความสามารถเลิศล้ำโดยกำเนิด ทั้งงามล้ำฉลาดเลิศ โด่งดังทั่วโลกหล้า มีผู้หมายปองชื่นชมนางในเอกภพจักรวรรดิมากมาย เจ้าจะเคยได้ยินชื่อนางก็เข้าใจได้”
เฉินซีแย้มยิ้ม “ข้ามิใช่แค่รู้จักนาง เราเป็นสหายกันด้วยซ้ำ”
หนนี้เยี่ยเหยียนผงะไป นางเหมือนไม่อาจคิดออกเลยว่าเฉินซีผู้กระทั่งเอกภพจักรวรรดิยังไม่เคยเยือนจะเป็นสหายกับอัจฉริยะจากตระกูลเชินถูแห่งเอกภพจักรวรรดิได้
จากนั้น นางก็แย้มยิ้ม “นี่เป็นโอกาสสำหรับเราจริงแท้ ด้วยความสัมพันธ์ระหว่างพวกเจ้าทั้งสอง เราก็ลองขอยืมค่ายกลเคลื่อนย้ายมิติของตระกูลเชินถูได้”
เฉินซีพยักหน้า “นั่นแหละสิ่งที่ข้าคิดอยู่”
พวกเขาสิ้นลังเลทันใด ด้วยการนำทางของเยี่ยเหยียน เรือสมบัติก็มาถึงหนึ่งดวงดาวนามโรจน์นภาในดาราจักรจื่อเฉิงอย่างรวดเร็วในไม่กี่ชั่วยาม