ตอนที่ 1817
บทที่ 1817 การต่อสู้ซึ่งไม่เคยปรากฏ
October 21, 2026
บทที่ 1817 การต่อสู้ซึ่งไม่เคยปรากฏ
………………..
บทที่ 1817 การต่อสู้ซึ่งไม่เคยปรากฏ
การได้เห็นพลังอันศักดิ์สิทธิ์ที่ทาปาชวนสำแดงออกมาทำให้ศิษย์ของสำนักศักดิ์สิทธิ์ทุกคนรู้สึกตื่นเต้น
แม้แต่กงซุนมู่ก็ลอบพยักหน้าเบา ๆ อย่างอดไม่ได้เมื่อได้เห็นสิ่งนี้ เขารู้สึกว่าการส่งทาปาชวนไปนั้น เพียงพอที่จะจัดการกับเฉินซีและพลิกสถานการณ์ให้ดีขึ้นได้
สีหน้าของคนตระกูลเชินถูซับซ้อนยากคาดเดา ก่อนหน้านี้ พวกเขารู้สึกประหลาดใจกับความแข็งแกร่งที่เฉินซีเปิดเผยออกมา แต่กระนั้นก็ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาจะยินดีมองดูอีกฝ่ายแสดงท่าทีจองหองเช่นนี้ต่อไป
มันช่างเป็นความรู้สึกที่ขัดแย้งกันเหลือเกิน ไม่รู้จะอธิบายอย่างไรให้ชัดเจน
มีเพียงเชินถูหมิงต้าและเชินถูซิงเท่านั้นที่รู้สึกยินดีเป็นอย่างมาก พวกเขาไม่ต้องการอะไรไปกว่าการได้เห็นทาปาชวนเอาชนะเฉินซีและจัดการอีกฝ่ายอย่างราบคาบ
มีเพียงวิธีนี้เท่านั้น ถึงจะสามารถรักษาหน้าของสิทธิสำนักศักดิ์สิทธิ์เอาไว้ได้ และในขณะเดียวกัน ก็ยังเป็นการปัดกวาดขวากหนามอย่างเฉินซีให้พ้นไปจากทาง ซึ่งจะทำให้การร่วมมือกันระหว่างตระกูลเชินถูและสำนักศักดิ์สิทธิ์เป็นไปอย่างราบรื่น
โครม!
ทันใดนั้น เสียงที่ดังกึกก้องประหนึ่งอัสนีกัมปนาทก็แผดลั่นไปทั่วสมรภูมิศึกปีศาจ มันสั่นสะเทือนโสตประสาทของผู้คนให้มีเพียงเสียงอื้ออึง
แสงเจิดจ้าแวบออกมาจากดวงตาของทาปาชวนผู้มีรูปลักษณ์แสนเรียบง่ายหากมั่นคงราวภูผา เพียงพริบตา ลำแสงสีแดงเข้มก็ระเบิดจากม่านตาก่อตัวเป็นสายฟ้าที่เต็มไปด้วยจิตสังหารอันน่าสะพรึงกลัวขณะที่โจมตีเข้าใส่เฉินซี
ทุกคนตกตะลึงอย่างมาก ไม่คิดเลยว่าคนทั้งสองจะเข้าห้ำหั่นกันโดยไม่พูดอะไรสักคำ
ในยามนี้ ทาปาชวนเป็นเสมือนเทพแห่งสายฟ้า ปรากฏการณ์อันน่าสะพรึงกลัวนี้เกิดขึ้นเพียงเมื่อเขาลืมตาเท่านั้น กระแสคลื่นสีเขียวหมุนวนอยู่ภายในดวงตาที่น่าตื่นตะลึงนั้น
“มรดกแห่งสำนักศักดิ์สิทธิ์ วิชาโรจน์อัสนีถล่มภูมิ!” เสียงหนึ่งอุทานขึ้นมาด้วยความประหลาดใจ
ผู้คนที่อยู่โดยรอบตระหนักได้ในทันทีว่าบัดนี้เฉินซีได้ประสบกับบุคคลผู้น่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่ง เนื่องจากทาปาชวนได้หลอมรวมพลังของเคล็ดวิชาขั้นสูงแห่งสำนักศักดิ์สิทธิ์ไว้ภายในดวงตา นี่ไม่ใช่สิ่งที่คนธรรมดาจะทำสำเร็จได้โดยง่าย!
ตึง!
ห้วงมิติถูกฉีกกระชากในขณะที่สายฟ้าสีเขียวซึ่งเปี่ยมไปด้วยพลังทำลายล้างพุ่งผ่านฟ้าดิน พวกมันเป็นเหมือนกับมังกรที่สลับหยินหยางและทำให้โลกอยู่ภายใต้ความโกลาหล
เฉินซีประกบปลายนิ้วเข้าหากันก่อนจะยื่นมันออกมาราวกับกระบี่คมแทงทะลุทุกสรรพสิ่ง ฉับพลัน ปราณกระบี่ทั้งสองซึ่งโอบล้อมด้วยประกายแวววาวก็พุ่งผ่านอากาศ สิ่งนี้คือกระบวนท่าเชือดเฉือนกาสรแห่งเคล็ดกระบี่ลึกล้ำฤทัย มันทั้งเหี้ยมโหด เอ่อล้นไปซึ่งจิตสังหาร และไหลเวียนด้วยพลังดวงใจที่ใสสกาวราวดวงแก้ว ขณะฟาดฟันลงยังสายฟ้าสีเขียวนั่น กลิ่นอายที่ลึกลับและคลุมเครือก็กำจายออกมา
ไม่เพียงเท่านั้น ปราณกระบี่นี้ยังไม่สูญเสียแรงโจมตีแม้แต่น้อยเมื่อยามที่มันพุ่งตรงไปที่ดวงตาของทาปาชวน
ทันใดนั้น สายฟ้าสีเขียวหนาแน่นก็ปรากฏขึ้นเบื้องหน้าทาปาชวน พวกมันกลายเป็นรูปลักษณ์แทนสายฟ้าที่เปี่ยมไปด้วยพลังอสนีบาต ด้วยสายฟ้าเส้นนี้ ส่งผลให้การโจมตีของปราณกระบี่ถูกปิดกั้นอย่างสมบูรณ์ แรงปะทะก่อให้เกิดประกายไปขึ้นรอบ ๆ
“ศิษย์พี่ทาปา ฆ่าเขาเสียเถอะ!” ศิษย์ทั้งหลายของสำนักศักดิ์สิทธิ์เริ่มตะโกน
“หุบเหววินาศ!” ในชั่วเวลาถัดมา เสียงระเบิดแผ่กระจายไปรอบบริเวณ ทาปาชวนโคจรวิชาโรจน์อัสนีถล่มภูมิในขณะที่กางแขนออก เขาเคลื่อนที่ไปในอากาศกับสายฟ้าแวววาว เสียงอสนีกัมปนาทพร้อมกับร่างที่ทะยานลงมายังเฉินซีด้วยพลังศักดิ์สิทธิ์ไร้เทียมทาน
ตอนนี้เอง คล้ายห้วงเวลาหยุดนิ่งในพลัน ผู้คนที่อยู่โดยรอบเผลอกลั้นหายใจอย่างไม่รู้ตัว แม้แต่เสียงซุบซิบอื้ออึงก็เงียบลง
การโจมตีในคราวนี้น่ากลัวเกินไป มันทำให้ทั้งฟ้าดินถึงกับสั่นสะเทือน!
แม้ว่าคนเหล่านั้นจะอยู่ในขอบเขตมหาราชเทวา ทว่าหัวใจของพวกเขาก็อดไม่ได้ที่จะสั่นสะท้านให้กับการเคลื่อนไหวนี้ พวกเขาเฝ้าชมการต่อสู้อย่างใจจดใจจ่อ แน่นอน พวกเขาไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าวิธีการต่อสู้ของทาปาชวนนั้นจะเหี้ยมโหดถึงเพียงนี้ ทันทีที่เขาเปิดการโจมตี มันก็รวดเร็วและดุดันเสียจนน่าใจหาย
วิชาโรจน์อัสนีถล่มภูมิอันเลื่องชื่อแห่งสำนักศักดิ์สิทธิ์เปี่ยมไปด้วยรัศมีสง่างามเหนือกาลเวลา การโจมตีอย่างเต็มกำลังของมันทำให้ทั่วทั้งดาราจักรสั่นสะเทือน!
อีกฝากหนึ่ง เฉินซีก็กระโจนออกไปเช่นกัน พลังศักดิ์สิทธิ์พุ่งทะยานไปทั่วร่างกายของเขาในขณะที่แปลงกายเป็นคุนเผิงพร้อมด้วยพลังศักดิ์สิทธิ์อันทรงพลังภายในเวลารวดเร็ว แรงสั่นสะเทือนที่ปะทุไปทั้งฟ้าดินคล้ายจะระเบิดแผ่นดินเป็นเสี่ยง ๆ
วิชาศักดิ์สิทธิ์คุนเผิง!
หรือว่าเด็กหนุ่มคนนี้จะสืบเชื้อสายจากเผ่าคุนเผิง? หลาย ๆ คนจำวิชานี้ได้ ม่านตาของพวกเขาพลันหรี่ลงด้วยความไม่เชื่อ
ตึง!
ก่อนที่พวกเขาจะฟื้นตัวจากอาการตกใจ เฉินซีและทาปาชวนก็เข้าปะทะกัน มันเหมือนกับการชนกันระหว่างดวงอาทิตย์และดวงจันทร์ รวมไปถึงการปะทุของภูเขาไฟทั้งหลาย พลังศักดิ์สิทธิ์อันกล้าแกร่งพังทลายพื้นที่โดยรอบพร้อมกับเสียงดังก้องขณะที่พลังนั้นพัดกระจายไปในระยะไกล
พวกเขาทั้งหลายรู้สึกปวดแปรบอย่างรุนแรงภายในดวงตากระทั่งยากจะลืมตาได้ แก่นโลหิตของบางคนเริ่มไหลออกมา จิตใจและวิญญาณคล้ายได้รับผลกระทบรุนแรง ส่งผลให้ร่างกายสั่นสะท้าน ให้ตายเถิด การปะทะครั้งนี้รุนแรงเกินไปจริง ๆ
สายฟ้าสีเขียวปกคลุมไปทั้งฟ้าดิน!
คุนเผิงโฉบขึ้นไปบนท้องฟ้าและโบยบินท่ามกลางมหาเต๋า!
การปะทะกันระหว่างทาปาชวนและเฉินซีทำให้เกิดปรากฏการณ์ที่น่าสะพรึงกลัวต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการที่เทพอสูรคำรามพิโรธ เต๋าแห่งสวรรค์ร้องไห้เป็นสายเลือด พายุคะนองพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า กระทั้งทุกสรรพสิ่งทลายครืน…
ฉากที่น่าสะพรึงกลัวดังกล่าวให้ความรู้สึกราวกับได้ย้อนกลับไปในยุคที่ความโกลาหลเพิ่งถูกแยกออกจากกัน ในเวลานั้น เหล่าทวยเทพต่อสู้เพื่อเป็นใหญ่ ในขณะที่สัตว์อสูรบรรพกาลทั้งหลายท่องไปทั่วโลกอย่างอิสระ พวกมันออกสำรวจทั่วโลก ฉีกจักรวาลออกเป็นชิ้น ๆ และกวาดล้างท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาวอันกว้างใหญ่ครั้งแล้วครั้งเล่า
ตู้ม!
เสียงระเบิดขนาดมหึมาดังก้องในทันทีที่ห่าฝนแสงโปรยปรายบริเวณโดยรอบ ร่างทั้งสองแยกออกจากกันและยืนคนละฝั่ง จริง ๆ แล้วความแข็งแกร่งของพวกเขาสูสีกันถึงขนาดที่ไม่สามารถทำร้ายคู่ต่อสู้ได้
“เด็กนี่แข็งแกร่งถึงเพียงนี้ได้อย่างไร? แม้แต่ทาปาชวนก็ไม่อาจบดขยี้เขาได้ในคราวเดียวอย่างนั้นหรือ” คนตระกูลเชินถูนึกประหลาดใจ พวกเขาไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่เห็น ไม่มีทางที่เฉินซีจะยากหยั่งได้ถึงขนาดนี้