ตอนที่ 1834
บทที่ 1834 ยอดฝีมือนับไม่ถ้วน
October 21, 2026
บทที่ 1834 ยอดฝีมือนับไม่ถ้วน
………………..
บทที่ 1834 ยอดฝีมือนับไม่ถ้วน
สำนักศักดิ์สิทธิ์
ภายในโถงทางสวรรค์อันโอ่อ่า
ฉือซงจื่อเจ้าของผมสีดอกเลาและใบหน้าเรียบดูภูมิฐาน เขาสวมชุดคลุมสีดำ สองมือไพล่หลัง กำลังยืนอยู่ภายในห้องโถงขนาดใหญ่เพียงลำพัง
ยืนนิ่งเงียบเหมือนกำลังรออะไรบางอย่าง
ในฐานะที่เป็นหัวหน้าอาจารย์อาวุโสแห่งสำนักศักดิ์สิทธิ์ ฉือซงจื่อนั้นมีพลังอยู่ที่จักรพรรดิเก้าดารา มีอำนาจสูงส่งจนน่ากลัว
ปกติแล้วแม้พบหน้าก็ยังยาก ทว่าตอนนี้เขากลับมาปรากฏตัวขึ้นในโถงทางสวรรค์ แล้วกำลังรอคนกลุ่มหนึ่งอยู่อีกต่างหาก
เคร้ง!
เสียงระฆังดังก้องกังวานกระจ่างฟ้าดิน
คนกลุ่มหนึ่งเดินมาพร้อมกับเสียงกังวานนั้นพากันเดินเข้ามายังโถงทางสวรรค์เหมือนคลื่นน้ำซัดสาด
กลุ่มที่นำหน้ามีทั้งหมดสิบแปดคนมีทั้งชายและหญิงปะปนกันไป บุรุษมีท่าทีองอาจสูงส่ง ส่วนสตรีมีท่าทางงดงามประณีต ล้วนเป็นมังกรแลหงส์ในหมู่คน เป็นยอดฝีมือยากจะหาใครเทียมทั้งสิ้น
พวกเขาก็คือ สิบแปดศิษย์ผนึกฤทธิ์สำนักศักดิ์สิทธิ์!
ตามหลังศิษย์ผนึกฤทธิ์มานั้นคือยอดฝีมือชุดดำสามสิบหกคนเจ้าของกลิ่นอายเยือกเย็นน่าผวา ทั่วร่างให้ความรู้สึกโหดเหี้ยม
พวกเขาก็คืออนธบริบาลแห่งสำนักศักดิ์สิทธิ์ ล้วนมีฝีมือการต่อสู้ไม่ธรรมดาและมีจิตใจโหดเหี้ยม สาเหตุที่มาปรากฏตัวในวันนี้ก็เพื่อคอยรับใช้ศิษย์ผนึกฤทธิ์และปกป้องพวกเขาด้วยชีวิต!
“ทำความเคารพหัวหน้าอาจารย์อาวุโส!” สิบแปดศิษย์ผนึกฤทธิ์และสามสิบหกอนธบริบาลแสดงสีหน้าเคร่งขรึมยามเดินเข้ามายังโถงทางสวรรค์ โค้งคำนับให้ฉือซงจื่อโดยพร้อมเพรียงกัน ไม่มีใครกล้าเสียมารยาท
นี่เป็นกฎของสำนักศักดิ์สิทธิ์ หากจะถามว่าที่ใดมีกฎเรื่องลำดับขั้นอาวุโสมากที่สุดในหมู่ห้าสุดยอดแห่งเอกภพจักรวรรดิ เช่นนั้นก็คงต้องเป็นสำนักศักดิ์สิทธิ์
ส่วนที่อื่นหากขัดคำสั่งผู้อาวุโสก็อาจเป็นเรื่องยอมรับได้ แต่ในสำนักศักดิ์สิทธิ์นั้นนับว่าเป็นโทษตายได้ทีเดียว!
ด้วยเหตุนี้ ศิษย์สำนักศักดิ์สิทธิ์จึงให้ความรู้สึกเยือกเย็น โหดเหี้ยม และเด็ดเดี่ยวกว่าใคร
“ผู้อาวุโส ในความคิดของศิษย์ ผู้เข้าร่วมที่แกร่งที่สุดในการถกวิถีเต๋าคือผู้อาวุโสนิกายอำนาจเทวะ เหลิ่งซิงหุน! เขาบรรลุขอบเขตบรรพเทวารู้แจ้งจักรวาลขั้นสมบูรณ์เมื่อหนึ่งหมื่นสามพันปีก่อน เลื่องลือกันว่าเป็น ‘ที่สุดแห่งเอกภพจักรวรรดิ’ หาใครเทียมได้ ผ่านไปหลายปีแล้วเขาก็ยังยับยั้งพลังบ่มเพาะตนเอง ยังไม่ขึ้นขอบเขตมหาราชเทวาเสียที ดังนั้นคงมีฝีมือสูงส่งจนคาดไม่ถึงแล้ว” ศิษย์ผนึกฤทธิ์คนหนึ่งเอ่ยเสียงเรียบขึ้น เหมือนกำลังพูดประโยคบอกเล่าออกมาโดยไม่เจืออารมณ์ใด
ฉือซงจื่อได้ยินแล้วก็พยักหน้า “เหลิ่งซิงหุนเป็นคนที่แกร่งที่สุดในยอดฝีมือขอบเขตบรรพเทวารู้แจ้งจักรวาลนิกายอำนาจเทวะที่เข้าร่วมการถกวิถีเต๋าจริง”
เขาหยุดไปเล็กน้อยแล้วว่าต่อ “ไม่จำเป็นต้องเอ่ยถึงนิกายอำนาจเทวะหรอก ศัตรูของพวกเจ้าควรจะต้องเป็นเขาเทพพยากรณ์ ตำหนักเต๋าหนี่หวา และสำนักเต๋าต่างหาก”
เอ่ยจบ คนอื่น ๆ ก็ไม่ได้แปลกใจอะไร เพราะในแดนเทพโบราณก็รู้ดีอยู่แล้วว่าในหมู่ห้าสุดยอดแห่งเอกภพจักรวรรดิ เขาเทพพยากรณ์และตำหนักเต๋าหนี่หวามีความสัมพันธ์อันดีต่อกัน ส่วนนิกายอำนาจเทวะและสำนักศักดิ์สิทธิ์ก็เป็นมิตรกันอยู่ แต่สองกลุ่มนี้กลับเหมือนเผชิญหน้ากันอยู่ตลอด เป็นศัตรูมาหลายชั่วอายุคน ทำอย่างไรก็ไม่อาจอยู่ร่วมกันได้
ส่วนสำนักเต๋านั้นวางตัวเป็นกลางมาตลอด
เมื่อเป็นเช่นนี้จึงไม่แปลกที่ฉือซงจื่อวางเป้าหมายเป็นเขาเทพพยากรณ์ ตำหนักเต๋าหนี่หวา และสำนักเต๋า
“ข้าคิดว่าคงโหยวหรานจากตำหนักเต๋าหนี่หวาเองก็ดูถูกไม่ได้เช่นกัน นางเป็นทายาทสายตรงของราชานกยูงบรรพกาล มีความฉลาดเฉลียวอยู่ภายใน แม้จะอยู่เพียงขอบเขตบรรพเทวารู้แจ้งจักรวาล แต่ก็เข้าใจวิชาห้าวัฏจักร เบญจธาตุ สีทั้งห้า เบญจขันธ์ และห้าจิตวิญญาณแล้ว พรสวรรค์เองก็ไม่ใช่ย่อย พลังบ่มเพาะลึกล้ำ ว่ากันว่าเป็นยอดฝีมือขอบเขตบรรพเทวารู้แจ้งจักรวาลอันดับหนึ่งแห่งตำหนักเต๋าหนี่หวา” ศิษย์ผนึกฤทธิ์สตรีเอ่ยขึ้น
“คงโหยวหราน…. สตรีผู้นั้นไม่ธรรมดาเลย” ฉือซงจื่อพยักหน้ากล่าว “แต่พวกเจ้าทุกคนต้องอย่ามองข้ามศิษย์ที่มีนามว่าสืออวี๋แห่งตำหนักเต๋าหนี่หวา จากข้อมูลที่ข้าได้มา ตัวตนชาติก่อนของเขาไม่ธรรมดา เคยติดตามหนี่หวาท่องใต้หล้าเมื่อครั้งบรรพกาล มีชื่อเสียงดังไกลไม่ใช่น้อย ตอนนี้เขาจดจำอดีตชาติได้แล้ว ถึงแม้จะอยู่เพียงขอบเขตบรรพเทวารู้แจ้งจักรวาล แต่จะประเมินเขาต่ำไปไม่ได้”
สืออวี๋!
ใจทุกคนสั่นสะท้านจดจำชื่อนี้ไว้ไม่ลืมเลือน
“มีใครอีก?” ฉือซงจื่อถาม
“ผู้อาวุโส ถ้าคิดว่าเย่เฉินและอวี้จิ่วหุยแห่งสำนักเต๋าเองก็ไม่ธรรมดา ไม่ได้ไปกว่าเหลิ่งซิงหุนและคงโหยวหรานเลย” ชายหนุ่มคิ้วสีขาว นัยน์ตาสีน้ำเงินเข้ม ใบหน้าหล่อเหลาเป็นอย่างยิ่งเอ่ยขึ้น น้ำเสียงทุ้มต่ำ เผยแววดึงดูดเฉพาะตัวออกมา
เขาว่าจบ ก็ดึงสายตาศิษย์ของทุกคนภายในห้องโถงมาได้ เป็นสายตาที่ประหลาดใจอยู่เล็กน้อย
กระทั่งฉือซงจื่อยังชะงักไปบ้าง คนผู้นี้มีใบหน้าหล่อเหลาเป็นยิ่งนัก มีนามว่าจูเชี่ยนอวี้ เป็นศิษย์ผนึกฤทธิ์อันดับสองแห่งสำนักศักดิ์สิทธิ์ พลังบ่มเพาะสูงส่งทีเดียว