ตอนที่ 1850
บทที่ 1850 หนึ่งเดือนให้หลัง
October 21, 2026
บทที่ 1850 หนึ่งเดือนให้หลัง
………………..
บทที่ 1850 หนึ่งเดือนให้หลัง
ทุกคนยังคงเงียบกริบ
เหลิ่งซิงหุนอดคิดไม่ได้เมื่อเห็นสิ่งนี้ พลันกล่าวว่า “ดูเหมือนว่าโชคของเรานับว่าไม่เลวเลย อย่างน้อย เราก็กำจัดศิษย์ของเขาเทพพยากรณ์ไปแล้วหนึ่งคน”
ผู้เยี่ยมยุทธ์จากนิกายอำนาจเทวะกล่าวขึ้น “ศิษย์พี่ใหญ่ แม้เราจะไม่พบที่อยู่ของศิษย์คนใดจาก เขาเทพพยากรณ์ในวันนี้ก็ตาม ทว่าเรากลับพบศิษย์ของตำหนักเต๋าหนี่หวาหลายคน…”
ก่อนที่เขาจะกล่าวจบ เหลิ่งซิงหุนพลันขัดจังหวะขึ้น “อย่าได้ใส่ใจกับพวกศิษย์ของตำหนักเต๋าหนี่หวา เรื่องเร่งด่วนในยามนี้ คือการกำจัดศิษย์ทั้งเก้าคนของเขาเทพพยากรณ์ โดยเฉพาะเจ้าเฉินซีคนนั้น อย่าปล่อยให้มันรอดเข้าสู่รอบที่สองของการถกวิถีเต๋าได้เป็นอันขาด” น้ำเสียงของเขาแฝงความแน่วแน่อันเด็ดเดี่ยว ซึ่งไม่มีข้อแม้ใด ๆ
ถึงแม้จะไม่มีใครทราบเหตุผลเบื้องหลังทั้งหมดนี้ แต่ก็ไม่มีผู้ใดที่จะกล้าตั้งคำถามกับคำสั่งของเหลิ่งซิงหุน ดังนั้นทำได้เพียงรับคำสั่งด้วยความเคารพเท่านั้น
…
“ฮ่า ฮ่า! คนตั้งห้าสิบสี่คนถูกส่งออกไป และใช้เวลาทั้งวันทั้งคืน แต่สุดท้ายต้องกลับมามือเปล่า ข้าควรบอกว่าโชคของเราดีเกินไป หรือเราใช้ไม่ได้เกินไปกันแน่” ที่ริมฝั่งทะเลสาบ อาภรณ์ของตงหวงอิ่นเซวียนปลิวสไว เขาหัวเราะเบา ๆ แล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนเนิบช้า
เหล่าศิษย์จากสำนักศักดิ์สิทธิ์ล้วนมีสีหน้าเปลี่ยนไป และคล้ายไม่น่าดูสักเท่าไหร่
“ศิษย์พี่ตงหวง ยังมีเวลาอีกสามเดือน ด้วยความแข็งแกร่งกองกำลังเรา ย่อมต้องบรรลุเป้าหมายได้อย่างแน่นอน” หนึ่งในนั้นกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา
“เฮอะ! สามเดือนนั้นยาวนานมากนักหรือ?” ดวงตาตงหวงอิ่นเซวียนดูเหมือนจะปะทุด้วยเปลวเพลิง “ตั้งแต่พรุ่งนี้เป็นต้นไป หากพวกเจ้าไม่อาจบรรลุเป้าหมายได้ ก็จงอย่ากลับมาหาข้าอีก”
ทันทีที่สิ้นคำ เขาก็สะบัดแขนเสื้อวูบหนึ่ง แล้วเดินออกไปในทะเลสาบ
สีหน้าเหล่าศิษย์ของสำนักศักดิ์สิทธิ์มืดมนขึ้นทันที ทั้งยังรู้สึกหดหู่ในใจ พวกเขาจะมีอารมณ์ยินดีได้อย่างไรกัน เมื่อถูกตงหวงอิ่นเซวียนตำหนิอย่างชัดเจนเช่นนี้?
“พวกเจ้าทุกคนคงได้ยินคำพูดของศิษย์พี่ตงหวงแล้ว จงรีบออกเสียไปบัดนี้ และใช้ม่านรัตติกาลเพื่อค้นหาที่อยู่ของพวกศิษย์จากเขาเทพพยากรณ์ต่อไป!” จูเชี่ยนอวี้หายใจเข้าลึก ๆ ก่อนกล่าวด้วยน้ำเสียงทุ้มลึก ซึ่งทำลายความเงียบสงบโดยรอบ
…
ตั้งแต่คืนที่สองของการถกวิถีเต๋า บรรดาผู้บ่มเพาะที่ให้ความสนใจต่อความคืบหน้าของการถกวิถีเต๋าล้วนตระหนักดีว่าพายุนั่นใกล้จะปะทุ!
คืนเดียวกันนั้นเอง เยว่โหยวหลิงศิษย์รุ่นที่สามของเขาเทพพยากรณ์ถูกปิดล้อมด้วยผู้เยี่ยมยุทธ์หกจากสำนักศักดิ์สิทธิ์ และเขาได้บดขยี้คู่ต่อสู้ด้วยตัวเอง!
น่าเสียดายที่เยว่โหยวหลิงได้รับบาดเจ็บสาหัสจากการต่อสู้ครั้งนี้ และถูกศิษย์กลุ่มหนึ่งจากสำนักศักดิ์สิทธิ์ตรึงไว้ ก่อนจะทันหลบหนีไปได้ ส่งผลให้เขาถูกกำจัดในท้ายที่สุด
หลังจากการต่อสู้ครั้งนี้ เหล่าผู้บ่มเพาะต่างตกอยู่ในความแตกตื่น ทั้งยังคร่ำครวญด้วยความเสียดายต่อการพ่ายแพ้ของเยว่โหยวหลิง
ทุกคนล้วนตระหนักดีถึงพลังฝีมือของที่เยว่โหยวหลิงได้เผยออกมา ดังนั้นจึงเป็นไปไม่ได้เลยที่เขาจะถูกกำจัดออกจากการถกวิถีเต๋าตั้งแต่เนิ่น ๆ หากเป็นการต่อสู้ตัวต่อตัว
ถึงขั้นมีโอกาสสูงที่เขาจะสามารถเข้าสู่รอบที่สอง
ทว่าน่าเสียดายที่ทั้งหมดนี้เป็นความจริง และไม่อาจเปลี่ยนแปลงได้
…
ในวันที่สามของการถกวิถีเต๋า
ยามเที่ยง
เฉินซีที่มุ่งไปข้างหน้า และโชคร้ายที่ได้พบกับกลุ่มศิษย์ห้าคนจากนิกายอำนาจเทวะอีกครั้ง และการต่อสู้ที่ดุเดือดก็อุบัติขึ้น
การต่อสู้ครั้งนี้เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว และจบลงอย่างรวดเร็วเช่นกัน
เมื่อเทียบกับการต่อสู้ในคืนแรก พลังฝีมือที่เฉินซีได้เผยในครั้งนี้ กลับน่าพรั่นพรึงมากกว่าเดิม ตั้งแต่ต้นจนจบ ราวกับเขาพิชิตศึกได้อย่างง่ายดาย โดยไม่ต้องใช้ความพยายามใด ๆ
สิ่งนี้ยิ่งตอกย้ำให้ผู้คนอื่นตระหนักมากขึ้นว่าเฉินซีนั่นน่าเกรงขามเพียงใด และถึงขั้นที่พวกเขาไม่อาจระบุขีดจำกัดที่แท้จริงของชายหนุ่มผู้นี้ได้เลย
ในวันนี้เอง เหล่าศิษย์หญิงสามคนของตำหนักเต๋าหนี่หวาที่ร่วมเดินทางได้รับหม้อจารึกเต๋าโบราณโดยบังเอิญ ทว่ากลับต้องประสบการโจมตีของศิษย์หกคนจากสำนักศักดิ์สิทธิ์ในระหว่างทาง และสุดท้ายก็ต้องหมดสิทธิ์จากการถกวิถีเต๋าสืบไป
เพียงชั่วครู่หลังจากการต่อสู้ครั้งนี้ปะทุขึ้น ก็ถูกสังเกตเห็นโดยผู้เยี่ยมยุทธ์ขอบเขตบรรพเทวารู้แจ้งจักรวาลอันดับหนึ่งของตำหนักเต๋าหนี่หวา คงโหยวหราน ซึ่งนางรีบรุดมา จากนั้นจึงเปิดฉากโจมตีอย่างดุเดือดและพิชิตชัยบรรพเทวารู้แจ้งจักรวาลทั้งหกเหล่านั้นจากสำนักศักดิ์สิทธิ์ด้วยตัวนางเอง!
หลังจากการต่อสู้ครั้งนี้สิ้นสุดลง คงโหยวหรานได้กลายเป็นศูนย์กลางความสนใจของผู้คนในโลกภายนอกทันที
สำหรับเหตุผลนั้น เป็นเพราะพลังฝีมือที่นางได้เผยออกมานั้น ช่างน่าทึ่งและน่าตื่นตาตื่นใจเสียเหลือเกิน ทังยังไม่ด้อยไปกว่าเฉินซีแต่อย่างใด
ถึงขั้นที่นางอาจเหนือกว่าเขาเล็กน้อยเสียด้วยซ้ำ
เพราะเฉินซีต่อสู้กับศิษย์ห้าคนเพียงลำพัง ในขณะที่คงโหยวหรานต่อสู้กับศิษย์หกคน!
เนื่องจากคงโหยวหรานสามารถทำลายล้างคู่ต่อสู้ทั้งหกคนด้วยเพียงลำพัง จึงเป็นประจักษ์ชัดว่าพลังฝีมือของนางนั่นทรงพลังเพียงใด
แน่นอนว่าเฉินซีก็ไม่ได้ด้อยไปกว่านางเช่นกัน
ถึงขั้นที่ผู้คนต่างรู้สึกราง ๆ ว่า หากเฉินซีต้องเผชิญหน้ากับคู่ต่อสู้ทั้งหกคนเฉกเช่นคงโหยวหราน เขาจะก็คว้าชัยชนะในท้ายที่สุดได้อย่างแน่นอน
ท้ายที่สุดแล้ว ในระหว่างการต่อสู้ครั้งก่อนกับเหล่าศิษย์ของนิกายอำนาจเทวะ ดูเหมือนเฉินซีจะสามารถบดขยี้อีกฝ่ายและคว้าชัยชนะได้อย่างง่ายดาย ซึ่งเห็นได้ชัดว่าพลังฝีมือของเขาเหนือล้ำกว่าอีกฝ่ายมากนัก
สรุปแล้ว ในวันที่สามของการถกวิถีเต๋า ศิษย์สามคนจากตำหนักเต๋าหนี่หวาถูกคัดออก ศิษย์หกคนจากสำนักศักดิ์สิทธิ์ถูกคัดออก และศิษย์ห้าคนจากนิกายอำนาจเทวะถูกคัดออก
จำนวนนี้ดูเหมือนจะน้อย แต่ก็น่าครั่นคร้าม เมื่อเทียบกับการถกวิถีเต๋าทั้งหมด
ความสูญเสียดังกล่าวนั่นใหญ่หลวงเกินไป!