ตอนที่ 1883
บทที่ 1883 กระบี่พิชิตทัณฑ์ ....................
October 21, 2026
บทที่ 1883 กระบี่พิชิตทัณฑ์
………………..
บทที่ 1883 กระบี่พิชิตทัณฑ์
หวังจงเป็นคนที่ค่อนข้างลึกลับ ประมือกับเขามากเท่าไรก็ยิ่งยากที่จะเข้าใจความลึกล้ำมากเท่านั้น
สำหรับเฉินซี หวังจงคนนี้มีความลับมากกว่าศิษย์คนอื่นที่เข้าร่วมการถกวิถีเต๋า แต่เขาเกียจคร้านเกินกว่าจะคิดให้มากความ
การดวลครั้งนี้เป็นการดวลครั้งสุดท้ายในรอบย่อยที่สาม ไม่ว่าต้นกำเนิดของหวังจงจะแปลกและลึกลับเพียงใด การต่อสู้ครั้งนี้ก็ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้
เคร้ง!
เฉินซีหยิบกระบี่เปลื้องมลทินออกมาขณะมองหวังจงผู้อยู่ไกลออกไปอย่างสงบ ก่อนจะเอ่ยคำ “มาเริ่มการต่อสู้กันเถอะ”
เคร้ง!
หวังจงยิ้มบางก่อนจะชักกระบี่ออกมา
กระบี่เล่มนี้กว้างสี่ฉื่อ ยาวสองถึงสามฉื่อ มีสีแดงเจิดจ้าและโปร่งใส เผยให้เห็นสีชาดอันน่าตกตะลึง โดยกลิ่นอายปลดปล่อยอันน่าสะพรึงกลัวและดุร้ายออกมาประหนึ่งสร้างจากโลหิตศักดิ์สิทธิ์
เมื่อมองจากระยะไกลจะให้ความรู้สึกเหมือนกับกำลังมองภูเขาซากศพและทะเลโลหิตที่เทพมารแผดเสียงคำรามออกมา ทำให้ปราชญ์ตกสู่การล่วงลับ ทุกสรรพสิ่งคล้ายกับจะพังทลายจนสูญสิ้นการคงอยู่
“ช่างเป็นกลิ่นอายที่น่าสะพรึงอะไรอย่างนี้ มันคือสมบัติอะไรกัน?”
“หวังจงไม่เคยใช้สมบัตินี้มาก่อน หรือว่าความลับแท้จริงของเขาคือเต๋าแห่งกระบี่?”
“ชายผู้นี้เก็บงำความแข็งแกร่งไว้เสียมิดเลย!”
ทุกคนที่อยู่ข้างนอกต่างตกตะลึง พวกเขาทั้งหลายต่างสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายสังหารนองเลือดอันน่าสะพรึงจากกระบี่โลหิตในมือของหวังจง
สิ่งนี้ย่อมไม่ใช่สมบัติวิญญาณธรรมชาติทั่วไป!
แทบจะในเวลาเดียวกัน เฉินซีก็หรี่ตาแล้วเอ่ยคำออกมาอย่างแผ่วเบา “กระบี่ดี”
“กระบี่ของข้าไม่เพียงแค่ดีเท่านั้น เต๋าแห่งกระบี่เองก็เช่นกัน เจ้าต้องระวังให้ดี”
หวังจงยิ้มเล็กน้อย เขาดูสง่างาม สวมอาภรณ์สีเขียว เข็มขัดหยกสีขาวรอบเอว รองเท้าสีทอง และมงกุฎที่มีขนคู่และปีกวิหคเพลิง รูปลักษณ์ประหนึ่งองค์ชายผู้สูงศักดิ์ ท่วงท่าสุภาพสูงส่ง
แต่ยิ่งเป็นเช่นนี้มากเท่าไรก็ยิ่งยากที่จะเข้าใจความลึกล้ำมากเท่านั้น แม้แต่ผู้ยิ่งใหญ่ในเอกภพจักรวรรดิอย่างไฮว่คงจื่อ เหวินถิง และอวี่เจินก็ยังไม่แน่ใจเกี่ยวกับตัวตนของหวังจง ซึ่งถือว่าผิดปกติมาก
สิ่งที่น่ากลัวที่สุดมักจะเป็นสิ่งที่ไม่รู้
และหวังจงผู้นี้ก็เป็นตัวตนอันตรายอย่างไม่ต้องสงสัย!
ต้องทราบก่อนว่าอีกฝ่ายรู้เรื่องที่เฉินซีครอบครองเต๋าแห่งกระบี่ระดับสามของขอบเขตจักรพรรดิกระบี่ แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังกล้าบอกให้เฉินซีระวังตัวด้วยน้ำเสียงที่สงบและอ่อนโยน มันยิ่งทำให้ดูลึกลับซับซ้อนยิ่งขึ้นไปอีก
“หากเทียบเรื่องเต๋าแห่งกระบี่ ข้าย่อมไม่กลัวเกรง”
เฉินซีคล้ายกับไม่สังเกตเห็นสิ่งนั้น ตอนนี้เขาจึงดูสงบราวกับว่าจากนี้ไป ฟ้าดิน สถานที่ คนผู้และทุกสิ่งในโลกภายนอกจะถูกเขาทอดทิ้ง
ในสายตาของเขามีเพียงหวังจงเท่านั้น
กระบี่คมชี้ไปที่หวังจงเพียงผู้เดียว
กลิ่นอายเต๋าแห่งกระบี่ที่มองไม่เห็นแผ่ออกมาจากร่างของเฉินซี แล้วฟ้าดินก็ตกอยู่ในความเงียบงัน ทำให้สีหน้าของทุกคนที่อยู่ภายนอกเปลี่ยนไปราวกับหายใจไม่ออก
เมื่อสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงจากกลิ่นอายของเฉินซี หวังจงก็ขมวดคิ้วก่อนจะเสนอแนะทันที “ในเมื่อเป็นกระบี่ปะทะกระบี่ พวกเรามาใช้วิธีเฉพาะเพื่อจบการต่อสู้ให้ไวเป็นอย่างไร?”
อารมณ์ของเฉินซียังคงไม่แปรเปลี่ยนขณะเอ่ยคำ “ว่ามาสิ”
ในตอนนี้ ทุกคนในโลกภายนอกอดไม่ได้ที่จะสงสัยว่าหวังจงต้องการทำอะไร?
“ง่ายมาก แค่ยืนอยู่กับที่แล้วต่อสู้ด้วยกระบี่ในมือเท่านั้น หากใครถอนตัวออกจากรัศมีสิบจั้งจากที่เดิมหรือที่ไม่สามารถปัดป้องกระบี่ของคู่ต่อสู้ได้จะถือว่าแพ้ ว่าอย่างไร?”
หวังจงเอ่ยคำอย่างสงบโดยไม่ลังเล
เหล่าผู้ชมอดไม่ได้ที่จะตกอยู่ในความโกลาหลเมื่อได้ยินเช่นนี้
หากมีการดวลเช่นนี้จริง ความยากจะมากยิ่งกว่าการดวลทั่วไปค่อนข้างมาก เริ่มจากต้องแน่ใจว่าอยู่ห่างจากจุดเดิมไม่เกินสิบจั้ง ซึ่งเห็นได้ชัดว่าเป็นการกำจัดความเป็นไปได้ในการหลบหลีกทั้งหมด!
หมายความว่า วัตถุประสงค์ของวิธีนี้คือเพื่อให้เฉินซีเข้าร่วมการต่อสู้แบบซึ่งหน้า!
ใครถอยก่อนก็แพ้!
ใครต้านไม่ได้ก็แพ้!
“หวังจงไปเอาความมั่นใจมาจากไหนถึงได้เสนอการดวลเช่นนี้? เขามั่นใจว่าจะเอาเอาชนะเฉินซีได้งั้นหรือ?”
“หากเฉินซีตอบตกลง การต่อสู้ครั้งนี้ย่อมน่าสนใจ”
“ไม่รู้ว่าทำไม แต่หวังจงคนนี้ทำตัวสงบเกินไป เหมือนกับเขามั่นใจว่าชนะอย่างแน่นอน ข้าเริ่มรู้สึกกังวลเกี่ยวกับเฉินซีแล้วสิ”
เกิดการสนทนามากมายจากโลกภายนอก ซึ่งคนส่วนใหญ่รู้สึกประหลาดใจกับความกล้าหาญที่หวังจงแสดงออกมา โดยบางส่วนก็กังวลเกี่ยวกับเฉินซีเล็กน้อย
ในตอนนี้ แม้แต่เหวินถิงก็อดไม่ได้ที่จะคิ้วขมวดก่อนจะเอ่ยคำอย่างไม่พอใจ “ศิษย์ของเกาะคางคกทองคิดจะใช้อุบายแบบใดกัน แทนที่จะปฏิบัติตามกฎ แต่คิดสร้างกฎการต่อสู้แบบอื่นขึ้นมาหรือ โอหังนัก”
เมื่อได้ยินเหวินถิงเอ่ยด้วยความไม่พอใจ ไฮว่คงจื่อซึ่งยืนอยู่นอกโถงบรรจบก็คิ้วขมวดทันที เขาหันไปมองที่สมรภูมิจารึกเต๋าโบราณก่อนจะเอ่ยคำด้วยน้ำเสียงลุ่มลึก “เฉินซี ตามกฎของการถกวิถีเต๋านี้ เจ้าไม่จำเป็นต้องตอบรับข้อเสนอนี้”
เมื่อได้ฟังข้อเสนอของหวังจง ไฮว่คงจื่อก็เข้ามาแทรกแซง ทำให้ฝูงชนมองเขาด้วยความสงสัย
หวังจงเพียงยิ้มเมื่อเห็นการตอบสนองเช่นนี้ขณะมองเฉินซี
“วิธีการต่อสู้นี้ก็เป็นสิ่งที่ข้าชอบเช่นกัน”
เฉินซีถึงกับตอบตกลง!
ทุกคนตกตะลึง
ไฮว่คงจื่อครุ่นคิดสักพัก แต่ในที่สุดก็ไม่ได้เอ่ยอะไรอีก
เหวินถิงลอบถอนหายใจ นางไม่อาจเดาได้ว่าอาจารย์อากำลังคิดอะไรอยู่