ตอนที่ 1890
บทที่ 1890 เดชยันต์ศัสตรา
October 21, 2026
บทที่ 1890 เดชยันต์ศัสตรา
………………..
บทที่ 1890 เดชยันต์ศัสตรา
กล่าวคือ พู่กันบัญชาเต๋าและคัมภีร์ไท่เซวียนเป็นสองสมบัติศักดิ์สิทธิ์อันประสานส่งเสริมกัน!
ขณะเดียวกัน ตัวตนยิ่งใหญ่อย่างอู๋เซวี่ยฉาน เสวี่ยหลิง ซูถัว ไฉ่หยา และคนอื่น ๆ ต่างตระหนักดีว่าสมบัติศักดิ์สิทธิ์คู่นี้หาธรรมดาไม่ พวกมันเป็นสมบัติล้ำค่าของประมุขสำนักศักดิ์สิทธิ์ซึ่งพกติดตัวยามประชันศึกทั่วโลกหล้าเมื่อกาลก่อน มีอำนาจเกินหยั่งถึง
นอกจากนั้น สมบัติศักดิ์สิทธิ์คู่นี้ยังมีตำนานเกินนับถ้วน
เพราะเหตุนี้เอง ผู้บ่มเพาะในโลกภายนอกจึงตกใจยิ่งเมื่อเห็นว่าพู่กันบัญชาเต๋าอยู่ในมือตงหวงอิ่นเซวียน
ไร้ผู้ใดคาดคิดว่าประมุขสำนักศักดิ์สิทธิ์จะฝากฝังสมบัติล้ำค่าเช่นนี้ไว้กับตงหวงอิ่นเซวียน!
เพราะถึงอย่างไร ไม่ว่าตงหวงอิ่นเซวียนจะโดดเด่นเกินธรรมดาเช่นไร เขาก็ยังต่ำสถานะเมื่อเทียบกับตัวตนยิ่งใหญ่ในขอบเขตจักรวรรดิของสำนักศักดิ์สิทธิ์
แต่เขากลับได้สมบัติล้ำค่าเช่นนี้ไป แสดงให้เห็นชัดเจนว่าประมุขสำนักศักดิ์สิทธิ์ตั้งความหวังกับตงหวงอิ่นเซวียนในการถกวิถีเต๋าสูงยิ่ง
…
ขวับ! ขวับ!
ตงหวงอิ่นเซวียนใช้หนึ่งมือถือคัมภีร์ไท่เซวียน อีกข้างถือพู่กันบัญชาเต๋า วาดเส้นกลางอากาศราวกำลังประพันธ์บรรยายมหาเต๋า
เพียงพริบตา อักษร ‘禁’ (ต้องห้าม) อันเรืองรัศมีดำทมิฬก็ปรากฏกลางเวหา เรืองปราณยิ่งใหญ่ ซับซ้อน เย็นเยียบ และเงียบกริบดุจคิดผนึกโลกา!
ขณะนี้ ทั้งการไหลเวียนอากาศ แดนดิน แสงสว่าง เม็ดฝุ่น… สรรพสิ่งในสมรภูมิจารึกเต๋าโบราณต่างสงัดงันเช่นถูกล่ามตรวนจองจำ
เหล่าผู้บ่มเพาะในโลกภายนอกอดสูดหายใจเฮือกกันไม่ได้ อักษรเพียงหนึ่ง แต่กลับดูประหนึ่งตราประทับมหาเต๋า เรืองฤทธิ์ไร้ขอบเขตเกินจินตนาการ
“เขาแบกรับชะตาของสำนักศักดิ์สิทธิ์ เขียนอักษรด้วยเคล็ดสูงสุด! ปรากฏว่าเจ้าเด็กนี่ได้รับมรดกสูงสุดของสำนักศักดิ์สิทธิ์!” คิ้วของอู๋เซวี่ยฉานเลิกขึ้น เด้งตัวนั่งตรง ดวงตาเรืองประกายเย็นเยียบ เขาตระหนักดีว่านี่หมายความเช่นไร หากไร้เหตุการณ์เกินคาดฝัน ภายหน้ายามบรรลุสำเร็จ ตงหวงอิ่นเซวียนจะได้สืบตำแหน่งประมุขสำนักศักดิ์สิทธิ์!
วิ้ง!
ขณะเดียวกับที่ตงหวงอิ่นเซวียนใช้งานอักขระ ‘禁’ ยันต์ศัสตราในมือเฉินซีพลันส่งคลื่นพลังสายหนึ่งกระเพื่อมออกไปทั่วทิศ
ยันต์เทวะนับไม่ถ้วนพุ่งทะยานดุจห่าฝนกระหน่ำ ขยับฟ้าเคลื่อนแดนดิน ทั้งการโคจรดารา กาลเวลาเคลื่อนเปลี่ยน ยุคสมัยผกผัน สารพัดปรากฏการณ์ยิ่งใหญ่ห้อมล้อมยันต์ศัสตราราวเผยการเปลี่ยนแปลงไม่จบสิ้นแห่งจักรวาล
ยันต์ศัสตรา ความลึกล้ำแห่งการวิวัฒน์!
ทันทีที่เหตุนี้ปรากฏ แม้จะอยู่ในโลกภายนอก แต่คนทั้งหลายก็ยังรู้สึกตะลึงอย่างเกินพรรณนา ดุจได้ประจักษ์การเปลี่ยนแปลงแห่งมหาเต๋า เผยสัจธรรมและความลึกล้ำไร้ขอบเขต
กระทั่งตัวตนยิ่งใหญ่ทั้งหลายยังเผยสีหน้าประหลาดใจกันออกมา หัวใจตกตะลึง นี่มันสมบัติศักดิ์สิทธิ์อะไร? แข็งแกร่งเพียงนี้เลยหรือ? เหตุใดข้าจึงไม่เคยได้ยินมาก่อน?
นี่คือฤทธิ์เดชยันต์ศัสตราหลังพัฒนาไปเป็นสมบัติวิญญาณธรรมชาติ!
ยันต์ศัสตราเป็นสมบัติอันสร้างจากยันต์เทวะ ไม่เหมือนสมบัติศักดิ์สิทธิ์ใด ๆ ในหล้า มันมีศักยภาพและสามารถพัฒนากำลังได้ไม่จบสิ้น
ภายหลัง เฉินซีใช้รากฐานวิญญาณธรรมชาติเสริมด้วยเคล็ดวิชาเพื่อเปลี่ยนยันต์ศัสตราเป็นสมบัติวิญญาณธรรมชาติ ดังนั้นเมื่อเทียบกับกาลก่อน มันจึงมีสองความสามารถหายากอันสะท้านสะเทือน คือวิวัฒน์และกลืนกิน!
มันก่อเคล็ดสัจธรรมแห่งจักรวาล กลืนกินพลังชีวิตแห่งสรรพสิ่ง มิเพียงความสามารถโจมตีเลิศล้ำ ยังสามารถเขมือบสมบัติชิ้นอื่นมาเสริมฤทธิ์ตน!
ในหมู่สมบัติวิญญาณธรรมชาติทั่วโลกหล้า แทบไร้ชิ้นใดมีอำนาจเช่นนี้ นี่คือด้านที่แข็งแกร่งลึกล้ำสูงสุดของยันต์ศัสตรานับแต่เปลี่ยนไปเป็นสมบัติวิญญาณธรรมชาติ
ขณะนี้ กระทั่งอู๋เซวี่ยฉานยังอดอุทานอย่างชื่นชมในใจยามเห็นเช่นนี้ไม่ได้ ศิษย์น้องเล็ก… พัฒนายันต์ศัสตราไปเป็นสมบัติวิญญาณธรรมชาติ! นี่เป็นสิ่งที่คนในสำนักไม่เคยทำมาก่อน!
นั่นมันสมบัติอะไรกัน? สายตาของมหาเทพเต๋าคนอื่น ๆ หรี่ลงอย่างเจือความประหลาดใจ พวกเขาย่อมตระหนักดีว่านั่นคือยันต์ศัสตราของเขาเทพพยากรณ์ แต่ก็ทราบเช่นกันว่ายันต์ศัสตราในมือเฉินซีควรถูกเรียกเป็นสมบัติวิญญาณธรรมชาติ!
แต่สมบัติวิญญาณธรรมชาติเป็นสมบัติอันก่อเกิดจากความโกลาหล ไม่มีทางสร้างได้ด้วยมือคน มันเกิดอะไรขึ้น?
รากฐานวิญญาณธรรมชาติ!
เพียงพริบตา มหาเทพเต๋าทั้งหลายก็คิดเป็นเสียงเดียว และอารมณ์อันหลากหลายก็บังเกิดในใจพวกเขา
“อักขระเต๋าแพร่ถึงที่ใด สรรพสิ่งล้วนถูกจองจำทำลาย!” ใช้เวลาบรรยายเสียเนิ่นนาน ทว่าทั้งหมดเกิดขึ้นในพริบตา ขณะนี้ตงหวงอิ่นเซวียนแผดเสียงสนั่น ใช้งานอักขระ ‘禁’ ขยี้ลงใส่เฉินซี
วิ้ง!
แสงศักดิ์สิทธิ์สีดำสายหนึ่งพุ่งออกไปเช่นเกลียวคลื่น จองจำมิติไปตลอดทาง ขณะที่แสงสว่าง สายลม กระทั่งประกายแสงยังนิ่งค้างกับที่
ความเงียบกริบจนน่าขนลุกแผ่ไปทั่วสมรภูมิอย่างรวดเร็ว กวาดเข้าใส่เฉินซีด้วยความเร็วเกินใดเปรียบ
นี่คือไพ่ตายของแ เขาใช้มันออกมาในยามนี้เพื่อก้าวข้ามสถานการณ์อันกินกันไม่ลงและเพื่อผนึกเฉินซีในรวดเดียว ไม่คิดต่อสู้พัวพันต่อไป
วูบ!
ขณะเดียวกัน ยันต์ศัสตราก็วูบไหวผ่านนภา ก่ออักขระยันต์รูปร่างคล้ายกระบี่มากมายเนืองแน่นรายรอบ ทำให้เจตจำนงกระบี่บนยันต์ศัสตรายิ่งคมกริบเรืองฤทธิ์ เมื่อมองจากไกล ๆ ก็ชวนให้พรั่นพรึงราวถูกแทงทะลวง
นี่คือความลึกล้ำแห่งการวิวัฒน์ของยันต์ศัสตรา
มันสามารถเปลี่ยนอำนาจของยันต์ศัสตราเป็นสารพัดปราณตามจำนงเฉินซี
เช่นยามนี้ เมื่อตงหวงอิ่นเซวียนใช้อักขระเต๋า ‘禁’ ด้วยเจตนาผนึกและกำจัดเฉินซี ซึ่งเฉินซีก็ตอบโต้อย่างง่าย ๆ ด้วยการคิดทำลายข้อจำกัดนี้!
อักขระยันต์อันก่อจากยันต์ศัสตราเผยอำนาจทำลายล้างแข็งแกร่งเกินเทียบ เสริมด้วยการบ่มเพาะขั้นสามขอบเขตจักรพรรดิกระบี่ของเฉินซี ผนวกการโจมตีอันดุดันรวดเร็วที่สุดของเคล็ดกระบี่ลึกล้ำฤทัยอย่างเชือดเฉือนกาสร จึงแผลงฤทธิ์โจมตีรุนแรงถึงขีดสุดอย่างดูสุดเป็นธรรมชาติ
เปรี้ยง!
ยามกระบี่นี้ฟาดฟัน คลื่นปราณจองจำสีดำสนิทก็พลันสั่นสะท้าน ก่อนจะนิ่งค้างไปทันใด
หือ? ตงหวงอิ่นเซวียนเลิกคิ้ว ทุ่มกำลังสุดตัว ทำให้อักขระ ‘禁’ กลางอากาศสั่นสะท้านไม่จบสิ้น เกิดเสียงครืนโครมไม่ขาดสายดุจธารนทียิ่งใหญ่ทรงพลัง สะท้านทั่วสมรภูมิจนโยกคลอนเล็กน้อย!