ตอนที่ 1895
บทที่ 1895 แสงเต๋าบรรพกาล
October 21, 2026
บทที่ 1895 แสงเต๋าบรรพกาล
………………..
บทที่ 1895 แสงเต๋าบรรพกาล
รากเต๋าวิภูจักรพรรดิ!
ยอดแห่งรากเต๋าหนึ่งเดียวที่อยู่เหนือรากเต๋าบรรพชนขั้นจักรพรรดิระดับเก้า เมื่อใดที่ขัดเกลาและดูดซับรากเต๋าดังกล่าว คนผู้นั้นก็จะกลายเป็นยอดคนไร้เทียมทานที่อยู่สูงกว่าผู้ใดในขอบเขตบรรพเทวารู้แจ้งจักรวาล!
การดำรงอยู่นี้ถูกขนานนามว่าขอบเขตบรรพเทวารู้แจ้งจักรวาลขั้นวิภูจักรวรรดิ
ก่อนหน้านี้ ผู้คนทั้งหลายได้สัมผัสจากเย่เฉินว่ารากเต๋าวิภูจักรพรรดินั้นน่ากลัวเพียงใด กระนั้นก็ไม่มีใครคิดเลยว่าเฉินซีจะได้ขัดเกลาและดูดซับมันเช่นกัน!
หากสิ่งนี้เป็นจริง เหตุใดในโลกนี้จึงมีรากเต๋าวิภูจักรวรรดิอยู่ถึงสองอัน?
บรรดาผู้เยี่ยมยุทธ์ในโลกภายนอกต่างตกตะลึง พวกเขาไม่เข้าใจเลยว่าเหตุใดจึงเป็นเช่นนี้
มีเพียงเย่เฉินเท่านั้นที่รู้แก่ใจว่ารากเต๋าวิภูจักรวรรดิที่เขาได้ขัดเกลาและดูดซับนั้นเป็นสิ่งที่ปรากฏอยู่ในยุคก่อน ในขณะที่เฉินซีนั้นได้ขัดเกลาและดูดซับรากเต๋าวิภูจักรวรรดิที่เกิดในยุคปัจจุบัน!
อย่างที่ข้าคาดไว้จริงๆ ตอนนั้นเอง เย่เฉินอดไม่ได้ที่จะทอดถอนใจ ครั้งเมื่อเขาแรกเห็นเฉินซี เขาก็รู้สึกได้โดยสัญชาตญาณว่าอีกฝ่ายมีบางสิ่งที่พิเศษแฝงอยู่ภายในนั้น และมันก็คล้ายคลึงกับรัศมีในตัวของเขาอย่างยิ่ง
บัดนี้เห็นได้ชัดว่าเป็นเพราะรากเต๋าวิภูจักรวรรดิที่เฉินซีครอบครอง!
…
ภายในโถงบรรจบ
ไฉ่หยาคล้ายจะคิดอะไรบางอย่างได้ “ดูเหมือนว่าเมื่อหลายปีก่อน เซวียน ปรมาจารย์แห่งยุคหมานกู่จะครอบครองรากเต๋าวิภูจักรวรรดิจริง ๆ ถึงอย่างนั้น ข้าก็ไม่เคยคิดเลยว่าสุดท้ายเด็กคนนี้จะได้มันมา” เสียงนั้นเต็มไปด้วยความงุนงง
“เด็กคนนี้ซ่อนเขี้ยวเล็บของตนได้เยี่ยมจริง ๆ!” ซูถัวพูดด้วยเสียงแหบห้าวแฝงนัยเหี้ยมเกรียม
อู๋เซวี่ยฉานคลี่ยิ้มแทนการตอบโต้ หากซุกซ่อนซึ่งการขบคิดมากมาย
…
บัดนี้ท่ามกลางสมรภูมิจารึกเต๋าโบราณ เฉินซีคลับคล้ายกับจักรพรรดิผู้เกรียงไกร ทั่วทั้งเรือนกายเต็มไปด้วยพลังมงคลสีม่วงเหลือบทอง ประกายของมันเสกสรรให้เขาสง่างามดุจดั่งยอดเทวาผู้ย่ำย่างบนพื้นดิน
ตู้ม!
ดูเหมือนชายหนุ่มจะไม่ได้ยินเสียงกู่ร้องด้วยความตกใจของเหลิ่งซิงหุน เขาเปิดการโจมตีอย่างเด็ดเดี่ยว ว่องไว ยันต์ศัสตราบนฝ่ามืออาบไปด้วยรัศมีม่วงเหลือบทองอันเรียบง่าย มันสง่างามอย่างเหลือเชื่อด้วยอำนาจแฝงเร้น
ทันใดนั้น กระแสพายุก่อเกิดเหนือฟ้าดินไพศาล สายลมกรรโชกกระหน่ำพัดพายเมฆดำปิดฟ้าทะมึนมัว ประหนึ่งกาลอวสานของโลกถึงคราวอุบัติ
แกรก!
ปราณกระบี่หนึ่งพุ่งผ่านท้องฟ้าราวกับอสนีบาต หากบางครั้งก็คล้ายกับมังกรสีม่วงเหลือบที่เผยกายจากความโกลาหลแห่งยุคบรรพกาล ยิ่งใหญ่ประหนึ่งจะตัดผ่าฟาดฟันโลกให้แยกจากและนำมาซึ่งการทำลายล้างในชั่วพริบตา
รอยแยกจำนวนมากปรากฏขึ้นในห้วงมิติ พวกมันกระจายตัวหนาแน่นจนทำให้พื้นที่มิตินั้นราวกับภาพวาดที่ถูกฉีกกระชาก!
ผู้ชมต่างพากันประหลาดใจ พลังของรากเต๋าวิภูจักรวรรดิน่ากลัวถึงเพียงนี้เชียวหรือ?
ตึง!
เหลิ่งซิงหุนคล้ายตระหนักได้ว่าสถานการณ์นั้นรุนแรงเพียงใด ฉับพลันเขาทะยานขึ้นไปบนท้องฟ้า ผมสีแดงเลือดปลิวไสว เมื่อชายหนุ่มตวัดกระบี่อสนีบาตสุญตาเพื่อโจมตีเฉินซี เขาช่างเหมือนกับเทพอสูรบรรพกาลยิ่งนัก
อย่างไรก็ตาม เพียงชั่วพริบตา การโจมตีของเขาก็ถูกทำลายไม่เหลือซาก!
โครม!
เหลิ่งซิงหุนไม่ทันระวัง พลังปราณกระบี่ปะทะเข้ากับร่างกาย ส่งผลให้เลือดสาดกระเซ็นจากลำคอ กระทั่งหัวก็เกือบถูกสะบั้น!
“บัดซบ! เป็นไปไม่ได้!” เหลิ่งซิงหุนคำรามลั่น เส้นผมแดงฉานกระเซอะกระเซิงปรกร่างกายที่อาบไปด้วยพลังแห่งภัยพิบัติสีดำทะมึน ราวกับว่าบัดนี้เขาได้เสียสติไปแล้ว!
เขากำลังจะชนะเฉินซีได้แท้ ๆ ทว่าเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันกลับเกิดขึ้นอย่างไม่ทันตั้งตัว ส่งผลให้สถานการณ์พลิกผันเพียงพริบตา แทนที่เขาจะเป็นฝ่ายบดขยี้เฉินซี แต่กลับถูกอีกฝ่ายไล่ต้อนอย่างไม่หยุดยั้ง สิ่งนี้นับเป็นเรื่องอัปยศอดสูอย่างยิ่งสำหรับเหลิ่งซิงหุนผู้มากด้วยทระนงและภูมิใจในความกล้าแกร่งของตน
หากเขาพ่ายแพ้ในวันนี้ ชื่อเสียงของเฉินซีก็จะขจรขจายยิ่งใหญ่ เพราะเมื่อพูดถึงการถกวิถีเต๋าแล้ว พวกเขาจะนึกถึงความแข็งแกร่งของเฉินซีอย่างแน่นอน!
การที่ต้องกลายเป็นเพียงบันไดสู่ความสำเร็จให้เฉินซีเหยียบย่างคงจะน่าสมเพชไม่น้อย
และหากสิ่งนั้นเกิดขึ้นจริง เฉินซีจะไม่กลายเป็นยอดฝีมืออันดับหนึ่งผู้ไร้เทียมทานแห่งขอบเขตบรรพเทวารู้แจ้งจักรวาลเลยหรอกหรือ?
เรื่องทั้งหมดนี้ เหลิ่งซิงหุนไม่อาจยอมรับ!
โครม!
ปราณกระบี่สีม่วงเหลือบทองโจมตีเขาอีกครั้ง ประกายของมันปกคลุมฟ้าดินแผ่ไพศาล
ตู้ม!
เหลิ่งซิงหุนถูกโจมตีจนกระเด็นอีกครั้ง ทั่วทั้งร่างอาบไปด้วยโลหิตแดงฉาน แม้แต่เสื้อผ้าก็ถูกย้อมเป็นสีแดงของเลือด ใบหน้าบิดเบี้ยวไปด้วยความเจ็บปวด
ผู้ชมต่างประหลาดใจ
ในขณะนี้ เฉินซีคล้ายจะเป็นผู้ทรงพลังอย่างแท้จริง พวกเขาไม่อาจลบภาพของรัศมีอันสง่างามแห่งจักรพรรดิในตัวเฉินซีได้เลย
“เจ้าคิดว่าแค่นี้จะเอาชนะข้าได้อย่างนั้นหรือ?” เหลิ่งซิงหุนผู้ถูกสยบพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นชาที่แฝงไปด้วยความเด็ดเดี่ยว
ดูเหมือนเขาจะตัดสินใจบางอย่างได้
หงึ่ง!
ครู่ถัดมา ลำแสงหนึ่งปรากฏขึ้นจากด้านบนศีรษะ มันมีกลิ่นอายแห่งบรรพกาลและเปี่ยมไปด้วยรัศมีของเต๋าขณะที่พุ่งสู่สวรรค์ทั้งเก้าก่อนจะแผ่กระจายไปโดยรอบ!
“แสงเต๋าบรรพกาล!” ผู้คนมากมายอุทานด้วยความประหลาดใจภายใต้ใบหน้าตื่นตะลึง พวกเขาจำลำแสงนี้ได้ มันเป็นแสงปาฏิหาริย์แห่งเต๋าที่เกิดภายในความโกลาหลเมื่อครั้งบรรพกาล
ตามตำนานเล่าขาน ก่อนที่เหล่าเทวาโดยกำเนิดที่เกิดภายในความโกลาหลจะก้าวเข้าสู่ขอบเขตมหาราชเทวา พวกเขาจะรวบรวมแสงเต๋าบรรพกาลและหล่อเลี้ยงมันภายในร่างกายของพวกเขา ที่ต้องทำเช่นนั้นก็เพื่อประโยชน์ในการสร้างรากฐานของขอบเขตมหาราชเทวาอันไร้ที่ติ
อย่างไรก็ตาม เมื่อเวลาผ่านไป หลังจากที่ความโกลาหลถูกแยกออกจากกัน แสงเต๋าบรรพกาลก็เลือนหายไปจากโลกราวกับไม่มีอยู่อีกต่อไป
แต่ใครจะคิดเล่าว่าเหลิ่งซิงหุนมีมันอยู่ในการครอบครองจริง ๆ
นี่มันเหลือเชื่อเกินไป!